สรุป "ไทยช่วยไทยพลัส" เติมเงินบัตรคนจน-ร่วมจ่าย 60/40 ครอบคลุม 43 ล้านคน
หลังจากคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มาตรการลดค่าครองประชาชนของรัฐบาลเพื่อช่วยแก้ปัญหาจากวิกฤตพลังงาน โดยจะเป็นการใช้เงินก้อนแรกภายใต้การออก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท แม้ศาลรัฐธรรมนูญ จะรับวินิจฉัยการออก พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าว
โดยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะให้ความช่วยเหลือผ่าน 2 มาตรการหลัก เป็นระยะเวลา 4 เดือน ทั้งการเติมวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ร้านธงฟ้าฯ เป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน และมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” วงเงิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน (รัฐออกให้ 60% ประชาชนร่วมจ่าย 40%)
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 มีมติเห็นชอบโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชนและช่วยประคับประคองธุรกิจรายย่อย ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเผชิญภาวะสินค้าราคาแพงและแรงกดดันเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ หากไม่สามารถหยุดวิกฤตราคาสินค้าแพงได้ จะลุกลามไปสู่วิกฤตกำลังซื้อ เนื่องจากค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ประชาชนลดลง ภาคธุรกิจมีต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย คนไม่มีเงินออม และธุรกิจขนาดเล็กที่ขาดสภาพคล่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การปิดกิจการและการว่างงานในวงกว้าง
โดยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” วางแนวทางช่วยเหลือ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มแรก ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน ใช้วงเงินงบประมาณรวม 5.6 หมื่นล้านบาท จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงกันยายน 2569
โดยผู้ถือบัตรเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่เพราะเงินจะโอนเข้าในบัตรโดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ถือบัตรรายใหม่อยู่ระหว่างจัดทำส่วนผู้ถือบัตรรายใหม่อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดจะแจ้งขั้นตอนให้ทราบชัดเจนอีกครั้ง ซึ่ง ครม. มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยปรับปรุงฐานข้อมูลให้ครอบคลุมประชาชนกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติม
กลุ่มที่สอง ประชาชนทั่วไปและมนุษย์เงินเดือนประมาณ 30 ล้านคน ใช้วงเงินงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท รัฐบาลจะช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน หรือสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน
”มีเงื่อนกำหนดว่า หากใช้สิทธิไม่ครบในแต่ละเดือน จะไม่สามารถนำวงเงินคงเหลือไปทบในเดือนถัดไปได้“
ส่วนกลุ่มที่สาม เป็นมาตรการช่วย “ต่อลมหายใจ” ให้ร้านค้ารายเล็กและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ท่ามกลางภาวะต้นทุนสูงและกำลังซื้อชะลอตัว
นอกจากนี้ คำว่า “พลัส” ในโครงการ ยังหมายถึงการนำ AI เข้ามาช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งทุนและสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มโอกาสฟื้นตัวทางธุรกิจ
นายเอกนิติกล่าวย้ำว่า วิกฤตครั้งนี้แตกต่างจากวิกฤตเศรษฐกิจในอดีต เพราะเป็น “วิกฤตค่าครองชีพ” ที่กระทบคนตัวเล็กตัวน้อยโดยตรง ทั้งมนุษย์เงินเดือน ผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่ไม่มีเงินสำรองรองรับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่ามาตรการครั้งนี้ไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถผ่านวิกฤตไปด้วยกัน
สาระสำคัญ “ไทยช่วยไทยพลัส” ร่วมจ่าย 60/40
สำหรับ “คนละครึ่งพลัส” ในครั้งนี้ ในร่างใหม่ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะจ่ายในวงเงิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ตลอดระยะเวลา 4 เดือน รวม 4,000 บาท ใช้งบประมาณรวม 1.2 แสนล้านบาท โดยมีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้
- ประชาชนลงทะเบียนผ่าน “เป๋าตัง” วันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569
- ระยะเวลาการใช้สิทธิ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569
โดยสามารถใช้สิทธิกับร้านค้าที่ร่วมโครงการ ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. และใช้สิทธิได้ผ่านการชำระเงินด้วย G-Wallet บน “เป๋าตัง”
คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน
- เป็นผู้มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
- มีบัตรประจำตัวประชาชน
- ไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่งพลัส
- ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569
ระยะเวลาเปิดลงทะเบียน
- ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง วันที่ 25-29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00-22.00 น.
- จำนวนสิทธิ 30,000,000 สิทธิ (จำนวนสิทธิโดยประมาณ 30 ล้านสิทธิ หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน)
การใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส”
- รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40%
- ระยะเวลาโครงการ 4 เดือน (มิ.ย. 2569-ก.ย. 2569)
- วงเงินรวมที่ได้ 4,000 บาทต่อคน ดลอดระยะเวลาโครงการ
- เริ่มใช้จ่ายสิทธิ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00-23.00 น.
- สามารถใช้สิทธิได้ 1,000 บาทต่อเดือน และไม่เกิน 200 บาทต่อวัน
- หมายเหตุ : หากใช้สิทธิในแต่ละเดือนไม่หมด ไม่สามารถนำไปใช้ในเดือนถัดไปได้
- ใช้จ่ายสำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ผ่านหน้าร้าน (สแกน QR จากแอป ‘ถุงเงิน’) และผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่
สินค้าที่ไม่ร่วมโครงการ
- สลากกินแบ่งรัฐบาล
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ยาสูบ
- บัตรกำนัล/บัตรเงินสด
- บริการที่เป็นการชำระค่าสินค้า-บริการล่วงหน้า
ระยะเวลาโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
เปิดรับลงทะเบียนร้านค้า
กรณีเป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
กรณีเป็นผู้ประกอบการที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธ.กรุงไทย) ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
เปิดรับลงทะเบียนประชาชน
- ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 (เวลา 06.00-22.00 น.)
- จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านสิทธิ หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน
การใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)
- ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00-23.00 น.)
- สามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)
- สำหรับการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00-21.00 น.)
เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
- ผู้ที่ประสงค์รับสิทธิโครงการสามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่วันที่ 25-29 พ.ค. 2569 ช่วงเวลา 06.00-22.00 น.
- ผู้ที่เคยได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถกดลงทะเบียนรับสิทธิและตรวจสอบผลผ่านการแจ้งเตือนบนแอปเป๋าตัง
- ผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถกดลงทะเบียนรับสิทธิและตรวจสอบผลผ่าน SMS และการแจ้งเตือนผ่านบนแอปเป๋าตัง
เติมวงเงิน ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’
นอกจากมาตรการร่วมจ่าย 60/40 แล้ว โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ยังมีการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงกันยายน 2569 ใช้วงเงินงบประมาณรวม 5.6 หมื่นล้านบาท
โดยสิทธิดังกล่าว นำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านธงฟ้าเท่านั้น และสิทธิที่ไม่ได้ใช้งาน ไม่สามารถทบไปยังเดือนถัดไปได้
ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่เพราะเงินจะโอนเข้าในบัตรโดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ถือบัตรรายใหม่อยู่ระหว่างจัดทำส่วนผู้ถือบัตรรายใหม่อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดจะแจ้งขั้นตอนให้ทราบชัดเจนอีกครั้ง ซึ่ง ครม. มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยปรับปรุงฐานข้อมูลให้ครอบคลุมประชาชนกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุป “ไทยช่วยไทยพลัส” เติมเงินบัตรคนจน-ร่วมจ่าย 60/40 ครอบคลุม 43 ล้านคน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net