โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เก๋ง’ อ้างเบรกไม่ทันพุ่งอัด ‘กระบะ’ กลับรถกะทันหันเจ็บระนาว 8 ราย อาการปางตาย 1

เดลินิวส์

อัพเดต 21 มิถุนายน 2569 เวลา 6.25 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดกลับรถบ้านโคกสุพรรณ ถนนสายบุรีรัมย์ - สตึก เมื่อรถเก๋งมาไวเบรกไม่ทันพุ่งชนรถกระบะพังยับ มีผู้บาดเจ็บทันที 8 ราย หนึ่งในนั้นอาการสาหัส

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 20 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา ร.ต.อ.มานิตย์ ศิริเวช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนรถกระบะ มีผู้บาดเจ็บหลายรายติดภายในรถ บริเวณจุดกลับรถบ้านโคกสุพรรณ ถนนสายบุรีรัมย์ - สตึก จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพ รพ.สตึก และกู้ภัยวังกรูดสตึก ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน กรุงเทพฯ สภาพหน้ารถพังยับเยิน ภายในรถพบ นายอิทธิกร (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี คนขับชาวปทุมธานี บาดเจ็บสาหัสติดคาพวงมาลัย กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือนำส่ง รพ. ห่างไปเล็กน้อยพบรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน บุรีรัมย์ ประตูซ้ายพังยับ มีผู้บาดเจ็บรวม 8 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ และ 10 ขวบ นอนร้องครวญครางรอความช่วยเหลืออยู่ข้างทาง

จากการสอบสวน นายธวัชชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี คนขับรถกระบะ ให้การว่า กำลังพาญาติๆ กลับจากไปเยี่ยมแม่ที่ป่วยอยู่ รพ.บุรีรัมย์ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้เลี้ยวเพื่อกลับรถเตรียมตระเวนส่งญาติ ตอนนั้นพยายามเหยียบเบรกแล้วแต่ไม่ทัน รถเก๋งที่วิ่งมาจากทางสนามบินบุรีรัมย์พุ่งชนเข้าด้านข้างอย่างจังจนรถหมุนหลายตลบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง และรอให้อาการของผู้บาดเจ็บทุเลาลง ก่อนจะเรียกตัวคนขับรถทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...