ผู้บัญชาการศึกษา นำคณะ บรอ.13 สานต่อโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน”
ผู้บัญชาการศึกษานำคณะ บรอ.13 สานต่อโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” ตามนโยบาย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ด่านหน้า มอบเงินช่วยเหลือฮีโร่ ตชด.22 บาดเจ็บสาหัสจากเหตุปะทะชายแดน พร้อมระดมทุนอุดหนุนกำลังพล ณ ฐานปฏิบัติการ ตชด.แนวหน้า และ รร.ตชด.ในพื้นที่ รวมกว่า 2.3 ล้านบาท
วันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ภาครัฐร่วมเอกชน (บรอ.) รุ่นที่ 13 เปิดเผยว่า วานนี้ได้นำคณะผู้เข้ารับการฝึกอบรม เดินทางลงพื้นที่ป่าเขาชายแดนเพื่อขับเคลื่อนและสืบสานโครงการ "ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” ซึ่งเป็นโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ตามนโยบายด้วยหัวใจของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในการยกระดับสวัสดิการและส่งต่อความอุ่นใจอย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัวผู้เสียสละ
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะ บรอ.13 ได้ร่วมใจกันมอบเงินช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งผ่านความห่วงใยอันยิ่งใหญ่จากแนวหลัง ไปยังครอบครัวของ "ด.ต.อุดม อ้วนผุย" ผบ.หมู่ กก.ตชด.22 วีรบุรุษร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสในเหตุการณ์ปะทะบริเวณฐานปฏิบัติการต้นไทร ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 โดยมี นางชนิตา อ้วนผุย ภรรยาคู่ชีวิตผู้ยืนหยัดเคียงข้าง เป็นตัวแทนรับมอบเงินช่วยเหลือเพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่บุตรทั้ง 2 คน และเป็นแรงใจสำคัญในการประคับประคองครอบครัวให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า "โครงการครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน" ผบ.ตร.มีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้กำลังพลและครอบครัวมั่นใจว่า ในวันที่วีรบุรุษด่านหน้าผู้เสียสละต้องเจ็บปวดจากการทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน พวกเราที่อยู่แนวหลังจะไม่ทอดทิ้งเขาและครอบครัวอย่างเด็ดขาด ภารกิจของตำรวจตระเวนชายแดนนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง ด.ต.อุดมฯ ได้ทำหน้าที่ปกป้องพวกเราอย่างสุดกำลัง และเงินช่วยเหลือในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่สิ่งของ แต่คือคำสัญญาและหัวใจของคณะ บรอ.13 รวมถึงคนไทยทุกคนที่จะร่วมกันโอบอุ้ม บิดา มารดา คู่ชีวิต และบุตรของพี่น้องตำรวจผู้กล้า ให้พวกเขารับรู้ว่าความเสียสละนั้นมีค่าและจะไม่มีวันถูกลืม
สำหรับอาการล่าสุดของ ด.ต.อุดมฯ ปัจจุบัน ยังคงรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลตำรวจ โดยคนไข้รู้สึกตัวดี สามารถลืมตาต้อนรับครอบครัวและขยับแขนขาได้ในแนวราบ ท่ามกลางการดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ คณะ บรอ.13 ยังได้ส่งมอบความห่วงใยและพลังสนับสนุนไปยังกำลังพลส่วนหน้า กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 (กก.ตชด.22) ณ บริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โดยได้สนับสนุนอุปกรณ์วัสดุก่อสร้างฐาน ตชด. และอาหารแห้ง เป็นมูลค่า 250,000 บาท พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงที่พัก ทก.ตชด.22 เป็นจำนวนเงินอีก 313,935 บาท เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของรั้วของชาติในพื้นที่เสี่ยงภัย ตลอดจนเดินทางไปจัดกิจกรรมจิตสาธารณะส่งต่อรอยยิ้ม มอบสิ่งของและทุนการศึกษาให้แก่เด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตาเอ็ม จังหวัดอุบลราชธานี และโรงเรียนบ้านหนองใหญ่ จังหวัดศรีษะเกษ เป็นจำนวนเงิน 402,957 บาท
ในคราวเดียวกันนี้ คุณณพิชชา คล้ายคลึง อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้นำคณะผู้เข้ารับการฝึกอบรม บรอ.13 อีกส่วนหนึ่ง ร่วมลงพื้นที่ศึกษาดูงานสถานที่จริง ณ ฐานปฏิบัติการ ตชด. ในจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับทราบถึงความยากลำบากและเติมเต็มกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ โดยได้ร่วมสนับสนุนติดตั้งแแผงโซล่าเซลล์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบพลังงานของฐานปฏิบัติการ มูลค่ากว่า 540,000 บาท พร้อมทั้งมอบข้าวสาร สินค้าอุปโภคบริโภค มูลค่า 300,000 บาท และเงินสนับสนุนอื่น ๆ อีกจำนวน 176,000 บาท เพื่อขับเคลื่อนการทำงานของหน่วยด่านหน้าอย่างเต็มพิกัด ซึ่งรวมยอดการหลั่งไหลน้ำใจและพลังสนับสนุนในกิจกรรมครั้งนี้ทุกส่วน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,334,892 บาท
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมาคมแม่บ้านตำรวจ และคณะ บรอ.13 เชื่อมั่นว่า การส่งมอบความช่วยเหลือรวมถึงงบประมาณสนับสนุนหลากมิติในวันนี้ จะเป็นสะพานเชื่อมโยงน้ำใจและศรัทธาอันยิ่งใหญ่จากภาคส่วนต่าง ๆ ไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย บาดเจ็บ และกำลังพลแนวหน้าอย่างทั่วถึง อันเป็นการสร้างรากฐานความเชื่อมั่น ยึดมั่นในคุณธรรม และเป็นพลังใจสำคัญให้ข้าราชการตำรวจด่านหน้าปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนและปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเข้มแข็งและอบอุ่นใจสืบไป