โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนคำอภิปราย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอสภาฯ ให้โอกาสเยาวชนบำบัดฟื้นฟู-เริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่การนิรโทษกรรม ม. 112

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ย้อนคำอภิปราย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอสภาฯ ให้โอกาสเยาวชนบำบัดฟื้นฟู-เริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่การนิรโทษกรรม ม. 112

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. ซึ่งเป็นกฎหมายนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุทางการเมือง ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบตามที่มีการแก้ไขของ สว. ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 306 เสียง ไม่เห็นชอบ 141 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ประเด็นสำคัญ

  • ควรเปิดโอกาสให้เยาวชนมีสิทธิร้องขอร่วมกระบวนการบำบัดฟื้นฟู
  • ห่วงเพิ่มกฎหมายเลือก สว. หากผิดจริงบางพรรคการเมืองส่อได้อานิสงส์ด้วย

ก่อนการลงมติ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงการแก้ไขเนื้อหากฎหมายของวุฒิสภา ที่ได้เพิ่มฐานความผิดเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไว้ในบัญชีแนบท้าย ซึ่งอาจนำไปสู่การขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงการตัดโอกาสเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 ในการเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู

ควรเปิดโอกาสให้เยาวชนมีสิทธิร้องขอร่วมกระบวนการบำบัดฟื้นฟู

อภิสิทธิ์เริ่มต้นการอภิปรายโดยยืนยันจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ เพื่อนำสังคมไปสู่การเริ่มต้นใหม่และสร้างสันติสุข ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนกว่า 6,000 คนได้รับประโยชน์จากกฎหมายดังกล่าว พร้อมทั้งเห็นด้วยกับข้อยกเว้นในมาตรา 3 ที่ไม่นิรโทษกรรมให้กับความผิดฐานทุจริตประพฤติมิชอบ ความผิดตามมาตรา 112 การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือได้รับอันตรายสาหัส และการกระทำความผิดต่อส่วนตัวที่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ

อย่างไรก็ตาม อภิสิทธิ์ได้เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาความจำเป็นและนัยสำคัญจากการแก้ไขเนื้อหาของวุฒิสภาใน 2 ประเด็นหลัก ประเด็นแรกคือการแก้ไขมาตรา 11 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเยาวชนและมาตรา 112

อภิสิทธิ์อธิบายว่า มาตรา 11 ไม่ได้เป็นการยกเว้นมาตรา 3 หรือให้สิทธินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 112 แต่เป็นกระบวนการที่เปิดทางเลือกให้ผู้ที่กระทำความผิดในขณะที่เป็นเยาวชน สามารถร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาจัดทำแผนบำบัดฟื้นฟูได้ หากเยาวชนไม่ร้องขอ ก็จะถูกดำเนินคดีตามปกติ และแม้จะร้องขอ ก็ไม่ได้รับสิทธินิรโทษกรรมแต่อย่างใด

อภิสิทธิ์ตั้งคำถามต่อสภาฯ ว่า การเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู หรือการเขียนข้อยกเว้นเพื่อดำเนินคดีตามที่วุฒิสภาแก้ไข แนวทางใดจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเยาวชนกับสถาบันพระมหากษัตริย์และสร้างความมั่นคงได้มากกว่ากัน

“เราคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนคนเหล่านี้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ จะมีความแน่นแฟ้นดีขึ้นจากกระบวนการนี้หรือไม่ หรือเราคิดว่า การไปเขียนข้อยกเว้นอย่างวุฒิสภาก็คือดำเนินคดีกับเขาไปแล้ว จะสร้างความมั่นคงให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์มากกว่า นั่นคือประเด็นที่ผมคิดว่าผมเข้าใจ

“เราอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายในเรื่องนี้ได้ แต่มันไม่ใช่จะสรุปได้ว่าฝ่ายหนึ่งถูกฝ่ายหนึ่งผิด ฝ่ายหนึ่งจงรักภักดี ฝ่ายหนึ่งไม่จงรักภักดี มิได้ครับ

“ผมคิดว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการเปิดโอกาสให้กับเยาวชนที่จะเข้ามาช่องทางนี้ น่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ ลดลง” อภิสิทธิ์กล่าว

เขาชี้ด้วยว่า กระบวนการนี้ไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้เกิดการกระทำผิดในอนาคต เนื่องจากผู้ที่กระทำผิดนับจากนี้ไปจะต้องรับโทษตามปกติโดยไม่ได้อานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้

ห่วงเพิ่มกฎหมายเลือก สว. หากผิดจริงบางพรรคการเมืองส่อได้อานิสงส์ด้วย

ประเด็นที่สอง ซึ่งอภิสิทธิ์ระบุว่าเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจและไม่สบายใจ คือการที่วุฒิสภาเพิ่มความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ โดยมีเงื่อนไขเฉพาะกรณีที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ

อภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาความขัดแย้งทางการเมืองและเหตุการณ์ชุมนุมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

อภิสิทธิ์ได้ยกตัวอย่างสถานการณ์สมมติว่า หากในอนาคตมีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัยว่า ไม่มีการทุจริตจนถึงขั้นต้องให้ใบเหลืองหรือใบแดงเพื่อเพิกถอนสิทธิ แต่พบหลักฐานว่ามีบุคคลจากพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องสนับสนุน บุคคลเหล่านั้นอาจอ้างว่าตนมีความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ แต่ไม่เกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งตามคำวินิจฉัยของ กกต. ซึ่งจะทำให้บุคคลดังกล่าวได้รับอานิสงส์จากการนิรโทษกรรม โดยมีคณะกรรมการที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด

ในตอนท้าย อภิสิทธิ์ได้กล่าวเตือนสภาผู้แทนราษฎรว่า หากไม่มีการพิจารณาทั้งสองประเด็นนี้อย่างรอบคอบ อาจเป็นการสร้างปมความขัดแย้งใหม่ขึ้นมา ทั้งในประเด็นที่เกี่ยวกับสถาบันสูงสุด และประเด็นการใช้อำนาจของนักการเมือง และหากสมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบเนื้อหาที่เปิดช่องให้นักการเมืองได้รับประโยชน์ อาจถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่มีความขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 114

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...