DSI แถลงผลทลายเครือข่าย Forex พบเชื่อมโยง "ภาวุธ-ฟิล์ม รัฐภูมิ"
">
วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมด้วย ทันตแพทย์หญิงจุฑารัตน์ จินตกานนท์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พลตำรวจตรี ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) และร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย ซึ่งมีเงินทุนหมุนเวียนหลายพันล้านบาทต่อปี
โดยการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง DSI, ตำรวจไซเบอร์, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าตรวจค้นทั้งหมด 24 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อทำลายวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่แบ่งการทำงานเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มโบรกเกอร์ที่เปิดหน้าเว็บเพจ 4 บริษัทในเครือเดียวกัน กลุ่ม IB (Introducing Broker) ที่ทำหน้าที่ชักชวน สอนเทรด และสร้างแรงจูงใจด้วยการโชว์ทรัพย์สิน และกลุ่ม Payment หรือบริษัทรับส่งเงินที่นำเงินเข้าสู่ระบบดิจิทัล
ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่สามารถยึดอายัดทรัพย์สินจำนวนมาก ประกอบด้วย รถหรู 5 คัน และรถยนต์อื่น ๆ รวม 15 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน เงินสดกว่า 65 ล้านบาท ทองคำแท่งและทองรูปพรรณหนักประมาณ 50 บาท เครื่องประดับทองและเพชร กระเป๋าแบรนด์เนมกว่า 40 ใบ นาฬิกาหรู 113 เรือน เงินแท่ง 12 กิโลกรัม เงินตราต่างประเทศมูลค่าประมาณ 600,000 บาท อาวุธปืน 3 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุน
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งคอมพิวเตอร์ 55 เครื่อง แท็บเล็ต 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง และ Hardware Wallet สำหรับเก็บเงินดิจิทัลสกุล Bitcoin และ USDT จำนวน 4 ชิ้น ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการอายัดบัญชีธนาคารรวม 77 ราย แบ่งเป็นนิติบุคคล 20 ราย และบุคคลธรรมดา 57 ราย พร้อมระงับการทำธุรกรรมในบัญชีเงินดิจิทัลภายใต้กฎหมายไทยทั้งหมด
โดยความเสียหายในคดีนี้ประเมินว่ามีผู้เสียหายน่าจะสูงถึง 500 ราย เฉพาะรายที่มาร้องทุกข์รายเดียวสูญเงินถึง 70 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลจากตำรวจไซเบอร์พบผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบออนไลน์อีก 65 เคสไอดี มีบัญชีม้าเกี่ยวข้องกว่า 1,000 บัญชี มูลค่าความเสียหายรวมเบื้องต้นในส่วนนี้ประมาณ 100 ล้านบาท และคาดว่ามูลค่ารวมทั้งเครือข่ายอาจสูงถึงหลายพันล้านบาท
ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจคือความเชื่อมโยงกับบุคคลที่มีชื่อเสียง โดยกองคดีเทคโนโลยีฯ ตรวจพบเส้นทางการเงินจากบริษัท ALPFX ซึ่งเป็นโบรกเกอร์รายใหญ่ เชื่อมโยงไปยังบริษัท สปาร์ค ดิจิตอล (Spark Digital) และมีการโอนเงินต่อไปยังบัญชีส่วนตัวของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 28 ล้านบาท โดยมีการโอนหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 2 ล้านบาท รวม 14 ครั้ง ภายในวันเดียวในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567
อย่างไรก็ตาม DSI ยืนยันว่าในขณะนี้นายภาวุธยังไม่ได้มีสถานะเป็นผู้ต้องหา และทางกรมฯ ยินดีรับฟังคำชี้แจงถึงที่มาของเงินดังกล่าว เนื่องจากต้องพิสูจน์ว่าเป็นเงินจากการลงทุนหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่ แต่เนื่องจากปัจจุบันนายภาวุธยังมีเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในช่วงสมัยประชุม DSI จึงจะพิจารณาดำเนินการเชิญมาให้ข้อมูลหลังปิดสมัยประชุม เว้นแต่เจ้าตัวจะสมัครใจสละเอกสิทธิ์เพื่อเข้าชี้แจงเอง
นอกจากนี้นโยบายการสืบสวนยังพบความเกี่ยวข้องกับ "ฟิล์ม - รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" ดารานักแสดงชื่อดัง ซึ่งมีความเชื่อมโยงในฐานะผู้ขับเคลื่อนบริษัท อินเทอร์นอลท์ (Internalth) หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่กลุ่มโบรกเกอร์ โดยมีการเชื่อมโยงกับบริษัท SFM และบริษัทอื่น ๆ ที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียน ซึ่งทาง DSI ระบุว่าเส้นเงินของทั้งสองกลุ่มยังไม่ปรากฏความเชื่อมโยงกันโดยตรง แต่แยกกลุ่มการทำงานชัดเจน
โดยกลุ่มนายภาวุธรับเงินต่อจาก Payment ขณะที่กลุ่มของรัฐภูมิมีความสัมพันธ์ในลักษณะสนับสนุนกลุ่มโบรกเกอร์ ทั้งนี้ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษย้ำว่า การดำเนินคดีนี้เป็นการสืบสวนต่อเนื่องมานานกว่า 6 เดือน ไม่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซงหรือกดดันให้เร่งรัดในประเด็นใด และไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นพิเศษ แต่เป็นการดำเนินการตามพยานหลักฐานเพื่อยับยั้งความเสียหายที่จะเพิ่มมากขึ้น โดย DSI จะขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่นในหลายวงการต่อไป