รวบแล้ว 2 ราย ผู้ต้องหาชาวลาว ส่งเฮโรอีนเข้าไทย ส่งต่อให้ "แอร์มีนา" หิ้วไปออสเตรเลีย
สปป.ลาว รวบได้แล้ว 2 ราย ผู้ต้องหาชาวลาวตามหมายจับ คนส่งเฮโรอีนเข้าไป ก่อนมีคนมารับลำเลียงต่อให้ "แอร์มีนา" หิ้วไปออสเตรเลีย เผยเหตุผลยังไม่ส่งตัวให้ไทย เร่งล่าอีก 1 ยังหลบหนี
จากกรณีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.น. ร่วมกันเร่งคลี่คลายคดีขบวนการลักลอบลำเลียงเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย พร้อมขยายผลติดตามทั้งขบวนการเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับพัสดุต้องสงสัยก่อนนำส่งให้ น.ส.มีนา อายุ 26 ปี พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด จนถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัวที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวบุคคลสำคัญในคดีได้แล้ว 3 ราย คือ 1.นายอุทัย (สงวนนามสกุล) ไรเดอร์ที่นำส่งกล่องพัสดุไปยังคอนโดมิเนียมของ น.ส.มีนา 2.นายนันทวัฒน์ (สงวนนามสกุล) เพื่อนที่ช่วยนำกระเป๋าลายปักช้างไทยซึ่งมียาเสพติดซุกซ่อนไปทำลายทิ้ง 3.นายเอกวิทย์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของแชตไลน์ชื่อ “ริน ริน” ที่พูดคุยกับนายอุทัย (ไรเดอร์) โดยเป็นตัวการสำคัญระดับสั่งการ ทำหน้าที่ประสานงานผ่านแอปพลิเคชันไลน์กับตัวกลาง (นายอุทัย) ในการนัดให้มารับกระเป๋าผ้าลายช้างที่ซุกซ่อนเฮโรอีนเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้นำพัสดุไปส่งกับ น.ส.มีนา ก่อนที่คนรับหิ้วจะถือไปส่งถึงประเทศปลายทางที่สาม 4.ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Rose Rose” คือ น.ส.จันทรา (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้ติดต่อผ่านแชตข้อความเฟซบุ๊กไปหา น.ส.มีนา เพื่อขอฝากหิ้วพัสดุกระเป๋าปักลายช้างไทย จำนวน 12 ใบ นำส่งยังผู้รับปลายทางประเทศออสเตรเลีย ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานการขยายผลกับทางการออสเตรเลียถึง “นางเดียร์ (หญิงสาวชาวไทย)” ซึ่งปรากฏชื่อเป็นผู้รอรับพัสดุปลายทางจาก น.ส.มีนา ที่ประเทศออสเตรเลีย และกลุ่มชาว สปป.ลาว จำนวน 3 ราย ที่มีหน้าที่สั่งการให้มีการลำเลียงยาเสพติด จาก สปป.ลาวเข้าสู่ประเทศไทย โดยเป็นผู้ต้องหามีหมายจับของศาลไทยตามคำขอของดีเอสไอ ปัจจุบันทั้ง 3 รายกบดานอยู่ในประเทศลาว โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และ ป.ป.ส. อยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือกับ สปป.ลาว ให้ช่วยติดตามจับกุมตัวส่งไทยดำเนินคดี ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวภายในเร็ววันนี้ ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ก.ค. คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 99/2569 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนขยายผล กรณีเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญารัชดาภิเษกออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นชายชาวลาว จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายสายัน หรือท้าวสายัน บัวระพา (ชาวลาว) 2.นางนัน บัวระพา (ชาวลาว) 3.นายอุ่น หรือท้าวอุ่น เนาวะราด (ชาวลาว) ในข้อหา สมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยทั่วไปและร่วมกันพยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โดยทราบว่าทั้งหมดอยู่ระหว่างกบดานหลบหนีในประเทศลาว
ล่าสุดได้รับการยืนยันแล้วว่า ทางการ สปป.ลาว สามารถช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหาให้ดีเอสไอและ ป.ป.ส. ได้แล้ว 2 ราย คือ นายสายัน หรือท้าวสายัน บัวระพา (ชาวลาว) และนางนัน บัวระพา (ชาวลาว) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลอยู่ที่ประเทศลาว ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือ คือ นายอุ่น หรือท้าวอุ่น เนาวะราด (ชาวลาว) สปป.ลาว อยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัว
ด้าน น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวว่า ทางการลาวสามารถช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวลาว 2 รายตามหมายจับศาลอาญารัชดาภิเษก โดยเป็นความร่วมมือบูรณาการระหว่างไทยและลาวเป็นอย่างดี และถือเป็นความร่วมมือระดับทวิภาคี นอกจากนี้ เรายังมีเอกอัครทูตไทยที่ปรึกษาประจำเวียงจันทน์ สปป.ลาว ที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ส่วนสาเหตุที่อาจจะไม่ได้มีการนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งไทยดำเนินคดีนั้น เนื่องด้วยผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ ทั้งยังมีคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติดบิ๊กล็อตที่เกิดขึ้นในประเทศลาวอีกด้วย ทางการไทยและลาวจึงมีความเห็นร่วมกันว่าจะต้องมีการขยายผลที่ สปป.ลาว เพื่อสืบสวนสอบสวนไปให้ถึงต้นตอขบวนการรายใหญ่เกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมค้ายาเสพติดข้ามชาติ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ในวันนี้ มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดล็อตเฮโรอีนที่เราได้มีการจับกุมก่อนหน้านี้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นบริเวณซอยรางน้ำ, หลักสี่, บางเขน และรามคำแหง
ขณะที่ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนข้อมูลย้อนหลัง 2-3 ปี พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ คือ 1.นายสายัน หรือท้าวสายัน บัวระพา (ชาวลาว) 2.นางนัน บัวระพา (ชาวลาว) 3.นายอุ่น หรือท้าวอุ่น เนาวะราด (ชาวลาว) ซึ่งร่วมกับผู้ต้องหาสองสามีภรรยา คือ นายอุทิศ ชาวไทย และนางทัดสะพอน ชาวลาว มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งเฮโรอีนและยาบ้ามาโดยตลอด ทั้งยังมีแผนประทุษกรรมในลักษณะเดียวกันเกือบทุกล็อตยาเสพติด โดยเฉพาะกรณีของนายสายันและนายอุ่น ที่มีหน้าที่สั่งการให้เครือข่ายนำเอายาเสพติดข้ามฝั่งมาส่งให้เครือข่ายในประเทศไทย โดยการรับ-ส่งจะเกิดขึ้นตรงจุดใต้ต้นมะเดื่อของฝั่งไทย ริมแม่น้ำโขง จ.เลย ซึ่งจะมีคนไทยมารอรับพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดเรียบร้อยแล้ว อาทิ มีการซุกซ่อนในผ้าไหม ซุกซ่อนในซับด้านในกระเป๋าผ้าลายปัก เป็นต้น จากนั้นเครือข่ายฝั่งไทย อย่างเช่นสองสามีภรรยา นายอุทิศ ชาวไทย และนางทัดสะพอน ชาวลาว ก็จะรีบเอาไปส่งบริษัทขนส่งตามสาขาในพื้นที่เพื่อให้พัสดุถึงผู้รับปลายทาง จึงทำให้พัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดเหล่านี้ได้เข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน
อย่างไรก็ดี หลักฐานเส้นทางการเงินของสองสามีภรรยา นายอุทิศ และนางทัดสะพอน ค่อนข้างมัดตัวชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเฮโรอีนเข้าสู่ประเทศไทย แม้ในตอนแรกจะพยายามให้การภาคเสธ แต่ท้ายสุดก็ยอมรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานของเจ้าหน้าที่ ว่าทั้งคู่รับการติดต่อนำยาเสพติดเฮโรอีนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทยด้วยการคุยกับผู้ต้องหาทั้ง 4 รายตามหมายจับจริง ประกอบด้วย 1.นายแคล้ว โบราณ (ชาวไทย) ซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนางทัดสะพอน ภรรยาของนายอุทิศ ชาวจังหวัดเลย ปัจจุบันนายแคล้ว, นายอุทิศ, นางทัดสะพอน ทั้งหมดถูกจับกุมตัวที่จังหวัดเลยเรียบร้อยแล้ว 2.นายสายัน หรือท้าวสายัน บัวระพา (ชาวลาว) 3.นางนัน บัวระพา (ชาวลาว) และ 4.นายอุ่น หรือท้าวอุ่น เนาวะราด ชาวลาว โดยเป็นการพูดคุยผ่านทางเฟซบุ๊กและไลน์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบแล้ว 2 ราย ผู้ต้องหาชาวลาว ส่งเฮโรอีนเข้าไทย ส่งต่อให้ "แอร์มีนา" หิ้วไปออสเตรเลีย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ศาลอาญาไม่ให้ประกัน "รินริน" มือส่งกระเป๋าซุกเฮโรอีน ชี้อัตราโทษสูง หวั่นหลบหนี
- เลขาฯ ป.ป.ส. ลั่นเร่งล่าตัวการใหญ่คดีขนยา เตือนสายหิ้วโทษหนัก ด้าน “รุทธพล” ส่ง K9 คุมเข้ม
- รู้ตัว “เดียร์” คนรอรับพัสดุ จากแอร์ “มีนา” แล้ว ลุ้นสั่งฟ้องหรือไม่ 14 ก.ย. นี้
- สั่งสอบแล้ว ร.ต.อ.หญิง ปมรับหิ้วกัญชาไปจีน หากผิดจริงลงดาบฟันทั้งวินัยและอาญา
- คุมตัว “เอกวิทย์” ร่างอวตาร “ริน ริน” ไปชี้จุดวางกระเป๋าลายช้าง ริมถนนที่พะเยา
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath