โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

BDMS ปั้น “WellEra” เมืองสุขภาพแห่งอนาคต จับมือ Capella รุก Wellness Residence

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 22 มิ.ย. เวลา 01.28 น.

BDMS เดินหน้าลงทุนครั้งสำคัญมูลค่ากว่า 29,000 ล้านบาท เปิดตัว “WellEra” โครงการ Wellness-Integrated Ecosystem บนทำเลถนนหลังสวน ผสานการแพทย์ เทคโนโลยี การอยู่อาศัย และไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ พร้อมจับมือ Capella Group แบรนด์โรงแรมหรูระดับโลกพัฒนา Branded Residence ตั้งเป้าเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2573

BDMS ปักหมุดลงทุนครั้งใหญ่

แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าลงทุนครั้งสำคัญด้วยการพัฒนาโครงการ WellEra (เวล-เอ-ร่า) โครงการ Wellness-Integrated Ecosystem งบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท บนทำเลถนนหลังสวน–สารสิน ติดสวนลุมพินี พื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING”

โครงการ WellEra ถือเป็นโครงการสุขภาพเชิงบูรณาการ (Wellness Complex) โดยผสานองค์ความรู้ด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การออกแบบ อัตลักษณ์ไทย และการบริการระดับโลกเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนให้การมีสุขภาพที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ

โครงการประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Wellness Residence ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ, BDMS Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน, Urban Wellness Retreat พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ และ Lifestyle Retail พื้นที่ร้านค้าและบริการสำหรับการใช้ชีวิต โดยมี Capella แบรนด์ Luxury Hospitality ระดับโลกเข้ามาร่วมพัฒนาในส่วนที่พักอาศัย ทั้งนี้ WellEra มีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2573

แพทย์หญิงปรมาภรณ์ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ BDMS คือการสร้าง WellEra ให้เป็น Wellness Destination หรือจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลก ที่สามารถดึงดูดทั้งคนไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาใช้ชีวิต ดูแลสุขภาพ และพักผ่อนในพื้นที่เดียวกัน โดยองค์กรจะนำความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพมาช่วยออกแบบการใช้ชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาวะอย่างแท้จริง

"ด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ติดสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์อย่างมากและหาได้ยากในปัจจุบัน ซึ่งการพัฒนาโครงการนี้ไมได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ แต่เป็นการสร้างต้นแบบการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีในทุกมิติ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและกหรือารออกแบบวิถีชีวิตที่เหมาะสมในระยะยาว"

พร้อมกล่าวว่าย้อนเส้นทางกว่า 50 ปีของ BDMS ที่เติบโตจากโรงพยาบาลขนาด 50 เตียง สู่เครือข่าย 60 โรงพยาบาล ภายใต้ 6 แบรนด์หลัก และขยายสู่ธุรกิจดูแลสุขภาพเชิงป้องกันผ่าน BDMS Wellness Clinic ก่อนจะก้าวสู่โครงการ Wellness Complex ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญครั้งใหม่ของกลุ่ม

รับเมกะเทรนด์สังคมสูงวัย ดัน Health Span คนไทย

นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางประชากรครั้งใหญ่ หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ขณะที่อัตราการเกิดลดลงต่อเนื่อง หากประชากรสูงอายุมีสุขภาพไม่ดี จะกลายเป็นภาระต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ดังนั้น Wellness จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนสังคมสูงวัยให้กลายเป็น Healthy Aging Society หรือสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของโลก โดยโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง สามารถป้องกันได้ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งเป็นหัวใจของแนวคิด Wellness และ Lifestyle Medicine

เป้าหมายสำคัญคือการทำให้คนไทยมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งลดช่องว่างระหว่างอายุขัยเฉลี่ย (Life Span) กับอายุขัยที่มีสุขภาพดี (Health Span) ให้ใกล้เคียงกันมากที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงตลอดช่วงชีวิต

อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพเติบโตสูงสุดในอุตสาหกรรมเวลเนส

นพ.ตนุพล กล่าวว่า อุตสาหกรรมเวลเนสทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่ารวมกว่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029 ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่เติบโตสูงสุดคือ Wellness Real Estate หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ ซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยกว่า 15% ต่อปี

สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันธุรกิจเวลเนสมีมูลค่าประมาณ 42,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท และเติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดยเฉพาะกลุ่ม Wellness Tourism ที่เติบโตโดดเด่นจากจุดแข็งด้านอาหารไทย การบริการแบบไทย แพทย์แผนไทย และระบบการแพทย์สมัยใหม่ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์สู่ต้นแบบ Wellness Complex

ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าว BDMS จึงพัฒนาโครงการ WellEra เพื่อเป็นต้นแบบของ Wellness Complex ที่ผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตประจำวันเข้าไว้ด้วยกัน

โครงการจะนำองค์ความรู้จากบุคลากรทางการแพทย์ในเครือ BDMS กว่า 15,000 คน มาร่วมออกแบบระบบการอยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาพในทุกมิติ ตั้งแต่การนอนหลับ การออกกำลังกาย สุขภาพจิต โภชนาการ การฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล

แนวคิดหลักของโครงการยึดตามหลัก 6S Wellness Dimensions ครอบคลุมการนอนหลับ การเคลื่อนไหวร่างกาย สุขภาพจิต เทคโนโลยี สุขภาวะทางสังคม และการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ พร้อมต่อยอดด้วยแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพอากาศ น้ำ แสง เสียง อุณหภูมิ และความชื้นภายในอาคาร

ปี68 รายได้รวมกว่า 1.13 แสนล้าน

สำหรับในปี 2568 BDMS มีรายได้รวม 113,272 ล้านบาท โดยธุรกิจเวลเนสสามารถสร้างสัดส่วนรายได้ถึง 12% ของรายได้รวมทั้งหมดของเครือ หรืออยู่ที่ราว 13,600 ล้านบาท ตัวเลขนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า เวลเนสไม่ใช่ธุรกิจเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแกนหลักสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กร

โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา BDMS มีผู้รับบริการกว่า 150 สัญชาติทั่วโลก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความต้องการด้าน Scientific Wellness กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก และ ‘เวลเนส’ ได้เปลี่ยนผ่านจากโอกาสทางธุรกิจ สู่การเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดอนาคตของระบบสุขภาพ ซึ่ง WellEra จะมีส่วนช่วยผลักดันบทบาทของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติในการเป็น Wellness Destination of the World

Capella มองไทยเป็นโอกาสสำคัญของตลาด Wellness โลก

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือ การประกาศความร่วมมือกับ Capella Group กลุ่มโรงแรมหรูระดับโลก เจ้าของรางวัล Best Hotel Brand ของโลก 3 ปีซ้อนจาก Travel + Leisure และ Capella Bangkok ที่ได้รับรางวัล Best Hotel in the World ปี 2567

นายโรแลนด์ ฟาเซิล ประธานกลุ่มบริษัท Capella Hotel Group กล่าวว่า แนวคิดของ BDMS สอดคล้องกับทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมลักชัวรีทั่วโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการให้บริการสปาและฟิตเนสแบบดั้งเดิม ไปสู่การนำองค์ความรู้ทางการแพทย์ด้าน Longevity และ Wellness มาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การพักผ่อน

ผลการศึกษาล่าสุดยังสะท้อนว่า ผู้เดินทางระดับลักชัวรีถึง 84% คาดหวังบริการด้านสุขภาพที่ออกแบบเฉพาะบุคคล และภายในปี 2573 คาดว่าหนึ่งในสามของนักเดินทางทั่วโลกจะเลือกโรงแรมจากสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุน Wellness เป็นหลัก

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจ Wellness ยังเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ โดยมีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดรวมเกือบสองเท่า ขณะที่นักท่องเที่ยวในกลุ่มดังกล่าวมีการใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปประมาณ 30-40%

จากแนวโน้มดังกล่าว Capella จึงร่วมพัฒนา Capella Residences ภายใต้ WellEra Bangkok ซึ่งออกแบบบนแนวคิดการยืด Health Span หรืออายุสุขภาพของผู้อยู่อาศัย โดยโครงการประกอบด้วยที่พักอาศัยจำนวน 262 ยูนิต บนพื้นที่รวมกว่า 47,000 ตารางเมตร

นายโรแลนด์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับ BDMS และ WellEra ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการเข้าสู่ตลาด Wellness Integrated Residences อย่างเต็มรูปแบบ โดยเป็นครั้งแรกที่แนวคิดด้านการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล การป้องกันโรค และศาสตร์ด้านอายุยืน จะถูกผสานเข้ากับการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน

เปิดรายละเอียด WellEra Bangkok บนพื้นที่กว่า 2 แสนตร.ม.

ด้าน นางสาวฐิติพร หนูคง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ กล่าวว่า โครงการ WellEra มีพื้นที่รวมกว่า 200,000 ตร.ม. ประกอบด้วย Branded Residence ภายใต้แบรนด์ Capella สูง 45 ชั้น จำนวน 262 ยูนิต, Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน, Urban Wellness Retreat สูง 20 ชั้น จำนวน 168 ห้องพัก และ Lifestyle Retail พื้นที่ร้านค้าและบริการสำหรับการใช้ชีวิต

ทั้งนี้ พื้นที่โครงการได้รับการจัดสรรเพื่อรองรับการใช้ชีวิตและกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาวะ ทั้งพื้นที่สีเขียว พื้นที่สาธารณะ และพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบเพื่อการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้คน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : BDMS ปั้น “WellEra” เมืองสุขภาพแห่งอนาคต จับมือ Capella รุก Wellness Residence

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...