โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสูตรลับ ‘จอมมารบลู’ เออร์ลิง ฮาลันด์: กินวันละ 6 มื้อ 6,000 แคลอรี กับเคล็ดลับฟิตร่างกายตามวิถีไวกิ้งโบราณ

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

หากพูดถึงกองหน้าที่ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามที่สุดในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน ชื่อของ “เออร์ลิง ฮาลันด์” (Erling Haaland) ยอดดาวยิงชาวนอร์เวย์เจ้าของฉายา “จอมมารบลู” แห่งสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย่อมขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ถึง 195 เซนติเมตร ความเร็วที่น่าทึ่ง และการพังประตูที่ดุดันราวกับเครื่องจักร

เบื้องหลังความแข็งแกร่งระดับปีศาจนี้ ไม่ได้มาจากเพียงแค่การซ้อมอย่างหนักในสนาม แต่เกิดจากวินัยและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพระดับ “เอกอุ” โดยเฉพาะสูตรการกินอาหารตามวิถีบรรพบุรุษ (Ancestral Diet) ที่แหวกแนวและโหดหินจนกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก

……………………………………………………………………………………

อัดพลังงาน 6,000 แคลอรี กระจายความฟิตเข้มข้น 6 มื้อต่อวัน

ร่างกายระดับยักษ์ใหญ่ของฮาลันด์ต้องการพลังงานสูงถึง 6,000 แคลอรีต่อวัน ซึ่งมากกว่าคนปกติถึง 3 เท่า หากอัดทั้งหมดลงใน 3 มื้อปกติ ระบบย่อยอาหารคงพังทลาย นักโภชนาการส่วนตัวจึงออกแบบให้เขาแบ่งซอยอาหารออกเป็น 6 มื้อย่อย เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้และซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้ตลอดทั้งวัน

มื้อที่ 1 (มื้อเช้าปลุกพลังงาน): ฮาลันด์เริ่มต้นวันด้วยไข่ดาว กินคู่กับขนมปังซาวโดวจ์ (Sourdough) ซึ่งเป็นขนมปังหมักธรรมชาติที่ย่อยง่าย สบายท้อง พร้อมกาแฟสูตรพิเศษที่ใส่นมสดดิบและเมเปิ้ลไซรัปเล็กน้อย

มื้อที่ 2 (สมูทตี้มนต์วิเศษ): หลังจากการฝึกซ้อมเซสชั่นแรก เขาจะเติมความสดชื่นด้วยเครื่องดื่ม Green Smoothie ที่ปั่นรวมระหว่างนมสดดิบ ผักเคล ผักโขม และน้ำผึ้งแท้ เพื่อรับสารต้านอนุมูลอิสระ

มื้อที่ 3 (มื้อเที่ยงเน้นฟื้นฟู): เน้นคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนสะอาด เมนูหลักคือข้าวผัดไข่ กินคู่กับปลาเนื้อขาวหรือปลาที่มีไขมันดีสูง เช่น ปลากะพงขาว ย่างกินคู่กับหน่อไม้ฝรั่ง

มื้อที่ 4 (อาหารว่างสูตรลับไวกิ้ง): ช่วงบ่ายคือเวลาของ “เครื่องในสัตว์” ฮาลันด์จะกิน “หัวใจวัวและตับวัว” นำมาปรุงง่ายๆ เพราะเป็นแหล่งรวมธาตุเหล็ก วิตามินบี และ CoQ10 ชั้นยอด ซึ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ

มื้อที่ 5 (มื้อเย็นจัดเต็ม): มื้อใหญ่หลังซ้อมหนัก ฮาลันด์โปรดปรานเนื้อสเต็กชิ้นโตที่มีไขมันแทรก เช่น Ribeye หรือ Tomahawk โดยต้องเป็นเนื้อจากวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้าตามธรรมชาติเท่านั้น นำมาย่างเตาถ่านโรยเกลือ กินคู่กับมันฝรั่งอบ

มื้อที่ 6 (ประคองกล้ามเนื้อก่อนนอน): มื้อสุดท้ายก่อนเข้านอนจะเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายหรือชีสสดคุณภาพสูง เพื่อหล่อเลี้ยงกรดอะมิโนในร่างกาย ไม่ให้กล้ามเนื้อสลายตัวในยามค่ำคืน

“นมสดดิบ” และ “เครื่องใน” เคล็ดลับเหนือธรรมชาติ

ในสารคดีส่วนตัว Haaland: The Big Decision เขาเคยเปิดเผยว่า คนทั่วไปมักหลีกเลี่ยงการกินเครื่องในและกลัวไขมัน แต่สำหรับเขาแล้ว มันคืออาหารที่หนาแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หาไม่ได้จากอาหารแปรรูป นอกจากนี้เขายังหลงใหลใน นมสดไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ (Raw Milk) ซึ่งเขาเรียกมันว่า “เครื่องดื่มเวทมนตร์” ที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กระดูกและกล้ามเนื้อ

………………………………………………………………….

มากกว่าอาหาร คือ “นาฬิกาชีวิต” ที่สมบูรณ์แบบ

ไม่ใช่แค่เรื่องกิน แต่ “จอมมารบลู” ยังคลั่งไคล้ระบบนาฬิกาชีวิตเป็นอย่างมาก ทุกเช้าหลังตื่นนอน สิ่งแรกที่เขาทำคือการออกไปยืนรับแสงแดดธรรมชาติเพื่อเซ็ตระบบฮอร์โมน

ที่สำคัญคือก่อนนอน ฮาลันด์จะสวมแว่นตากรองแสงสีฟ้า เพื่อป้องกันแสงจากหน้าจอไม่ให้รบกวนการหลั่งสารเมลาโทนิน ทำให้เขาสามารถหลับลึก (Deep Sleep) ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด รวมถึงการลงทุนติดตั้งระบบกรองน้ำดื่มส่วนตัว และการบำบัดกล้ามเนื้อด้วยความเย็นจัด (Cryotherapy) เพื่อล้างความเหนื่อยล้า

ด้วยวินัยระดับพิเศษขั้นสุดแบบนี้เองที่หล่อหลอมให้ “เออร์ลิง ฮาลันด์” กลายเป็นกองหน้าที่มีสรีระและพละกำลังดั่งนักรบไวกิ้งโบราณในคราบนักฟุตบอลยุคโมเดิร์น อย่างไรก็ตาม โภชนาการสุดขั้วแบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “จอมมารบลู” เพียงคนเดียวเท่านั้น ลอกเลียนไม่ได้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...