โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อภิสิทธิ์’ น้อมรับศาล รธน. ไฟเขียวเงินกู้ 4 แสนล้าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

“อภิสิทธิ์” น้อมรับศาล รธน. ไฟเขียวเงินกู้ 4 แสนล้าน หวั่นสร้างบรรทัดฐานใหม่ทำลายวินัยการคลัง และอาจทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ พุ่งสูง

แรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจและการเมืองไทยกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติชี้ขาดกฎหมายกู้เงินก้อนโตของรัฐบาล ซึ่งแม้ผลการวินิจฉัยจะเปิดทางให้ฝ่ายบริหารสามารถเดินหน้าแผนงานได้ตามเป้าหมาย ทว่าในมุมมองของนักคิดและผู้นำพรรคฝ่ายค้านกลับมองว่า นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสั่นคลอนเสถียรภาพและวินัยการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว การออกมาตั้งข้อสังเกตและแสดงความห่วงกังวลในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการน้อมรับมติคัดค้านตามกระบวนการยุติธรรม แต่ยังเป็นการเปิดแผลฉลองความไม่พร้อมของโครงการ ที่รัฐบาลอ้างความจำเป็นเร่งด่วนแต่กลับยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนในระดับโครงสร้างงบประมาณปีล่าสุด

เงินกู้ 4 แสนล้าน

ล่าสุด (9 ก.ค.) ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะส่วนหนึ่งของผู้ร้องน้อมรับคำวินิจฉัย แต่มีความกังวลอย่างยิ่งว่าการตัดสินครั้งนี้จะกลายเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้รัฐบาลสามารถกู้เงินนอกระบบงบประมาณได้ในภาวะเศรษฐกิจปกติ

ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกรอบวินัยการเงินการคลัง และอาจทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) พุ่งสูงจนเกือบชนเพดานที่ร้อยละ 70 ทั้งที่รัฐบาลเคยยืนยันว่าจะไม่มีการขยายเพดานหนี้ นอกจากนี้ ในส่วนของเงินกู้ก้อนที่ 2 จำนวน 200,000 ล้านบาท สำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นายอภิสิทธิ์ชี้ว่า แม้แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อยก็ยังเห็นว่าไม่เข้าเงื่อนไข จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสร้างความโปร่งใสและเปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกลั่นกรอง

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อไปว่า คำวินิจฉัยที่ออกมาไม่เหนือความคาดหมาย เนื่องจากในอดีตศาลรัฐธรรมนูญมักจะระมัดระวังไม่ใช้อำนาจที่จะทำให้ฝ่ายบริหารทำงานยาก และการตีความเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจในปัจจุบันก็ทำได้ยากที่จะให้เห็นเด็ดขาดว่าขัดรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ รัฐบาลอ้างว่าโครงการพลังงานนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน แต่จากการติดตามของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 กลับยังไม่มีรายละเอียดของโครงการปรากฏอยู่เลย แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อม

ยิ่งไปกว่านั้น แผนงานของรัฐบาลที่เน้นเฉพาะการส่งเสริมโซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้านั้น ข้อเท็จจริงคือมีแต่การสนับสนุนการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้ช่วยลดการพึ่งพาและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ทั้งที่ประเทศยังมีทางเลือกอื่นอย่างปาล์มน้ำมัน พรรคประชาธิปัตย์จึงขอจี้ให้รัฐบาลเร่งทำแผนการคลังระยะกลางและระยะยาวให้ชัดเจน เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในการใช้เงินกู้ก้อนนี้ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...