โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ชัชชาติ’ สั่งปูพรมตรวจตึกอายุเกิน 90 ปี เล็งเปิดช่องทางเฉพาะแจ้งเหตุผ่าน Traffy Fondue เล็งดึงพนักงานกวาดถนนช่วยเฝ้าระวัง

THE STANDARD

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘ชัชชาติ’ สั่งปูพรมตรวจตึกอายุเกิน 90 ปี เล็งเปิดช่องทางเฉพาะแจ้งเหตุผ่าน Traffy Fondue เล็งดึงพนักงานกวาดถนนช่วยเฝ้าระวัง

วานนี้ (9 กรกฎาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามแผนการดำเนินนโยบายร่วมกับข้าราชการกรุงเทพมหานคร ถึงมาตรการเร่งด่วนในการยกระดับการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารและพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์อาคารย่านสัมพันธวงศ์ถล่มที่ผ่านมา

โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มอบข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การตรวจสอบความมั่นคงของอาคารห้องแถวเก่า การกำกับดูแลอาคารสูงขนาดใหญ่อย่างเข้มงวด และการตรวจสอบความปลอดภัยบริเวณถนนที่มีโครงการก่อสร้างของหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

สำหรับมาตรการตรวจสอบอาคารเก่านั้น ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีฐานข้อมูลอาคารห้องแถวเก่าในพื้นที่ประมาณ 280,000 อาคาร แบ่งเป็นอาคารที่มีอายุเกิน 91 ปี จำนวน 435 อาคาร, อาคารอายุระหว่าง 51-90 ปี จำนวน 65,210 อาคาร และอาคารอายุ 1-50 ปี จำนวน 212,601 อาคาร โดยชัชชาติได้สั่งการให้สำนักที่เกี่ยวข้องพุ่งเป้าไปที่กลุ่มอาคารที่มีอายุตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไป

โดยเฉพาะอาคารที่มีอายุมากกว่า 91 ปี ซึ่งก่อสร้างก่อนที่จะมีกฎหมายควบคุมอาคารในปี พ.ศ. 2476 ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด จึงกำชับให้ลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดเป็นรายอาคาร และประสานให้เจ้าของอาคารรับผิดชอบดำเนินการตรวจสอบ ประเมินความเสี่ยง พร้อมรายงานผลกลับมายังกรุงเทพมหานครภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลอาคารเสี่ยง โดยจะให้ความสำคัญกับอาคารที่ตั้งอยู่ติดพื้นที่สาธารณะ ถนน หรือทางเท้าเป็นอันดับแรก เนื่องจากหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง

ในส่วนของการกำกับดูแลอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ซึ่งมีอยู่ประมาณ 16,400 อาคารนั้น ตามกฎหมายได้กำหนดให้ต้องมีการตรวจสอบอาคารครั้งใหญ่ทุก 5 ปี และต้องตรวจสอบสภาพด้วยสายตาเป็นประจำทุกปี รวมถึงต้องมีการซ้อมแผนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งตรวจสอบว่าเจ้าของอาคารได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายอย่างเคร่งครัดหรือไม่

ควบคู่ไปกับการเร่งตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างบนถนนสาธารณะ ทั้งโครงการรถไฟฟ้า โครงการขุดบ่อร้อยสายไฟของการไฟฟ้านครหลวง และโครงการสาธารณูปโภคอื่นๆ เนื่องจากปัจจุบันมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณถนนพระราม 3 ถนนสาทร และถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่มีสภาพไม่เรียบร้อยและอาจก่อให้เกิดอันตราย โดยได้มอบหมายให้รองปลัดกรุงเทพมหานครที่กำกับดูแลสำนักการโยธา เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการติดตามขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้ง 3 ด้านอย่างใกล้ชิด

เมื่อสอบถามถึงแนวทางการดูแลอาคารเก่าในพื้นที่อนุรักษ์หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ชัชชาติชี้แจงว่า กรุงเทพมหานครจะเร่งตรวจสอบอาคารกลุ่มนี้โดยเร็วที่สุด แต่การจะนำป้ายแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงไปติดประกาศนั้นจะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกในวงกว้างแก่นักท่องเที่ยว

โดยระหว่างนี้ได้ให้สำนักงานเขตเร่งลงพื้นที่และรายงานความคืบหน้าทุก 2 สัปดาห์ พร้อมกันนี้ กทม. จะจัดทำเช็กลิสต์เพื่อให้ประชาชนใช้สังเกตความผิดปกติของอาคารด้วยตนเอง เช่น การติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์บนกันสาด การมีน้ำขัง รอยร้าว คอนกรีตหลุดร่อน หรือโครงสร้างที่อยู่ใกล้พื้นที่ที่มีแรงสั่นสะเทือนสูง

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังมีแผนที่จะพัฒนาเมนูเฉพาะในระบบ Traffy Fondue เพื่อเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถถ่ายภาพและส่งข้อมูลแจ้งเบาะแสอาคารที่อาจมีความเสี่ยง ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเบื้องต้นได้ทันที พร้อมผุดแนวคิดดึง พนักงานกวาดถนน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ เข้ามาเป็นแนวร่วมในการเฝ้าระวังเชิงรุก หากพบเห็นอาคารที่มีลักษณะผิดปกติ จะสามารถถ่ายภาพรายงานเข้าสู่ระบบเพื่อเป็นหูเป็นตาให้แก่เมืองได้อีกทางหนึ่ง

ท้ายที่สุด ในประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับอาคารเก่าที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรนั้น ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่าการเข้าไปดำเนินการของกรุงเทพมหานครเป็นเพียงการตรวจสอบและป้องกันด้านความปลอดภัย ไม่ใช่การปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมแต่อย่างใด จึงเชื่อมั่นว่าจะไม่เป็นอุปสรรคและไม่มีข้อขัดแย้งกับข้อบังคับของกรมศิลปากร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...