โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนูนำภท.ยื่นร่างแก้รธน. เบรกขึ้นเงินผู้ช่วยสส.สว.

ไทยโพสต์

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุทิน" นำทีม ภท.ยื่นร่างแก้ รธน.ต่อ ปธ.สภาฯ วันพุธ เปิดทางมี ส.ส.ร. 100 คน ยกร่างฉบับใหม่ 360 วัน ปิดช่องลดขัดแย้งปรับเสียงเห็นชอบเป็น 1 ใน 4 หวังประนีประนอม เข้าวาระแรก มิ.ย.นี้ "นิกร" ยัน "สีน้ำเงิน" ไม่ครอบงำใช้กลไกรัฐสภาเป็นคนเลือกแฟร์ที่สุด "พริษฐ์" ยินดีแบ่ง สส.ปชน.ลงชื่อหนุนร่างของ พท. “โสภณ” เซ็นยกเลิกระเบียบขึ้นเงินเดือนผู้ช่วย สส.-สว. ตั้ง กก.อิสระศึกษาใน 90 วัน

ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) วันที่ 19 พฤษภาคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุม สส.พรรคมีมติชัดเจน 190 เสียง ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ของพรรค ภท. โดยเนื้อหาในร่างของ ภท. จะแก้ไข รธน.มาตรา 256 โดยเพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ ตามผลการลงประชามติของประชาชน 21 ล้านเสียงเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 โดยวันที่ 20 พ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า ภท. คาดว่าไม่เกินเวลา 10.30-11.00 น. จะนำทีมคณะกรรมการบริหารพรรคและ สส.ของพรรคไปยื่นร่างแก้ไขต่อประธานรัฐสภา

ขณะที่ นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ ภท. กล่าวว่า ร่างของ ภท.มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จำนวน 100 คน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ 23 คน และมาจากการสมัครจากทั่วประเทศ 77 คน และมีสำรองอีก 300 คน สำหรับสัดส่วนจะแบ่งเป็นมีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 45 คน ประกอบด้วย ส.ส.ร. 30 คน สำรอง 15 คน และกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นอีก 45 คน ประกอบด้วย ส.ส.ร. 15 คน สำรอง 15 คน และประชาชน 15 คน โดยมีกรอบเวลาการทำงานของ ส.ส.ร. 360 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่ โดยหลักการจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพราะจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

จากนั้นจะให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เลือก โดยสัดส่วนของ ส.ส.ร. เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีรูปแบบเดียวกับการเลือกกรรมาธิการสามัญ กล่าวคือ สมาชิกรัฐสภามีทั้งสิ้น 700 คน แบ่ง สส. 500 คน สว. 200 คน ซึ่ง สส.จะได้โควตาที่ประมาณ 71 คน และ สว.ได้ 29 คน

นายนิกรกล่าวต่อว่า ส่วนที่เป็นปัญหาเรื่อง สว. ในการเห็นชอบรัฐธรรมนูญในครั้งที่ผ่านมา ภท.ได้มีการเสนอให้ 1 ใน 5 นั้น ได้ปรับให้เหลือ 1 ใน 4 หรือใช้เสียง สว.ประมาณ 50 เสียง ในการเห็นชอบรธน. เพื่อให้เกิดการประนีประนอมกับ สว. ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการอีกครั้ง นอกจากนี้ร่างของ ภท.จะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 โดยเขียนไว้อย่างชัดเจน ส่วน สว.ให้เสนอให้เขียนบทเฉพาะกาลให้คุ้มครองอำนาจของ สว. จนกว่าจะครบวาระ 5 ปีต่อไป จะต้องมีการพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไร

เมื่อถามว่า การแก้ไข รธน.จะถูกชี้นำโดย ภท.หลังจากพรรคประชาชน (ปชน.) เคยกล่าวหาไว้ นายนิกรกล่าวว่า เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งแฟร์ที่สุดแล้ว ประชาชนเลือกมาแบบนี้ เราก็ยึดตามหลักการนี้

เมื่อถามอีกว่า จำนวนเสียง สส.ของ ภท. 192 เสียง และเสียงของ สว. จะทำให้การโหวต ส.ส.ร.ถูกครอบงำหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า ไม่สามารถมารวมกันได้ เพราะอยู่คนละสภา ใครจะเชื่ออย่างไรก็เชื่อ เพราะเป็นสัดส่วนของรัฐสภา สว.ก็ของ สว. สส.ก็ของ สส. เป็นไปตามหลักการเสียงข้างมาก

เมื่อถามว่า เห็นอุปสรรคใดในการผลักดันร่าง รธน.หรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า ไม่น่าจะมี เพราะเราพิจารณาให้แฟร์ที่สุดแล้ว และถ้าเดินไปตามนี้จะทำให้ รธน.ฉบับใหม่ทันการเลือกตั้งในครั้งหน้าอย่างแน่นอน ในวันพรุ่งนี้ เมื่อ ภท.ได้มีการยื่นร่างต่อประธานสภาฯ แล้ว การพิจารณาในวาระที่ 1 จะเริ่มต้นในการประชุมสมัยนี้ หรือเดือนมิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบวนการแก้ไข รธน.เพื่อให้เกิด ส.ส.ร.เสร็จสิ้นแล้ว และมีการทำประชามติในครั้งที่ 2 หากประชาชนเห็นชอบก็มีผลบังคับใช้ หากมีการยุบสภา ส.ส.ร.ก็จะมีชีวิตอยู่ ไม่ล้มหายตายจาก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการผลักดันแก้ไข รธน.ของพรรค พท.ว่า ยอมรับว่า พท.เสียงไม่ถึง ซึ่งกระบวนการผลักดันแก้ไข รธน.ต้องใช้ 100 เสียง แต่พรรค พท.มี 74 เสียง แต่จุดยืนของเราสนับสนุนสร้าง รธน.ฉบับใหม่ ขณะเดียวกัน เรื่องของประชามติก็ยังคงอยู่ ซึ่งต้องหากลไกในความร่วมมือ เพราะถ้าเสียงไม่พอก็อยู่ที่ความร่วมมือในสภา ว่าเราจะพูดคุยกันได้แค่ไหน และคนที่เราคุยด้วยพร้อมที่จะผลักดันตัวร่างที่เราเตรียมไว้หรือไม่ ซึ่งต้องรอดูกันต่อไป

เมื่อถามว่า จะมีการคุยกับ ภท.ด้วยหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ก็ต้องคุยกับ ภท.ด้วย พรรคร่วมรัฐบาลคงมีเวทีในการคุยกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้พูดเรื่องนี้ ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ใหม่อยู่ และยังมีเรื่องที่ด่วนกว่านี้

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ปชน.มีจุดยืนชัดเจนแล้วว่าเราพร้อมที่จะเสนอร่างแก้ไข รธน.มาตรา 256 เพิ่มเติม หมวด 15/1 เพื่อเดินหน้าจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ โดยเน้น 3 หลักการสำคัญ ที่ได้ประกาศต่อสาธารณะไปแล้ว และในวันนี้เป็นเพียงการนำหลักการเข้าไปหารือในที่ประชุม สส.พรรค เพื่อพิจารณารายละเอียดของโครงร่าง ซึ่งคาดว่าจะมีการนำเสนอได้ในเร็วๆ นี้

นายพริษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายพรรคการเมืองที่มีความประสงค์ที่จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เสียง สส.ของพรรคไม่เพียงพอ เช่น พรรคเพื่อไทย ที่ได้ประกาศต่อสาธารณะแล้ว เราจึงบอกว่า 119 สส.ของพรรค ปชน. หากเราสามารถจัดสรร สส.บางส่วน เพื่อไปร่วมเซ็นชื่อให้กับร่างอื่นที่มีความสอดคล้องกับ 3 หลักการเราก็ยินดี อย่างน้อยจะได้มีร่างสอดคล้องของพรรคการเมืองอื่นเข้าไปพิจารณาด้วย รวมไปถึงหากภาคประชาชนจะมีการริเริ่มกระบวนการล่ารายชื่อ ทางเราก็พร้อมที่จะสนับสนุนเช่นกัน ตราบใดที่ร่างสอดคล้องกับพรรค ปชน.

เมื่อถามว่า หากร่างของพรรคอื่นและภาคประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา มั่นใจได้หรือไม่ว่าร่างของ ปชน.จะมีความสุ่มเสี่ยงที่เพื่อนสมาชิกจะไม่เห็นด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราคงต้องทำเต็มที่ เพื่อโน้มน้าวสมาชิกรัฐสภา และมองว่า 3 หลักการที่ได้เสนอไปนั้น หวังว่าจะเป็น 3 หลักการที่ประชาชนเห็นด้วย และเชื่อว่าหากประชาชนเห็นด้วย ก็จะเป็นแรงส่งในการโน้มน้าวสมาชิกรัฐสภาได้

ด้านนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคการเมืองเสนอร่างแก้ไข รธน. จะมีการบรรจุวาระ 1 หรือไม่ ว่าเมื่อยื่นมาสภาก็มีหน้าที่บรรจุ ส่วนว่าจะพิจารณาช้าหรือเร็ว ก็อยู่ที่วิปของทุกฝ่าย พร้อมเมื่อไหร่ก็พิจารณาเมื่อนั้น

เมื่อถามว่า จะมีข้อกังวลว่าจะมีความขัดแย้งเรื่องความเห็นต่างหรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า เราอย่าไปคิดก่อน อย่าไปคิดล่วงหน้า ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติของประชาธิปไตย แต่เราก็ต้องเคารพให้ได้ บริหารความเห็นต่างให้ได้ เท่านั้นเอง เคารพความเห็นต่างได้มันก็ไม่วุ่นวาย เราอย่าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ถ้าอย่างนั้นก็เป็นประชาธิปไตยไม่ได้

วันเดียวกัน นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) แถลงผลการประชุม ก.ร. ว่า ที่ประชุม ก.ร.มีมติให้ยกเลิกระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สส. สว. และกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภาฯ หรือวุฒิสภา (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2568 ที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ลงนามอนุมัติขึ้นค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยดำเนินการของ สส. สว. ทั้งนี้ เข้าใจว่าการอนุมัติดังกล่าวในตอนนั้นยังไม่มีวิกฤตทางเศรษฐกิจ แต่สภาปัจจุบันในยุคของตนเห็นว่าการขึ้นค่าตอบแทนดังกล่าวไม่เหมาะสม โดยระเบียบดังกล่าวตนสามารถใช้อำนาจประธานรัฐสภายกเลิกได้ และจะให้กลับไปใช้ค่าตอบแทนเดิมที่มีอยู่

นายโสภณแถลงต่อว่า มติ ก.ร.ยังได้ตั้งคณะกรรมการอิสระ โดยมี พล.ต.อ.ประสิทธิ์ ทำดี กรรมการ ก.ร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ฝ่ายสภาฯ เป็นประธานกรรมการ และมีผู้ทรงคุณวุฒิจาก สส.และ สว. รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานภายนอก อาทิ สำนักงบประมาณ ก.พ. กฤษฎีกา เป็นกรรมการร่วม เพื่อให้พิจารณาในรายละเอียดว่าควรยกเลิกผู้ช่วย ผู้ดำเนินการ จำนวนผู้ช่วย ผู้ดำเนินการ ประจำตัว สส. สว. จำนวนกี่คนที่สามารถช่วยปฏิบัติงานได้ โดยไม่เป็นภาระ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยให้เวลาศึกษาภายใน 90 วัน โดยให้ทันเดือน ต.ค.นี้ ส่วนการพิจารณาทบทวนในส่วนของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ต้องรอตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณา.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...