เกือบวงแตก มาเบลดิ่งกู่ไม่กลับ ถ้าเพื่อนไม่พูดคำนี้คงจบ
กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาแฟนคลับใจเจ็บไปตามๆ กัน เมื่อไอดอลสาวสุดฮอต "มาเบล PiXXiE" ออกมาเปิดใจในรายการ WTF (What's this feeling) ย้อนเล่าถึงมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ที่ทำเอาดิ่งขั้นสุดและจิตใจแตกสลายแทบกู้ไม่กลับ
โดยเจ้าตัวเผยว่า ช่วง 2 ปีก่อนหน้าต้องเผชิญกับคอมเมนต์ลบและดราม่าวิจารณ์เรื่องการแสดงบนเวทีอย่างหนักหน่วง มีทั้งคนแซะว่าเต้นแรงข่มเพื่อนจนเพื่อนดูดรอปคล้ายแดนเซอร์ รวมถึงถ้อยคำใจร้ายลามปามไปถึงขั้นวิจารณ์ว่าอินเนอร์แรงเกินไปจนดูเหมือนผี
ซึ่งมาเบลระบายความอัดอั้นว่าตนเองเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เพิ่งย้ายมาอยู่คอนโดในกรุงเทพฯ และงงมากว่าสิ่งที่ทำลงไปเพราะความตั้งใจอยากให้แฟนคลับแถวหลังได้เห็นโชว์อย่างทั่วถึงนั้นกลายเป็นความผิดมหันต์ขนาดนี้เลยหรือ จนทำให้สมองปิดกั้นคำชมแล้วดึงตัวเองเข้าไปจมอยู่กับพลังลบด้วยการนั่งไล่อ่านคำด่าในทุกแอปพลิเคชันยาวนานถึง 3 วันเต็ม จนกลายเป็นความกลัวและหลอนเวทีไปโดยปริยาย
วิกฤตความเครียดครั้งนี้ลุกลามจนก๊อกแตกกลางวงสัมภาษณ์หลังจากโดนสื่อมวลชนจ่อไมค์ถามจี้ใจดำ ซึ่งหลังไมค์วันนั้นมาเบลถึงกับระเบิดโฮชุดใหญ่และหันไปบอกเพื่อนร่วมวงว่ารับไม่ไหวแล้ว จะขอลาออกและไม่ทำต่อ แต่ในวินาทีที่ชีวิตกำลังเดินไปถึงปากเหว ประโยคสั้นๆ สลายใจจากเพื่อนสมาชิกในวงอย่าง "ถ้าแกไม่ทำ ฉันก็ไม่ทำนะ" กลับกลายเป็นน้ำทิพย์ชุบชีวิตที่ช่วยปลดล็อกและประกอบร่างที่พังทลายของเธอให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เพราะทำให้ตระหนักได้ว่าไม่จำเป็นต้องไปแคร์คอมเมนต์แย่ๆ
ในเมื่อมีคนที่รักเธอจริงอยู่ตรงนี้ ปัจจุบันมาเบลมีภูมิต้านทานแข็งแกร่งขึ้น เลือกที่จะไม่สนใจคำหยาบคายลอยๆ และใช้วิธีตีแขนตีขาเรียกสติก่อนขึ้นโชว์เพื่อส่งความสุขให้แฟนๆ อย่างเต็มที่เหมือนเดิม
Link นี้ต้อง Click
รัก 8 ปีออกดอกผล! คู่รักดัง เตรียมมีลูกคนแรก
ทรายสก๊อต เปิดใจหลัง พายสุนิษฐ์ พ้นตำแหน่ง
โทรกลับไทยแบบคุ้มสุด แค่เปิด Calling Wi-Fi
เจอแล้ว อาหารสมองที่แท้ทรู! แค่กิน ที่ฝ่อไปก็กลับมาดีขึ้นได้