โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นอนกัดฟันไม่รู้ตัว! เช็กสาเหตุ สัญญาณเตือน และวิธีรักษาดูแลสุขภาพฟัน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

นอนกัดฟัน ปัญหาใกล้ตัวที่หลายคนไม่รู้ตัวจนกว่าคนข้างๆ จะทัก เช็กสาเหตุ สัญญาณเตือนอันตรายต่อสุขภาพฟัน พร้อมวิธีรักษาและป้องกันอย่างถูกวิธีเพื่อคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น

เคยไหม? ตื่นนอนตอนเช้าแล้วรู้สึกปวดตึงที่กราม เสียวฟันโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือบางครั้งคนนอนข้างๆ ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงครูดฟันอันน่ากลัว อาการ "นอนกัดฟัน" (Sleep Bruxism) เป็นหนึ่งในความผิดปกติของการบดเคี้ยวในช่วงที่ร่างกายหลับใหล ซึ่งข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ตัวว่าตนเองมีพฤติกรรมนี้ จนกว่าจะเริ่มเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างฟันหรือได้รับการบอกเล่าจากผู้อื่น

จากสถิติในกลุ่มประชากรทั่วไป พบว่ามีผู้ใหญ่วัยทำงานประมาณ 8-10% ที่เผชิญปัญหานอนกัดฟัน ซึ่งไม่ได้สร้างความรำคาญใจให้แก่คนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพทั้งทางกายและทางจิตใจที่ไม่ควรมองข้าม

ทำไมเราถึง "นอนกัดฟัน" โดยไม่รู้ตัว?

ภาพจาก iStock

กลไกการนอนกัดฟันเกิดขึ้นในช่วงที่สมองเกิดการตื่นตัวบางส่วนระหว่างนอนหลับ (Micro-arousals) ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่บดเคี้ยวเกิดการหดตัวและทำงานโดยอัตโนมัติ ซึ่งสภาวะนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของจิตใต้สำนึก ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวในขณะที่เกิดอาการ

สาเหตุการนอนกัดฟัน เกิดจากอะไรบ้าง?

ทางการแพทย์ระบุว่า สาเหตุการนอนกัดฟัน ไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้

  • ปัจจัยทางด้านจิตใจและความเครียด: ความวิตกกังวล ความเครียดจากการทำงาน หรือภาวะอารมณ์ที่ค้างคาระหว่างวัน เป็นสิ่งกระตุ้นหลักที่ทำให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานตื่นตัวในเวลากลางคืน
  • ปัจจัยทางกายภาพและโครงสร้างฟัน: การเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ ฟันเก ฟันไม่สบกัน หรือมีจุดสบฟันที่สูงกว่าปกติ ทำให้ร่างกายพยายามบดเคี้ยวเพื่อปรับตำแหน่งฟันโดยอัตโนมัติ
  • ความผิดปกติของการนอนหลับ: ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea - OSA) มักมีอัตราการนอนกัดฟันสูงขึ้น เนื่องจากร่างกายพยายามเกร็งกล้ามเนื้อขากรรไกรเพื่อเปิดทางเดินหายใจ
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ หรือการใช้ยาบางชนิด มีส่วนกระตุ้นให้ระบบประสาทตื่นตัวและส่งผลให้เกิดการนอนกัดฟันได้ง่ายขึ้น

ผลกระทบจากการนอนกัดฟัน ปล่อยไว้อันตรายกว่าที่คิด

หากปล่อยให้เกิดอาการนอนกัดฟันเรื้อรังโดยไม่ได้รับการแก้ไข อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ดังนี้

  • ปัญหาสุขภาพฟัน: ฟันสึกกร่อน เคลือบฟันถูกทำลาย จนนำไปสู่สภาวะเสียวฟัน ฟันแตก ฟันบิ่น หรือฟันโยกในอนาคต
  • ปวดกล้ามเนื้อและขากรรไกร: มีอาการปวดตึงบริเวณแก้ม ขากรรไกร ข้อต่อขากรรไกร (TMJ) อักเสบ อ้าปากได้ไม่กว้าง หรือมีเสียง "คลิก" เวลาอ้าปาก
  • อาการปวดหัวร้าว: มักมีอาการปวดศีรษะบริเวณขมับหลังจากตื่นนอนตอนเช้า ซึ่งเกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อขากรรไกรต่อเนื่องเป็นเวลานาน

วิธีแก้นอนกัดฟัน การรักษาและป้องกันอย่างถูกวิธี

ปัจจุบันการนอนกัดฟัน รักษาให้หายขาดได้ยากเนื่องจากเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและระบบประสาท แต่สามารถบรรเทาและป้องกันความเสียหายได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

ภาพจาก iStock
  • การใส่เฝือกสบฟัน (Night Guard): เป็นวิธีแก้นอนกัดฟันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทันตแพทย์จะทำเฝือกสบฟันพลาสติกใสเฉพาะบุคคลเพื่อใส่ครอบฟันเวลานอน ช่วยลดแรงกระแทกและป้องกันไม่ให้เนื้อฟันเสียดสีกัน
  • การปรับพฤติกรรมและการลดความเครียด: ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนนอน นั่งสมาธิ หลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือการเสพข่าวเครียดๆ ก่อนนอน
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น: งดดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเย็นรวมถึงก่อนนอน
  • การรักษาทางทันตกรรม: ในกรณีที่เกิดจากฟันไม่สบกัน ทันตแพทย์อาจพิจารณากลอปรับจุดสบฟัน หรือแนะนำให้จัดฟันเพื่อแก้ไขโครงสร้าง
  • การฉีดโบท็อกซ์ (Botox): ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาฉีดโบท็อกซ์บริเวณกล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle) เพื่อลดแรงตึงและการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว

หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีสัญญาณเตือน เช่น ตื่นมาปวดกราม เสียวฟัน หรือฟันเริ่มสั้นลง ควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กสภาพฟันและรับคำแนะนำในการรักษาที่เหมาะสมทันที เพื่อป้องกันไม่ให้สุขภาพช่องปากพังทลายในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นอนกัดฟันไม่รู้ตัว! เช็กสาเหตุ สัญญาณเตือน และวิธีรักษาดูแลสุขภาพฟัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...