โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘มดงาน’ทะลักกลับไทย รับมือยังไง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ผึ้งแตกรัง

เดลินิวส์

อัพเดต 7 มิถุนายน 2569 เวลา 18.13 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
แก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อนบ้านแห่ข้ามแดนกลับไทย หลังชายแดนรอบข้างกวาดล้างหนัก กลายเป็นผึ้งแตกรัง ภาพที่เกิดขึ้นกำลังสะท้อนสถานการณ์ปัญหาและมีผลอย่างไรต่อประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่าประเทศทางผ่าน และเป็นแรงงาน

“ทีมข่าวอาชญากรรม” มีโอกาสพูดคุยกับ รศ.ดร.ทศพล ทรรศนพรรณ หัวหน้าศูนย์ศึกษากฎหมายกับเทคโนโลยี และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยภาพรวมการเดินทางกลับไทยว่ามีอยู่หลายแบบ อย่างแรกคือแบบเป็นทางการ มีการดำเนินคดีที่ประเทศต้นทางก่อนส่งตัวกลับ

แบบลักลอบกลับมาเอง ขึ้นอยู่ว่าพบเจอในแบบใด เช่น ดักจับได้ หรือตามด่านผ่านเข้าเมือง ซึ่งต้องย้อนไปถึงขาออกด้วยว่าไปตามช่องทางถูกต้องหรือไม่ เพราะอาจมีความผิดทั้งขาออกและขาเข้า ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาคือจะดำเนินคดีแค่เรื่องการข้ามพรมแดนไป-กลับผิดกฎหมาย หรือต้องดำเนินการคัดกรองก่อนว่าเป็นผู้ร่วมในองค์กรอาชญากรรม ร่วมกระทำผิด หรือสนับสนุนด้วยหรือไม่

เนื่องจากการร้องเรียนที่มีเข้ามามากและมีแรงกดดันจากองค์กรระหว่างประเทศคือ การคัดกรองว่าถูกหลอกไปเป็นแรงงานหรือไม่ เพราะหากโดนบังคับก็ต้องถูกคุ้มครองในฐานะเหยื่อ ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นผู้ร่วมกระทำผิดโดยไม่ฟังเหตุผลอื่น

และที่ถูกจับตาหนักคือ ถูกค้ามนุษย์แรงงาน คือโดนหลอกตั้งแต่ต้นทาง เข้าสู่กระบวนการโดยไม่อาจขัดขืน หรือโดนกระทำทารุณโหดร้าย เฉพาะคนไทยที่เข้าลักษณะนี้มักเป็นเด็กและเยาวชน เป็นกลุ่มที่ต้องใช้การพิจารณาให้ดีเพราะมองว่าการตัดสินใจยังไม่เท่าผู้ใหญ่ หากเน้นแต่ดำเนินคดีอย่างเดียว จะกลายเป็นปัญหาทั้งกับตัวเด็ก ครอบครัว ไปจนถึงภาพลักษณ์ประเทศ ซึ่งสถานการณ์ที่เป็นอยู่มักเน้นปราบอาชญากรรมมากกว่ามองเรื่องค้ามนุษย์

รศ.ดร.ทศพล ระบุ ห้วง 2 ปีที่ผ่านมา จากแรงกดดันทำให้เริ่มเห็นการปรับตัว เมื่อปัญหาไม่ใช่แค่ไทยกับประเทศข้างเคียง แต่เกี่ยวข้องกับประเทศมหาอำนาจที่พลเมืองของตัวเองตกไปเป็นแรงงานที่ไม่สมัครใจ ทำให้นอกเหนือการปราบคือการไปดูว่ามีเรื่องค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่

พร้อมมองสิ่งที่ไทยยังต้องทำต่อหรือพัฒนาให้ดีขึ้น คือการคัดกรองและเยียวยาเหยื่อค้ามนุษย์ที่บางส่วนยังคงมีความเจ็บปวดทรมาน บางส่วนสมัครใจไปก็เสียอนาคตเพราะโดนดำเนินคดี จุดนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ไทยต้องเตรียมพร้อมให้มากขึ้นอีก

สำหรับการรับมืออนาคต คงต้องไปเรื่อง “การข่าว” เพราะไทยถูกใช้เป็นทางผ่านไม่ว่าจะระดับหัวหน้าที่เป็นต่างชาติ (ชาวจีน) หรือผู้ร่วมขบวนการที่จำนวนมากเข้ามาไทยแล้วออกไป ลักษณะเป็นการเข้ามาเที่ยวแล้วหายตัวไปเฉย ๆ ซึ่งฐานข้อมูลอาจส่วนนี้อาจยังไม่ดีพอ

ต่อมาเป็นกลุ่มคนไทยที่เข้าออกไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน บางครั้งไม่ได้ตรวจสอบว่าไปทำกิจกรรมอะไร ถ้ามีรายได้ก็ควรแบ่งการจัดการคือ ถ้าไม่ได้ทำอะไรที่ทุจริตสามารถเข้าไปจัดเก็บภาษีได้หรือไม่ หรือถ้าทำเรื่องทุจริตนำเงินเข้ามาแบบไหน เป็นการฟอกเงินหรือไม่

ทั้งนี้ มองสัญญาณรับมือที่ดีช่วงหลัง กับปฏิบัติการของตำรวจที่ดำเนินการกับคนเกี่ยวข้องขบวนการส่งคนข้ามชายแดน รวมถึงคนให้ที่พักหรือเอเย่นต์ ซึ่งเป็นการบล็อกเส้นทางและตรวจตราที่ดีขึ้น

ขณะเรื่องบัญชีม้า ยังมีประเด็นต้องทำอีกมาก โดยเฉพาะยอดเงินค้างท่อที่ยึดได้และทราบว่ามีจำนวนมาก จะทำอย่างไรให้มีกระบวนการเฉลี่ยคืนเงินไปให้เหยื่อเร็วขึ้น เพราะจำนวนมากสูญเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต และมีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย

รศ.ดร.ทศพล มองการจัดการองค์กรอาชญากรรมต้องไม่จับกุมรายคดี ในฐานะอาจารย์ด้านกฎหมายโอกาสพูดคุยหลายฝ่ายซึ่งได้ข้อมูลตรงกันคือ บัญชีม้าถูกจับดำเนินคดีเยอะมาก เดิมมักอ้างไม่รู้ ถูกหลอกใช้บัญชีหรือให้ข้ามแดนไปทำงาน โดยเฉพาะผลพวงจากโควิดที่คนตกงาน สภาพเศรษฐกิจไม่ดี

แต่ปัจจุบันด้วยสภาพเศรษฐกิจอาจมีคนวัดดวง นำบัญชีไปขายแล้วค่อยแก้ตัวว่าไม่รู้ หรือพอมีเงินแปลกโอนเข้ามาก็ใช้วิธีแจ้งความว่าโดนหลอกนำข้อมูลไปใช้ ซึ่งระยะหลังเริ่มมีหลายคดีที่เอาข้อมูลไปให้ ได้เงินมาก้อนหนึ่ง สักพักพอมีเงินโอนเข้าเยอะ จะเริ่มรู้ตัวว่าอาจซวยก็ไปแจ้งตำรวจก่อน เพื่อให้ไปจับคนซื้อข้อมูล

ดังนั้น หากให้ประเมินในแง่คนเข้าร่วมอาจมีน้อยลงเพราะเริ่มตื่นตัว แต่ฝั่งคนโดนหลอกอาจลดเป็นช่วงๆ สังเกตได้จากห้วงตัดไฟชายแดนคดีก็หายไปฝั่งหนึ่ง แต่อีกฝั่งข้างเคียงไม่ได้ลด จุดนี้สะท้อนสิ่งที่ยังไม่เคยทำเพื่อพิสูจน์ว่าลดลงจริงๆ คือการปราบปรามรอบชายแดนทั้งหมดพร้อมกัน

พร้อมทิ้งท้าย ไม่ว่าถูกหลอกหรือลักลอบไปทำงาน รัฐก็สามารถเข้าไปจัดการได้เลย ผ่านการสอดส่องโลกออนไลน์ว่าส่อไปในการกระทำผิดหรือไม่ เมื่อสอดส่องแล้วก็ต้องไปดูว่าจะสืบสาวต่อได้แค่ไหน จุดนี้สำคัญเพราะขึ้นอยู่กับระดับบน หรือหัว ปัญหานี้ระดับบนต้องเป็นผู้สั่ง เชื่อว่าถ้านายกรัฐมนตรี หรือผบ.ตร. กำชับต้องทำให้ได้ ก็จะจัดการได้เยอะแน่นอน.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...