ไฟไหม้โรงเบียร์ ‘ดร.สามารถ’ จี้ถึงเวลาปฏิวัติมาตรฐานความปลอดภัย กันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย
"ดร.สามารถ" ไขข้อสงสัย แค่ 5 นาที รถดับเพลิงก็มาถึง ทำไมยังเกิดโศกนาฏกรรม ลั่นถึงเวลาปฏิวัติมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เพจเฟซบุ๊ก กรณีเหตุไฟไหม้รุนแรง ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ระบุว่า แค่ 5 นาที… รถดับเพลิงก็มาถึง
แต่เหตุใดจึงยังเกิดโศกนาฏกรรม?
โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เป็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ
ก่อนอื่น ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวของผู้สูญเสียทุกท่าน
แต่เมื่อความโศกเศร้าค่อยๆ คลี่คลาย สิ่งที่สังคมไทยควรถามต่อ ไม่ใช่เพียงว่า ใครผิด หากแต่คือ เหตุใดโศกนาฏกรรมครั้งนี้จึงเกิดขึ้น และเราจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก
หลายคนตั้งคำถามว่า รถดับเพลิงเดินทางถึงที่เกิดเหตุภายในเวลาประมาณ 5 นาที ซึ่งถือว่าเร็วมาก แล้วเหตุใดจึงยังเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่?
คำตอบของคำถามนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความเร็วของรถดับเพลิง แต่อยู่ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีแรกหลังเกิดเพลิงไหม้ ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอก แต่เสียชีวิตจากการสำลักควัน
ในทางวิศวกรรมอัคคีภัย เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เป็นที่ยอมรับกันมานาน เพราะเมื่อไฟลุกลามขึ้นเพดาน ควันร้อนและก๊าซพิษจะกระจายไปทั่วอาคารอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนมองไม่เห็นทางหนี ขาดออกซิเจน และอาจหมดสติภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ควันคือฆาตกรที่มองไม่เห็น นั่นคือเหตุผลที่แม้เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็ว ก็อาจสายเกินไปสำหรับบางชีวิต
ดังนั้น บทเรียนสำคัญของเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่การทำให้รถดับเพลิงวิ่งเร็วขึ้น แต่คือการทำให้อาคารทุกแห่งที่มีผู้คนจำนวนมาก ต้องสามารถหนีเพลิงไหม้ออกมาได้ด้วยตนเองในช่วงนาทีแรกของเหตุการณ์
อีกประเด็นที่น่าคิดคือ สถานที่แห่งนี้เคยผ่านการตรวจ มีทางหนีไฟ มีไฟฉุกเฉิน และมีป้ายบอกทางครบถ้วน แต่ในวันเกิดเหตุ กลับพบว่ามีสิ่งของกีดขวางทางหนีไฟ นั่นแสดงว่า อาคารที่ ผ่านการตรวจ ไม่ได้หมายความว่า ปลอดภัย
มาตรฐานความปลอดภัยที่แท้จริง ไม่ใช่สภาพของอาคารในวันที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจ แต่คือสภาพของอาคารในทุกวันที่ประชาชนเข้าไปใช้บริการ
ในฐานะอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผมเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างจริงจัง และต้องปิดช่องโหว่ของระบบความปลอดภัย เช่น ควรมีการสุ่มตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างสม่ำเสมอ ควรดำเนินการอย่างจริงจังกับการกีดขวางทางหนีไฟ
และที่สำคัญ… ควรทบทวนกฎหมายให้ใช้ ระดับความเสี่ยงของกิจการ เป็นเกณฑ์ มากกว่าชื่อประเภทกิจการ เพราะร้านอาหารที่มีดนตรีสด ผับ บาร์ หรือโรงเบียร์หลายแห่ง มีลักษณะการใช้งานและความเสี่ยงไม่แตกต่างกันมากนัก
หลายประเทศเคยเผชิญโศกนาฏกรรมลักษณะเดียวกัน และใช้ความสูญเสียครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นในการปฏิรูประบบความปลอดภัยครั้งใหญ่ ประเทศไทยไม่ควรรอให้เกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงค่อยลงมือแก้ไข
สุดท้าย ผมอยากฝากถึงผู้ประกอบการทุกคนว่า ใบอนุญาตเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด และอยากฝากถึงหน่วยงานของรัฐทุกแห่งว่า เป้าหมายของการตรวจ ไม่ใช่เพื่อให้สถานประกอบการผ่าน แต่เพื่อให้ประชาชนทุกคน กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ไม่ได้สอนเราว่า รถดับเพลิงต้องวิ่งเร็วขึ้น แต่สอนเราว่า ระบบความปลอดภัยของอาคารต้องดีกว่านี้ เพราะเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ทุกวินาทีมีค่า
และในหลายกรณี…นาทีแรก คือเส้นแบ่งระหว่างชีวิตกับความตาย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สื่อต่างชาติเกาะติด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รายงานสูญเสีย-จับตาความปลอดภัยสถานบันเทิงไทย
- อัปเดตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เร่งรวบรวมหลักฐาน หาสาเหตุด่วน!
- เปิดรายชื่อผู้เสียชีวิต ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ยืนยันตัวตนแล้ว 10 ราย
ติดตามเราได้ที่