โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกหว้า ผลไม้ไทยโบราณที่หลายคนลืม แต่สารต้านอนุมูลอิสระสูง กินแล้วดีต่อสุขภาพจริงไหม?

sanook.com

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ลูกหว้ามีประโยชน์อะไรบ้าง? รู้จักผลไม้ไทยสีม่วงเข้ม อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี และใยอาหาร พร้อมข้อควรระวัง วิธีรับประทาน และเมนูจากลูกหว้า

เคยเห็นผลไม้สีม่วงเข้มลูกเล็ก ๆ ตามตลาดพื้นบ้านหรือริมทาง แล้วสงสัยไหมว่าคืออะไร?

ผลไม้นั้นคือ "ลูกหว้า" ผลไม้พื้นเมืองของไทยที่หลายคนเคยกินสมัยเด็ก แต่ปัจจุบันกลับพบได้น้อยลง แม้หน้าตาจะไม่โดดเด่น แต่ลูกหว้ากลับอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และสารพฤกษเคมีหลายชนิด จนได้รับความสนใจจากนักวิจัยด้านโภชนาการอย่างต่อเนื่อง

แล้วลูกหว้ามีประโยชน์อะไรบ้าง กินทุกวันได้ไหม และใครควรระวังเป็นพิเศษ? มาดูกัน

ลูกหว้าคืออะไร?

ลูกหว้า (Java Plum หรือ Syzygium cumini) เป็นผลไม้ในวงศ์เดียวกับชมพู่ มีผลสีม่วงเข้มหรือเกือบดำเมื่อสุก เนื้อฉ่ำน้ำ รสหวานอมเปรี้ยวและฝาดเล็กน้อย จึงนิยมนำมากินสด หรือแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ แยม ไอศกรีม และของหวานพื้นบ้าน

สีม่วงเข้มของลูกหว้าเกิดจาก แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดเดียวกับที่พบในบลูเบอร์รี แบล็กเบอร์รี และองุ่นสีม่วง

7 ประโยชน์ของลูกหว้า ที่ทำให้หลายคนเริ่มกลับมากินอีกครั้ง

1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ลูกหว้ามีแอนโทไซยานิน ฟลาโวนอยด์ และโพลีฟีนอล ซึ่งช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ และมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพโดยรวม

2. มีวิตามินซี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

ลูกหว้าให้วิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยในการสร้างคอลลาเจนสำหรับผิวหนัง เหงือก และหลอดเลือด

3. มีใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น

ใยอาหารในลูกหว้าช่วยเพิ่มกากอาหาร ทำให้อิ่มนาน และสนับสนุนการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

4. อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

มีงานวิจัยในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองหลายชิ้นที่พบว่าสารสกัดจากเมล็ดและใบลูกหว้าอาจมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อย่างไรก็ตาม หลักฐานในมนุษย์ยังมีจำกัด จึงไม่ควรใช้แทนการรักษาหรือยาที่แพทย์สั่ง

5. มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ

ลูกหว้ามีแร่ธาตุบางชนิด เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม และธาตุเหล็ก ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของร่างกายตามปกติ

6. อาจดีต่อสุขภาพหัวใจ

สารต้านอนุมูลอิสระในลูกหว้าอาจช่วยลดความเครียดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์

7. แคลอรีไม่สูง

ลูกหว้าเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานไม่มากเมื่อเทียบกับของหวานทั่วไป จึงสามารถรับประทานเป็นของว่างได้ หากกินในปริมาณที่เหมาะสม

ลูกหว้ากินทั้งเมล็ดได้ไหม?

โดยทั่วไป ไม่นิยมรับประทานเมล็ดลูกหว้า เพราะมีเนื้อแข็งและรสฝาด แม้ว่างานวิจัยหลายชิ้นจะศึกษา "สารสกัดจากเมล็ด" แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำเมล็ดมากินเองได้โดยตรง

หากรับประทานผลสด ควรคายเมล็ดออกเหมือนการกินลำไยหรือมะม่วง

ใครควรระวังการกินลูกหว้า?

แม้ลูกหว้าจะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรระมัดระวัง ได้แก่

  • ผู้ป่วยเบาหวาน ที่ใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินในปริมาณมาก เพราะอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาล
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ ควรกินในปริมาณปกติของอาหาร และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากลูกหว้า
  • ผู้ที่มีอาการแพ้อาหารชนิดนี้ ควรหลีกเลี่ยง

ลูกหว้าเอาไปทำเมนูอะไรได้บ้าง?

นอกจากกินสดแล้ว ยังนำไปทำเมนูได้หลายแบบ เช่น

  • น้ำลูกหว้า
  • สมูทตี้ลูกหว้า
  • แยมลูกหว้า
  • ลูกหว้าลอยแก้ว
  • ลูกหว้ากวน
  • ไอศกรีมลูกหว้า
  • โยเกิร์ตลูกหว้า

ลูกหว้าเป็นผลไม้ไทยพื้นบ้านที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี และใยอาหาร จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายของผลไม้ในแต่ละวัน แม้ว่าจะมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นศักยภาพด้านการควบคุมระดับน้ำตาลและการต้านอนุมูลอิสระ แต่หลักฐานในมนุษย์ยังมีไม่มากพอที่จะใช้เป็นการรักษาโรค

การรับประทานลูกหว้าในปริมาณพอเหมาะ ร่วมกับการกินอาหารที่หลากหลายและสมดุล ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...