โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ByteDance ทุ่มงบ AI สูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2570 หวังท้าชนยักษ์เทคสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ByteDance ทุ่มงบ AI สูงถึง 7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ และแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์ในปีหน้า เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาด AI ของจีนและขยายอิทธิพลสู่เวทีโลก

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.51 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท ByteDance เจ้าของแพลตฟอร์ม TikTok และหนึ่งในผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีน กำลังเตรียมเพิ่มงบลงทุนครั้งใหญ่ในช่วงปีนี้และปีหน้า เพื่อเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI หวังขึ้นเป็นผู้นำตลาด AI ของจีน และแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐในเวทีโลก

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า บริษัทจากกรุงปักกิ่งแห่งนี้กำลังหารือแผนใช้งบลงทุน (Capital Expenditure หรือ Capex) สูงถึง 7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพิ่มเติม โดยบริษัทจะใช้กำไรส่วนใหญ่จากปี 2568 ซึ่งคาดว่าทำได้ราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ มาสนับสนุนการลงทุนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขงบลงทุนดังกล่าวยังเป็นเพียงแผนเบื้องต้น และอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ทุกไตรมาส โดยแหล่งข่าวระบุว่างบลงทุนในปีนี้อาจอยู่ในช่วง 4 แสนล้านถึง 5 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 5.9-7 หมื่นล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ByteDance ยังหารือถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มงบลงทุนแตะระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์ในปีหน้า หากภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจเอื้ออำนวย เทียบกับปีก่อนที่บริษัทใช้งบลงทุนประมาณ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

แม้ ByteDance จะไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันด้าน AI ที่กำลังร้อนแรงขึ้นอย่างมากระหว่างจีนและสหรัฐ

ปัจจุบัน บริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของสหรัฐอย่าง Amazon, Alphabet, Microsoft และ Meta Platforms ต่างประกาศแผนใช้งบลงทุนรวมกันสูงถึง 7.25 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI และพัฒนาโมเดลใหม่ ๆ หรือเฉลี่ยราว 1.81 แสนล้านดอลลาร์ต่อบริษัท

ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีจีนอย่าง Tencent Holdings และ Alibaba Group Holding ยังมีท่าทีระมัดระวังมากกว่า โดย Tencent ระบุว่าใช้งบลงทุนปี 2568 อยู่ที่ 7.92 หมื่นล้านหยวน ส่วน Alibaba ใช้งบลงทุน 1.26 แสนล้านหยวนในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า งบลงทุนของ ByteDance ถือเป็นการเร่งเกมเชิงรุกครั้งสำคัญ เพื่อรักษาความได้เปรียบในตลาด AI โดยเฉพาะในด้านแชตบอต วิดีโอ และการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ

หนึ่งในข้อได้เปรียบสำคัญคือ ต้นทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในจีนต่ำกว่าสหรัฐมาก ทำให้ ByteDance สามารถสร้างกำลังประมวลผลในระดับใกล้เคียงกันได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า นอกจากนี้ Bloomberg ยังรายงานว่า ByteDance เพิ่งบรรลุข้อตกลงซื้อชิปจาก Qualcomm หลายล้านชิ้น เพื่อรองรับบริการ AI แบบ agentic AI ของบริษัท

เค หยาน นักวิเคราะห์เทคโนโลยีจาก DZT Research ในสิงคโปร์ กล่าวว่า บริษัทเทคโนโลยีจีนรายใหญ่เริ่มมองโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ มากกว่าจะเป็นเพียงค่าใช้จ่ายทั่วไปอีกต่อไป

เขาระบุว่า แม้ตัวเลขการลงทุนของจีนจะยังต่ำกว่าบริษัทสหรัฐ แต่หากปรับตามต้นทุนภายในประเทศ ช่องว่างดังกล่าวอาจไม่ได้ห่างกันมากอย่างที่เห็น และความทะเยอทะยานของจีนก็แทบไม่ต่างจากฝั่งสหรัฐแล้ว

ปัจจุบัน Doubao แชตบอตของByteDance กลายเป็นแชตบอตที่ได้รับความนิยมสูงสุดในจีน ด้วยจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 300 ล้านคน จนบริษัทเริ่มเตรียมเก็บค่าสมาชิก ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่ปกติในตลาดจีนที่ผู้บริโภคไม่คุ้นชินกับการจ่ายเงินสำหรับบริการออนไลน์

ขณะที่โมเดล AI ด้านข้อความและวิดีโอของบริษัท เช่น Seedance ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตั้งแต่โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ เครื่องมือเขียนโค้ด ไปจนถึงระบบ AI Agent อัตโนมัติ โดยส่วนหนึ่งของความสำเร็จมาจากการใช้แพลตฟอร์ม Douyin ซึ่งเป็น TikTok เวอร์ชันจีน เป็นช่องทางผลักดันผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท

เช่นเดียวกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐ ByteDanceและคู่แข่งในจีนต่างเร่งเพิ่มงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภคที่คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ByteDanceยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีโอกาสเข้าตลาดหุ้น (IPO) มากที่สุดของจีน หลังเคยมีรายงานจาก Reuters ว่า บริษัทมีมูลค่าประเมินล่าสุดราว 5.5 แสนล้านดอลลาร์ แต่จนถึงขณะนี้ บริษัทก็ยังไม่ได้ส่งสัญญาณเร่งรีบในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียน

ในช่วงปีที่ผ่านมา ByteDanceยังทยอยถอนการลงทุนจากธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก เช่น ธุรกิจเกม เพื่อระดมทรัพยากรมุ่งเน้นไปยังธุรกิจ AI และโซเชียลมีเดียเป็นหลักมากขึ้น

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...