การเมืองอังกฤษระอุ สตาร์เมอร์ส่อลาออก ใครจะเป็นนายกฯ คนที่ 7 ในรอบ 10 ปี?
สื่ออังกฤษรายงาน เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร อาจประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันจันทร์นี้ (22 มิถุนายน) โดยวางแผนกำหนดกรอบเวลาการถ่ายโอนอำนาจ ขณะที่แหล่งข่าวภายในรัฐบาลระบุว่า สตาร์เมอร์จะยังไม่ลาออก และพร้อมต่อสู้เพื่อรักษาอนาคตทางการเมืองของตนเอง
ประเด็นสำคัญ
- ศึกชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคเลเบอร์-นายกฯ อังกฤษ ใครจะอยู่หรือไป?
- รู้จัก แอนดี เบิร์นแฮม เต็งหนึ่งนายกฯ อังกฤษ เจ้าของวิสัยทัศน์ Manchesterism
กล่าวได้ว่า เก้าอี้นายกฯ และหัวหน้าพรรคเลเบอร์ กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อแอนดี เบิร์นแฮม อดีตนายกเทศมนตรีเกรทเทอร์แมนเชสเตอร์ เจ้าของฉายา ‘King of the North’ ชนะการเลือกตั้งซ่อมเขตเมเกอร์ฟิลด์ในวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้เขากลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในรอบ 9 ปี ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สามารถเปิดศึกท้าชิงตำแหน่งของสตาร์เมอร์ได้อย่างเป็นทางการ
การเมืองอังกฤษในเวลานี้เป็นอย่างไร สส. เลเบอร์กดดันนายกฯ ด้วยท่าทีแบบไหน ทำไมเบิร์นแฮมถึงได้รับการสนับสนุนให้เป็นผู้นำคนต่อไป THE STANDARD สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในบทความนี้
ศึกชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคเลเบอร์-นายกฯ อังกฤษ ใครจะอยู่หรือไป?
เมื่อคืนนี้ (21 มิถุนายน) สื่ออังกฤษ ได้แก่ The Observer และ The Telegraph รายงานว่า สตาร์เมอร์วางแผนจะลาออกในวันที่ 22 มิถุนายน โดยขณะนี้ เขากำลังใช้เวลาสุดสัปดาห์ ณ บ้านพักนายกฯ เช็คเกอร์ส ร่วมกับวิกตอเรีย สตาร์เมอร์ ภรรยา เพื่อหารืออนาคตทางการเมือง หลังไม่ได้รับการสนับสนุนมากพอที่จะเป็นผู้นำพรรคเลเบอร์ต่อไปได้
ทั้งนี้ แกนนำในพรรคเลเบอร์ที่ไม่เปิดเผยตัวตนให้ข้อมูลว่า สตาร์เมอร์อาจชี้แจงอนาคตทางการเมืองภายในวันจันทร์นี้ ขณะที่แหล่งข่าวรัฐบาลอังกฤษเปิดเผยตรงกันข้ามว่า เขาจะไม่ลาออกไปไหนและยังคงมุ่งมั่นบริหารประเทศ ซึ่งตรงกับท่าทีที่สตาร์เมอร์เคยประกาศว่า จะขอต่อสู้เพื่ออยู่ท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรค
อย่างไรก็ดี พันธมิตรที่ใกล้ชิดของสตาร์เมอร์ให้สัมภาษณ์กับ The Sun ว่า มีโอกาสเพียง 25% เท่านั้นที่นายกฯ อังกฤษจะตัดสินใจอยู่ในตำแหน่งต่อไป เพราะจำนวน สส. ในพรรคเลเบอร์ที่เรียกร้องให้เขาลาออกเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 คนแล้ว
นอกจากนี้ The Guardian ยังรายงานว่า เบิร์นแฮมและกลุ่มสนับสนุนยังตั้งเป้ารวบรวมเสียง สส. พรรคเลเบอร์ 200 คนขึ้นไป เพื่อท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและเก้าอี้นายกฯ จากสตาร์เมอร์
รัฐมนตรีคนหนึ่งเปิดเผยว่า ตัวเลขผู้สนับสนุนอาจพุ่งสูงถึง 300 คน ซึ่งยิ่งลดโอกาสของสตาร์เมอร์ในการรักษาเก้าอี้หัวหน้าพรรค รวมถึงอาจทำให้เส้นทางของ เวส สตรีตติง อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษ ที่พยายามท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรคซับซ้อนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บางส่วนเห็นว่า เบิร์นแฮมควรถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นผ่านวิธีดีเบตหรือการแข่งขัน เพื่อให้แนวนโยบายของเขาได้รับการทดสอบอย่างจริงจัง ก่อนขึ้นเป็นผู้นำพรรคและนายกฯ
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด คาดว่า สตรีตติงและเบิร์นแฮมจะหารือกันภายในสุดสัปดาห์นี้ เพราะสตรีตติงเชื่อว่า เขามีเสียงสนับสนุนมากพอที่จะท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรคจากสตาร์เมอร์ ขณะที่เบิร์นแฮมจะเข้าพิธีสาบานตนที่สภาสามัญชนในวันจันทร์นี้ ซึ่งสื่ออังกฤษคาดว่า เขาจะพบกับสตาร์เมอร์ และนำรายชื่อ สส. พรรคเลเบอร์ออกมายืนยันว่า มีคนสนับสนุนเขามากแค่ไหน
อนึ่ง อนาคตทางการเมืองของสตาร์เมอร์ถูกจับตามองอย่างหนัก หลังเบิร์นแฮมชนะการเลือกตั้งซ่อมในเขตเมเกอร์ฟิลด์ด้วยคะแนนเสียง 54.82% ซึ่งสูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ทำให้บางส่วนในพรรคเลเบอร์มองว่า เขาอาจเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งกว่าสตาร์เมอร์ในการพาพรรคสู้ศึกเลือกตั้งระดับชาติครั้งต่อไป โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับ Reform UK พรรคขวาจัดประชานิยมของ ไนเจล ฟาราจ
ทั้งนี้ กฎของพรรคเลเบอร์ระบุว่า ผู้ที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต้องได้รับการเสนอชื่อจาก สส. ของพรรคในสภาอย่างน้อย 20% ขณะที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากสาขาพรรคท้องถิ่นอย่างน้อย 5% และองค์กรในเครือพรรคอย่างน้อย 3 แห่ง ภายใต้เงื่อนไขว่า องค์กรอย่างน้อย 2 แห่งต้องเป็นสหภาพแรงงาน
ปัจจุบัน พรรคเลเบอร์มี สส. 403 คน เท่ากับว่า ผู้ท้าชิงต้องรวบรวมเสียงสนับสนุนจาก สส. อย่างน้อย 81 คน เพื่อท้าชิงเก้าอี้จากสตาร์เมอร์
อย่างไรก็ตาม ในฐานะหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน สตาร์เมอร์ไม่จำเป็นต้องผ่านเงื่อนไขดังกล่าว และจะมีชื่ออยู่ในการแข่งขันโดยอัตโนมัติ หากเขาไม่ตัดสินใจลาออกเอง
รู้จัก แอนดี เบิร์นแฮม เต็งหนึ่งนายกฯ อังกฤษ เจ้าของวิสัยทัศน์ Manchesterism
เบิร์นแฮมอายุ 56 ปี เกิดในเมืองลิเวอร์พูล และเติบโตในเชสเชียร์ พื้นฐานครอบครัวเป็นผู้สนับสนุนพรรคเลเบอร์ บิดาเป็นวิศวกร ส่วนมารดาเป็นพนักงานต้อนรับในคลินิกแพทย์
ในชีวิตส่วนตัว เบิร์นแฮมเป็นแฟนฟุตบอลของสโมสรเอฟเวอร์ตัน โดยมีคำบอกเล่าจากเพื่อนใกล้ตัวว่า เขาเป็นเด็กที่รักการแข่งขัน คลั่งกีฬา และเคยลงสมัครเป็นผู้แทนพรรคเลเบอร์ในการเลือกตั้งจำลองของโรงเรียน จนได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย
สำหรับชีวิตมหาวิทยาลัย เขาจบการศึกษาด้านวรรณคดีอังกฤษจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่มักให้สัมภาษณ์ว่า เขารู้สึกเหมือนเป็นคนนอก ไม่ได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับมหาวิทยาลัย โดยในเวลาต่อมา เขาเริ่มทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนกับ Tank World และ Passenger World Management ก่อนจะเข้าสู่วงการการเมืองอย่างเป็นทางการในช่วงอายุ 20 ปีต้นๆ
ขณะนั้น เบิร์นแฮมเป็นนักวิจัยให้ เทสซา โจเวลล์ สส. พรรคเลเบอร์ ซึ่งต่อมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล โทนี แบลร์ และ กอร์ดอน บราวน์ โดยเส้นทางการเมืองของเบิร์นแฮมเริ่มจากการเป็นที่ปรึกษาพิเศษของ คริส สมิธ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ก่อนชนะเลือกตั้งเป็น สส. เขตลีห์ในเกรทเทอร์แมนเชสเตอร์เมื่อปี 2001
เบิร์นแฮมเคยทำงานเป็นรัฐมนตรีช่วยในรัฐบาลของแบลร์ และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลบราวน์ ตามด้วยการเป็นรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข
เบิร์นแฮมเคยท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่แพ้ให้กับเจเรมี คอร์บิน นักการเมืองฝ่ายซ้ายชื่อดังของพรรค ประกอบกับวิกฤตภายในพรรคเลเบอร์ที่สะสมเรื่อยมา หลังแพ้เลือกตั้งในปี 2010 ทำให้เขาอำลาการเมืองระดับชาติในปี 2016 และลงสมัครนายกเทศมนตรีเกรทเทอร์แมนเชสเตอร์
“ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีปัญหากับชนชั้นนำที่หลุดจากความเป็นจริง และดูเหมือนไม่ใส่ใจพวกเขา” เขากล่าวอำลาการเมืองระดับชาติ โดยชี้ให้เห็นปัญหาของพรรคเลเบอร์
แต่จากการอยู่ในการเมืองท้องถิ่นตลอด 9 ปี เบิร์นแฮมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากนักการเมืองในสูทเนี้ยบ เขากลายเป็นนักการเมืองในเสื้อยืดและแจ็กเก็ตบอมเบอร์ กล้าพูดจาตรงไปตรงมา เข้าถึงง่าย และกล้าปะทะกับเสียงวิจารณ์บนโซเชียลมีเดีย
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงของเบิร์นแฮม คือการสร้างวิสัยทัศน์ Manchesterism หรือแนวทางสังคมนิยมที่เป็นมิตรกับธุรกิจ กล่าวคือ รัฐควรมีบทบาทมากขึ้นในการกำกับและควบคุมบริการพื้นฐานที่กระทบชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น ที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค การขนส่ง และการศึกษา แต่ต้องไม่ปิดกั้นการลงทุนหรือภาคธุรกิจ โดยหัวใจสำคัญคือการกระจายอำนาจออกจากลอนดอน ที่ซึ่งครอบงำเศรษฐกิจอังกฤษ จนทำให้เมืองอื่นมีอำนาจจำกัดในการกำหนดอนาคตของตนเอง
ตัวอย่างสำคัญคือ Bee Network ระบบขนส่งสาธารณะแบบบูรณาการของเกรทเทอร์แมนเชสเตอร์ ซึ่งเบิร์นแฮมใช้เป็นหลักฐานว่า การให้ท้องถิ่นมีอำนาจควบคุมบริการพื้นฐานมากขึ้นสามารถเปลี่ยนชีวิตประจำวันของประชาชนได้จริง
ปัจจุบัน Manchesterism ถูกนำมาใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงของเบิร์นแฮม เขาระบุว่า ต้องการนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้กับสหราชอาณาจักร ผ่านการนำบทเรียนการฟื้นตัวของเมืองแมนเชสเตอร์มารื้อระบบเศรษฐกิจอังกฤษที่เผชิญปัญหาการเติบโตหยุดชะงัก และข้อจำกัดทางการคลังมายาวนาน
อย่างไรก็ตาม นโยบายของเบิร์นแฮมเผชิญข้อกังขา โดยเฉพาะข้อเสนอให้รัฐมีบทบาทมากขึ้นในกิจการสาธารณูปโภค แม้ไม่ประกาศชัดว่า จะเดินหน้ารื้อฟื้นการแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือโอนกิจการกลับมาเป็นของรัฐทั้งหมด
นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังมองว่า บุคลิกของเขาที่ต่างจากสตาร์เมอร์ เช่น การพูดเร็ว ตอบโต้เร็ว และมีแนวโน้มเอาใจประชาชน อาจเป็นภาระทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกัน เบิร์นแฮมก็พยายาม ‘ถอย’ จากจุดยืนเดิมในอดีต เช่น การสนับสนุนให้อังกฤษกลับเข้าสหภาพยุโรป (EU)
ภาพ: Isabel Infantes & Temilade Adelaja / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.theguardian.com/politics/2026/jun/19/facts-and-figures-makerfield-byelection-result-numbers
- https://www.reuters.com/world/uk/uk-pm-starmer-expected-resign-monday-set-out-orderly-exit-observer-newspaper-2026-06-20/
- https://news.sky.com/story/politics-latest-burnham-starmer-labour-makerfield-by-election-12593360
- https://www.bbc.com/news/articles/cp8pml5z8p6o
- https://www.theguardian.com/politics/2026/jun/19/andy-burnham-could-king-north-become-britain-new-prime-minister
- https://www.reuters.com/world/uk/what-is-andy-burnhams-manchesterism-vision-uk-2026-06-19/