“อนุทิน” บินร่วมวง “ปูติน” ชูสันติภาพรากฐานเศรษฐกิจ ดัน FTA ไทย-ยูเรเซีย
เมื่อเวลา 12.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) วันที่ 18 มิ.ย.ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติคาซาน เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน (Working Lunch) พร้อมกล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ Integration Processes in the Eurasian Spaces โดยมีนายวลาดิมีร์ ปูติน (H.E. Mr. Vladimir Putin) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ประมุขและผู้นำรัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียน เลขาธิการอาเซียน เลขาธิการองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ประธานกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชีย สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน และประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เข้าร่วม
โดยนายกฯ กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีปูตินที่เปิดโอกาสให้ผู้นำอาเซียนได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชีย และภาคธุรกิจรัสเซีย พร้อมกล่าวถึงความรุ่งเรืองของภูมิภาคยูเรเซียในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค เศรษฐกิจ และประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า “สันติภาพและเสถียรภาพ” คือรากฐานสำคัญของการบูรณาการทางเศรษฐกิจ
นายกฯ ยังได้กล่าวถึงการส่งเสริมความเชื่อมโยง เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ แต่ยังครอบคลุมถึงห่วงโซ่อุปทาน เครือข่ายโลจิสติกส์ แพลตฟอร์มดิจิทัล ภาคธุรกิจ และการติดต่อระหว่างประชาชน โดยไทยในฐานะประตูเชื่อมระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก พร้อมมีบทบาทในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนกับประเทศหุ้นส่วนในภูมิภาคยูเรเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
นายกฯ กล่าวถึงความตั้งใจในการเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Thailand–EAEU FTA) เพื่อสนับสนุนการขยายการค้า การลงทุน และสร้างรากฐานที่เข้มแข็งสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส คาดการณ์ได้ และเอื้อต่อการลงทุน
ในตอนท้าย นายกฯ กล่าวยืนยันความพร้อมของไทยในการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อส่งเสริมภูมิภาคยูเรเซียที่มีสันติภาพ เชื่อมโยงถึงกัน และเปิดกว้างต่อโอกาส โดยเชื่อว่าความสำเร็จของการบูรณาการระหว่างภูมิภาคจะวัดได้จากการที่ประชาชนและภาคธุรกิจมีความเชื่อมโยง มีความยืดหยุ่น และมีความมั่งคั่งร่วมกันมากยิ่งขึ้น