โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Forbes จัดอันดับมหาเศรษฐีไทย 2569! “เฉลิม อยู่วิทยา” แชมป์รวยสุด 3 ปีซ้อน “ทักษิณ” รั้งอันดับ 14

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Forbes จัดอันดับมหาเศรษฐีไทย 2569! “เฉลิม อยู่วิทยา” แชมป์รวยสุด 3 ปีซ้อน “ทักษิณ” รั้งอันดับ 14

นิตยสาร Forbes เปิดเผยการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2569 โดยพบว่า เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว ยังคงครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศไทยเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่มหาเศรษฐีกว่า 33 รายมีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น จากแรงหนุนของเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัว การส่งออกเติบโต และการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัว

แม้ประเทศไทยจะเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แต่เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังขยายตัว 2.4% ส่งผลให้ตลาดทุนปรับตัวดีขึ้น และทำให้มูลค่าทรัพย์สินรวมของมหาเศรษฐี 50 อันดับแรก เพิ่มขึ้น 10% มาอยู่ที่ 1.87 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปีนี้ มหาเศรษฐีเกือบ 2 ใน 3 ของทำเนียบมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น โดย เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลัง Red Bull ยังคงครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของไทยเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 4.7 หมื่นล้านเหรียญ หลังบริษัทมีรายได้ประจำปีเพิ่มขึ้นกว่า 8% เป็น 1.22 หมื่นล้านยูโร (1.39 หมื่นล้านเหรียญ) ในปี 2568 จากยอดขายทั่วโลกเกือบ 1.4 หมื่นล้านกระป๋อง

อันดับ 2 ยังคงเป็นของ พี่น้องเจียรวนนท์ แห่ง เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือเครือซีพี ที่มีทรัพย์สินสุทธิ 3.66 หมื่นล้านเหรียญ โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัท Arise Digital Technology ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนของ ศุภชัย เจียรวนนท์ บุตรชายของ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสของเครือซีพี ได้ตกลงซื้อหุ้นเกือบ 25% ในทรู คอร์ปอเรชั่น จากพันธมิตร Telenor Group ของนอร์เวย์ มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท (3 พันล้านเหรียญ) พร้อมสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มอีก 5.4% ภายใน 2 ปี

ด้าน สารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าพ่อธุรกิจพลังงานและโทรคมนาคม มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเชิงมูลค่าเงินดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้น 5.6 พันล้านเหรียญ สู่ 1.76 หมื่นล้านเหรียญ รั้งอันดับ 3 ต่อเนื่อง หลัง กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทยเป็นเกือบ 10% ส่งผลให้ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของธนาคาร

ตระกูลจิราธิวัฒน์ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 4 หลังมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ใน 3 เป็น 1.17 หมื่นล้านเหรียญ โดยเซ็นทรัล รีเทล บริษัทเรือธงของ กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าปลีกเฉพาะทาง มีแผนลงทุน 1.8 หมื่นล้านบาทในปีนี้ เพื่อปรับปรุงและขยายสาขาในไทยและเวียดนาม

ส่วนอันดับ 5 เป็นของ เจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าพ่อธุรกิจเครื่องดื่ม ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 10% เป็น 1.15 หมื่นล้านเหรียญ โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งจดทะเบียนในสิงคโปร์

อีกหนึ่งผู้ที่ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นคือ จรีพร จารุกรสกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Corporation ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม คลังสินค้า และโลจิสติกส์ โดยมูลค่าทรัพย์สินพุ่งขึ้น 69% แตะ 1.25 พันล้านเหรียญ จากความต้องการลงทุนในศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่กลับเข้าสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีในปีนี้มี 2 ราย ได้แก่ บัญชา องค์โฆษิต ผู้ก่อตั้ง KCE Electronics ผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และ กัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ผู้ก่อตั้ง Gunkul Engineering ที่ได้รับแรงหนุนจากการขยายธุรกิจจัดหาไฟฟ้าสีเขียวให้กับศูนย์ข้อมูล

ขณะเดียวกัน ปีนี้มีสมาชิกทำเนียบมหาเศรษฐีที่เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ กฤตย์ รัตนรักษ์ เจ้าพ่อธุรกิจสื่อแห่งบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด หรือช่อง 7HD ซึ่งทรัพย์สินตกทอดสู่บุตรชายเพียงคนเดียวคือ ชัชชน รัตนรักษ์, ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ร่วมก่อตั้งเครือกรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS โดยทรัพย์สินถูกรวมอยู่ภายใต้ตระกูลปราสาททองโอสถ และ ชูชาติ พัชรชัย (เพ็ชรอำไพ) ผู้ร่วมก่อตั้งเมืองไทย แคปปิตอล ร่วมกับภรรยา ดาวนภา พัชรชัย ซึ่งในปีนี้มีรายชื่ออยู่ในทำเนียบเพียงผู้เดียว

ทั้งนี้ เกณฑ์ขั้นต่ำของการติดอันดับมหาเศรษฐีไทยปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 555 ล้านเหรียญ จาก 420 ล้านเหรียญ ในปีก่อน สะท้อนการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งโดยรวมของกลุ่มมหาเศรษฐีไทย แม้เศรษฐกิจจะยังเผชิญความท้าทายหลายด้านก็ตาม

สำหรับ 10 อันดับแรก มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2569 มีดังต่อไปนี้

1. เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว ทรัพย์สิน 4.7 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 1.54 ล้านล้านบาท

2. พี่น้องเจียรวนนท์ ทรัพย์สิน 3.66 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 1.2 ล้านล้านบาท

3. สารัชถ์ รัตนาวะดี ทรัพย์สิน 1.76 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 5.75 แสนล้านบาท

4. ตระกูลจิราธิวัฒน์ ทรัพย์สิน 1.17 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 3.82 แสนล้านบาท

5. เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว ทรัพย์สิน 1.15 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 3.76 แสนล้านบาท

6. ตระกูลไชยวรรณ ทรัพย์สิน 5.1 พันล้านเหรียญ หรือ 1.67 แสนล้านบาท

7. ตระกูลปราสาททองโอสถ ทรัพย์สิน 3.7 พันล้านเหรียญ หรือ 1.21 แสนล้านบาท

8. เสถียร เสถียรธรรมะ ทรัพย์สิน 2.8 พันล้านเหรียญ หรือ 9.15 หมื่นล้านบาท

9. อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว ทรัพย์สิน 2.4 พันล้านเหรียญ หรือ 7.84 หมื่นล้านบาท

10.ชัชชน รัตนรักษ์ ทรัพย์สิน 2.3 พันล้านเหรียญ หรือ 7.51 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ ทักษิณ ชินวัตร ติดอันดับที่ 14 มีทรัพย์สิน 1.8 พันล้านเหรียญ / 5.88 หมื่นล้านบาท 76 ธุรกิจ: การเงินและการลงทุน ส่วนอันดับที่ 11.ตระกูลโอสถานุเคราะห์ ทรัพย์สิน 2.25 พันล้านเหรียญ / 7.35 หมื่นล้านบาท อันดับที่ 12.วิชัย ทองแตง ทรัพย์สิน 2.2 พันล้านเหรียญ / 7.19 หมื่นล้านบาท อันดับที่ 13.พรเทพ พรประภา และครอบครัว ทรัพย์สิน 2.1 พันล้านเหรียญ / 6.86 หมื่นล้านบาท อันดับที่ 15.Harald Link ทรัพย์สิน 1.7 พันล้านเหรียญ / 5.55 หมื่นล้านบาท

#Forbes #ForbesThailand #มหาเศรษฐีไทย #คนรวยไทย #50มหาเศรษฐีไทย #จัดอันดับเศรษฐี #เฉลิมอยู่วิทยา #RedBull #เจียรวนนท์ #CP #สารัชถ์รัตนาวะดี #กัลฟ์ #จิราธิวัฒน์ #เซ็นทรัล #เจริญสิริวัฒนภักดี #ไทยเบฟ #WHA #จรีพรจารุกรสกุล #AIDataCenter #เศรษฐกิจไทย #หุ้นไทย #ธุรกิจไทย #นักธุรกิจ #ทักษิณ #ทักษิณชินวัตร #Forbes2026 #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวธุรกิจ #ข่าววันนี้ #SEONews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...