โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 มิถุนายน 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 มิถุนายน 2569

>> ช้างป่าทำร้ายชายวัย 62 ปีดับอนาถขณะออกจากบ้านมาเก็บขี้ยางพาราในสวนยางฯ จ.ชลบุรี

09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองใหญ่ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง จุดหนองใหญ่ ว่ามีผู้เสียชีวิตจากการถูกช้างป่าทำร้ายภายในสวนสวนยางพาราบ้านคลองตะเคียน ม. 3 ต.คลองพลู อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี

หลังรับแจ้งเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึงจุดหนองใหญ่ และแพทย์เวรโรงพยาบาลหนองใหญ่ พบที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากบ้านพักคนงานกรีดยางประมาณ 200 เมตร และมีร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายสามารถ บดีรัฐ อายุ 62 ปี สภาพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อแขนยาวลายสีฟ้า สวมกางเกงขายาวสีน้ำตาล ใส่รองเท้าบูทยางสีม่วง บริเวณลำตัวมีบาดแผลขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายถูกงาช้างแทง และเหยียบซ้ำ เนื่องจากพบรอยเท้าช้างอยู่บริเวณใกล้กับศพ

บุตรชายผู้เสียชีวิตเล่าว่าตนเองและผู้เสียชีวิตได้ตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปเก็บขี้ยางที่กรีดไว้ตั้งแต่ช่วงกลางคืน เพราะเกรงจะถูกลักขโมยขี้ยาง แต่พอเมื่อมาถึงในสวนป่ายาง ได้พบฝูงช้างป่าหลายตัว ตนเองและพ่อได้พากันวิ่งหลบหนีไปคนละทาง และคาดว่าพ่อน่าจะเป็นห่วงตนเอง จึงวิ่งย้อนกลับมาจนทำให้ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ รวมทั้งฝ่ายปกครอง ได้ส่งศพให้หน่วยกู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียง จุดหนองใหญ่ นำร่างส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลหนองใหญ่ เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนให้ญาติรับกลังไปประกอบพิธีทางศาสนา

>> ตำรวจไซเบอร์ ทลายแก๊งหลอกลงทุนหุ้นปลอม เสียหาย 7.6 ล้านบาท พร้อมลุยจับเว็บพนัน-หนี้นอกระบบ เงินหมุนเวียนกว่า 700 ล้าน

10.00 น. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) แถลงข่าว การระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในพื้นที่ภาคใต้

โดยผลการปฏิบัติการระดมกวาดล้าง ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงจนปัจจุบัน มีการเข้าตรวจค้นจุดต่างในหลายพื้นที่ของภาคใต้ทั้งหมด 18 จุด จับกุมผู้ต้องหา 20 ราย มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท โดยการปฏิบัติการในครั้งนี้เป็น 3 กลุ่มคดีสำคัญ ได้แก่ คดีหลอกลวงลงทุนออนไลน์ คดีเว็บพนันออนไลน์ และการกวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน และหนี้นอกระบบ

สำหรับคดีหลอกลวงลงทุนออนไลน์ เจ้าหน้าที่สามารถทลายเครือข่ายหลอกลงทุนเทรดหุ้นออนไลน์ที่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 7.6 ล้านบาท เชื่อมโยงผู้เสียหายจำนวน 117 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 173 ล้านบาท โดยเข้าตรวจค้น 5 จุด ออกหมายจับผู้ต้องหา 9 ราย และสามารถจับกุมได้แล้ว 2 ราย ขณะที่อีก 1 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามผู้ต้องหาที่เหลืออีก 6 ราย พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่ออายัดและยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง

>> จนท.ตรวจกันสาดอาคารถล่ม สั่งปิดกั้นพื้นที่ รอตรวจสอบห้องข้างเคียง ยืนยันยังไม่กระทบโครงสร้างอาคาร

12.30 น. สำนักงานสัมพันธวงศ์ โดย น.ส.ชัญญาภัค ชำนิกล้า ผช.ผอ.เขตสัมพันธวงศ์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานโยธา กทม. พร้อมด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอาคาร จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ กันสาดอาคารพาณิชย์ถล่ม บริเวณใกล้วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถนนพระราม 4 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยเข้าตรวจสอบภายในทั้งบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ของอาคาร เพื่อดูความแข็งแรงของโครงสร้าง และจุดที่กันสาดถล่มลงมา เพื่อดูสาเหตุในเบื้องต้น

นายอิทธิพล พสิษฐ์โยธิน ประธานกรรมการกฎหมายและจรรยาบรรณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ เผยภายหลังเข้าตรวจสอบว่า การตรวจสอบในเบื้องต้นที่เข้าไปดูประมาณ 3-4 คูหาที่เกิดเหตุ และขึ้นไปตรงระเบียงกันสาดหลังที่ 3 พบว่า โครงสร้างอาคารเป็นการก่ออิฐถือปูน เพราะอาคารนี้มีอายุมากกว่า 50 ปี ส่วนระบบคานเป็นแบบไม้ และกันสาดที่ถล่มเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งโครงสร้างอาคารที่ชำรุดเสื่อมโทรมไป ทำให้ความสามารถในการรับแรงก็น้อยลงไป พอเอียงในระดับหนึ่งก็จะพังลงมา

>> ลูกเรือฉุนโหด กระหน่ำแทงเพื่อน 4 แผลเสียชีวิต

12.50 น. สภ.เมืองสมุทรสงคราม รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกแทงเสียชีวิตบนเรือประมงลำหนึ่ง ที่จอดเทียบท่าอยู่วัดปากสมุทร ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่สั่งกันพื้นที่เด็ดขาด ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้ ก่อนพบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ นายยานนายโซ อายุ 37 ปี แรงงานชาวเมียนมา สภาพศพนอนจมกองเลือดอยู่บริเวณท้ายเรือ ถูกกระหน่ำแทงด้วยมีดเข้าที่หน้าอกซ้าย 3 แผล และใต้ราวนมขวาอีก 1 แผล สยองเรือประมง ลูกเรือ ฉุนโหด กระหน่ำแทงเพื่อน 4 แผลเสียชีวิต เผยคำพูดทำฟิวส์ขาด วงจรปิดจับภาพนาทีสลด ด้าน ตำรวจควบคุมตัวดำเนินคดีทันที

เบื้องต้นตำรวจสั่งควบคุมตัวลูกเรือทั้ง 7 คนบนเรือทันที ก่อนสอบสวนจนรู้ตัวผู้ก่อเหตุคือ นายเต้ อายุ 34 ปี เพื่อนร่วมชาติ โดยเจ้าตัวยอมรับสารภาพอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงกันอย่างหนัก กระทั่งผู้ตายด่าทอลามปามไปถึงบุพการี จึงบันดาลโทสะจ้วงแทงจนเกิดการต่อสู้กัน ก่อนที่ผู้ตายจะล้มพับสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา เบื้องต้นตำรวจคุมตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ไปเค้นสอบอย่างละเอียดที่ สภ.เมืองสมุทรสงคราม เตรียมส่งตัวดำเนินคดีรับกรรมตามกฎหมายต่อไป

>> ให้ออกราชการแล้ว! ‘ร.ต.อ.’ คลั่ง ยิงปืนใส่ป้ายพรรคภูมิใจไทย

14.20 น. จากกรณี “ร.ต.อ.” นายหนึ่ง สังกัดตำรวจภูธรภาค 8 ก่อเหตุบุกเข้าถามหา นายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทย และเป็นคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่พบตัว จึงได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงป้ายที่ทำการศูนย์ประสานงาน ก่อนควบคุมตัวไว้ได้ในข้อหา พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้นำ ร.ต.อ.เอกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี รอง สว.ฝอ.ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย จากห้องควบคุมมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติม จากการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและให้ความร่วมมือด้วยดี โดยภายหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ร.ต.อ.เอกชัย ไปเข้ารับการประเมินสุขภาพจิตโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ที่โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ อ.พุนพิน และจะนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันพรุ่งนี้ ในข้อหายิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและทำให้เสียทรัพย์

ขณะที่ พล.ต.ต.ภัทรวิทย์ คีตโมทนียกุล ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า ภายหลังได้รับรายงานเหตุจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง และให้ร.ต.อ.เอกชัย ออกจากราชการก่อนเนื่องจากต้องโทษคดีอาญา

>> อุทยานแห่งชาติฯ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ประชาสัมพันธ์ กรณีพบฟองธรรมชาติ สร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวมาหาดแม่รำพึง

16.20 น. การเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติควบคู่กับการดูแลสุขอนามัยของนักท่องเที่ยว ถือเป็นภารกิจสำคัญของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเมื่อเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่อาจสร้างความกังวลใจ การเร่งตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจ ลดความตื่นตระหนก และแนะนำแนวทางการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของผู้มาเยือนทุกคน

ล่าสุด อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ได้ออกประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว หลังพบฟองสีขาวอมเขียวกระจายตามแนวน้ำขึ้นลงตลอดชายหาดแม่รำพึง จากการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นฟองจากสาหร่ายหรือแพลงก์ตอนพืชที่ตายแล้วถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง โดยมีลักษณะเด่นคือเนื้อฟองมีสีเขียวปน มีเศษสาหร่ายและอินทรียวัตถุผสมอยู่ กระจายตามแนวคลื่นซัดฝั่ง และไม่มีคราบน้ำมัน ซึ่งมักเกิดในช่วงหลังฝนตกหนัก ทะเลค่อนข้างนิ่งหลายวัน หรือมีธาตุอาหารในน้ำสูงจนเกิดแพลงก์ตอนบลูมขนาดเล็ก

ทางอุทยานแห่งชาติฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวปกติไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่เพื่อความปลอดภัย ได้แจ้งเตือนกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีผิวหนังแพ้ง่ายหรือมีแผลเปิด ควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในระยะนี้ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่คอยติดตามสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยบริเวณชายหาดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยสูงสุด

>> รวบแล้วสาวเปิดบัญชีม้าแก๊งมิจฉาชีพ หลอกทำภารกิจออนไลน์ สูญเงินกว่า 8 หมื่นบาท

18.30 น. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) จับกุม น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ หลังรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งมิจฉาชีพ ซึ่งมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายผ่านเฟซบุ๊กให้ร่วมทำภารกิจกดไลก์ กดแชร์ สะสมแต้มเพื่อรับค่าตอบแทน ก่อนออกอุบายหลอกให้โอนเงินร่วมแคมเปญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนผู้เสียหายสูญเงินไปกว่า 88,700 บาท

โดยเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าหางานผ่านเฟซบุ๊กและถูกชักชวนให้ไปรับจ้างเปิดบัญชีที่ฝั่งปอยเปตเพื่อแลกกับค่าตอบแทน

>> รวบ 4 ผู้ต้องหา ไล่ยิงวัยรุ่น16 ปีเสียชีวิต อ้างขับปาดหน้า-ท้าทายกัน

19.20 น. กรณีวัยรุ่นอายุ 16 ปี ขี่จยย.ออกจากบ้านไปดู กลุ่มจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ก่อนถูกกระบะไม่ทราบฝ่ายไล่ติดตามและใช้อาวุธปืนยิง จนเวียชีวิต บริเวณรอยต่อพื้นที่อำเภอบางแก้วและอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาชาย อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุ ไปชี้จุดทิ้งอาวุธปืนบริเวณเหมืองร้างในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า ภายหลังก่อเหตุได้ขับรถกระบะ เข้ามายังบริเวณดังกล่าว ก่อนนำอาวุธปืนจำนวน 2 กระบอก โยนทิ้งลงไปในเหมือง เพื่ออำพรางหลักฐาน เบื้องต้นผู้ต้องหายังปฏิเสธ ให้การในรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยอมรับว่าได้นำอาวุธปืนมาทิ้งในจุดดังกล่าว พร้อมกล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ ที่ทำให้น้องอ๊อฟ อายุ 16 ปี เสียชีวิต โดยระบุว่ารู้สึกเสียใจ และไม่ได้ตั้งใจก่อเหตุ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต

ด้าน พ.ต.อ.ยศวรรษ กระจ่างวงศ์ ผกก.สภ.ตะโหมด เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุได้แล้วจำนวน 4 ราย อายุระหว่าง 16-24 ปี โดยเตรียมแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนผู้ที่ร่วมเดินทางมาในรถกระบะ จะถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นเช่นกัน

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การสอดคล้องกันว่า ก่อนเกิดเหตุได้พบกลุ่มผู้ตายบนท้องถนน และเกิดการขับปาดหน้ากัน รวมถึงมีการท้าทายกัน ก่อนจะขับรถไล่ติดตามกันไป จนถึงจุดเกิดเหตุและมีการใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียชีวิต โดยทั้งสองฝ่ายไม่เคยมีปัญหา หรือเป็นคู่อริกันมาก่อน

>> รมช.คมนาคม ติดตามเหตุอุโมงค์ดอยหลวงถล่ม เสียใจผู้สูญเสีย สั่งเร่งสอบสาเหตุ ชี้หากพบประมาทดำเนินคดีถึงที่สุด

20.00 น. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเป็นการด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์และรับฟังรายงานข้อเท็จจริง กรณีผนังอุโมงค์ดอยหลวง ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยย้ำยังไม่ตัดประเด็นความประมาทในการตรวจสอบสาเหตุ

ในการลงพื้นที่ มีนายณรงค์ศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายภูริฑัต เรืองพิริยะ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 2 และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังรายงาน โดยมีนายปัฐพงษ์ บุญแก้ว วิศวกรโครงการรถไฟ สรุปข้อมูลและรายละเอียดทางเทคนิคของเหตุการณ์ นายภัทรพงศ์ กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมแสดงความอาลัยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยยืนยันว่าผู้บาดเจ็บต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และครอบครัวผู้เสียชีวิตต้องได้รับการเยียวยาตามสิทธิและกฎหมายอย่างเต็มที่

พร้อมระบุว่า จะเร่งรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมดรายงานต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด รวมถึงพิจารณาทั้งปัจจัยทางเทคนิคและความเป็นไปได้ของความบกพร่องหรือความประมาทในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยว่า ก่อนดำเนินการเจาะหรือฉีดคอนกรีต ต้องมีการประเมินสภาพชั้นหินอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ และหากพบว่ามีความประมาทหรือการละเลยมาตรฐานความปลอดภัย จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...