โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บีบสิวเองได้ไหม? สิวแบบไหนบีบได้ พร้อมวิธีรักษาสิวอย่างเหมาะสม

Thaiger

อัพเดต 30 มิถุนายน 2569 เวลา 21.12 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

สิวเป็นปัญหาผิวที่พบได้ทุกช่วงวัย และหลายคนมักเลือกจัดการด้วยการบีบสิวทันที เมื่อเห็นหัวสิว เพราะหวังให้สิวหายเร็วและผิวกลับมาเรียบเนียน อย่างไรก็ตาม หากบีบสิวไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดการอักเสบ การติดเชื้อ รวมถึงรอยดำและหลุมสิวตามมาได้ โดยเฉพาะเมื่อสิวอยู่ในระยะที่ไม่เหมาะกับการกดหรือบีบ

บีบสิวดีไหม? สิวแบบไหนควรบีบ และสิวประเภทใดที่ควรหลีกเลี่ยง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ พร้อมแนะนำวิธีรักษาสิวที่เหมาะกับแต่ละประเภท เพื่อให้ดูแลผิวได้อย่างถูกต้อง

สิวแบบไหนบีบได้

กดสิว

หลายคนสงสัยว่าเป็นสิวควรบีบไหม สิวแบบไหนที่กดได้? คำตอบคือ ไม่ใช่สิวทุกชนิดที่สามารถบีบได้ โดยทั่วไปสิวที่กดได้จะเป็นกลุ่มสิวอุดตัน (Comedone) เช่น สิวหัวดำ (Open Comedone) และสิวหัวขาวที่เปิดหัวแล้ว (Closed Comedone) ซึ่งสามารถกดสิวอุดตันได้ หากใช้เครื่องมือที่สะอาดและมีเทคนิคที่ถูกต้อง

สิวแบบไหนห้ามบีบเด็ดขาด

สิวประเภทที่ไม่ควรบีบอย่างเด็ดขาดคือสิวประเภทสิวหัวตัน ได้แก่ สิวอักเสบชนิดตุ่มแดง (Papule) สิวหัวหนอง (Pustule) สิวหัวช้าง (Nodular Acne) และสิวซีสต์ (Cystic Acne) เพราะการบีบสิวอักเสบหรือกดสิวอักเสบ อาจทำให้เชื้อ Cutibacterium acnes กระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อรอบข้าง ส่งผลให้การอักเสบรุนแรงมากขึ้น

5 วิธีรักษาสิวให้เห็นผลและไม่อันตราย มีอะไรบ้าง

รักษาสิว

การรักษาสิวในปัจจุบันมีหลายวิธี โดยแพทย์จะเลือกแนวทางรักษาตามชนิดของสิว ความรุนแรง และสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยลดการอักเสบและลดโอกาสเกิดรอยสิวในระยะยาว ดังนี้

การกดสิวอย่างถูกวิธี

การกดสิว เป็นวิธีรักษาที่เหมาะกับสิวอุดตันและสิวหัวดำ หากต้องการกดสิวหัวดําหรือกดสิวอุดตันหัวดำ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญใช้เครื่องมือปลอดเชื้อ เช่น Comedone Extractor แทนการใช้ที่บีบสิวเอง เพื่อลดการบาดเจ็บของผิวและลดความเสี่ยงในการเกิดหลุมสิว

การฉีดสิว ลดการอักเสบแบบรวดเร็ว

การฉีดสิวเป็นหัตถการที่แพทย์อาจเลือกใช้ในกรณีสิวอักเสบขนาดใหญ่ โดยการฉีดยากลุ่ม Corticosteroid เข้าสู่หัวสิวในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดการอักเสบ อาการบวม และลดโอกาสเกิดแผลเป็น ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

การใช้ยาปฏิชีวนะรักษาสิว

ผู้ที่มีสิวอักเสบจำนวนมาก แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะทั้งชนิดทาและชนิดรับประทาน เพื่อช่วยลดจำนวนเชื้อ Cutibacterium acnes พร้อมลดการอักเสบของรูขุมขน โดยมักใช้ร่วมกับยาทากลุ่ม Benzoyl Peroxide หรือ Adapalene เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

การทำโปรแกรมเลเซอร์หรือการรักษาสิวด้วยแสง

ผู้ที่มีสิวอักเสบเรื้อรังหรือมีรอยสิวหลังการรักษา แพทย์อาจพิจารณาใช้โปรแกรมเลเซอร์ หรือการรักษาด้วยแสง เช่น โปรแกรม IPL (Intense Pulsed Light) หรือโปรแกรม LED Light Therapy เพื่อช่วยลดการอักเสบ ควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน และกระตุ้นการฟื้นฟูผิว

การใช้สกินแคร์ช่วยรักษาสิว

การเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิวสามารถช่วยลดการเกิดสิวและป้องกันการอุดตันซ้ำได้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Non-comedogenic และมีส่วนผสมอย่าง Salicylic Acid (BHA), Niacinamide, Azelaic Acid หรือ Retinoid ซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดความมันส่วนเกิน และลดการอักเสบของรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดูแลผิวหลังเป็นสิว รักษาให้แผลหายเร็ว ทำได้อย่างไร

การดูแลผิวอย่างเหมาะสมหลังการรักษาหรือบีบสิว ช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดี ลดโอกาสเกิดรอยดำ รอยแดง และหลุมสิว ซึ่งแนวทางการดูแลผิวที่ถูกต้อง ได้แก่

  • ทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองเพิ่มเติม
  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์และผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูผิวที่มีส่วนผสม เช่น Niacinamide, Panthenol, Ceramide หรือ Aloe Vera
  • หลีกเลี่ยงการจับหน้า แกะสิว หรือบีบสิวซ้ำ รวมถึงการใช้แรงกดบริเวณที่เป็นสิว
  • ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF เหมาะสมทุกวัน เพื่อป้องกันรอยสิวเข้มขึ้นจากรังสี UV

บีบสิวดีไหม? ปรึกษาหมอออนไลน์ผ่าน SkinX ดูแลสิวอย่างถูกวิธี

บีบสิวหรือกดสิว ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นสิวอักเสบ สิวเรื้อรัง เพราะแพทย์สามารถประเมินชนิดของสิว วางแผนการรักษา และแนะนำการใช้ยาหรือหัตถการที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสเกิดรอยสิวและแผลเป็นในระยะยาว

สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาปัญหาสิว SkinX แอปพลิเคชันพบแพทย์ผิวหนังออนไลน์ที่ช่วยให้เข้าถึงการดูแลผิวได้สะดวกยิ่งขึ้น สามารถใช้งานได้ทั้งระบบ iOS และ Android ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ปรึกษากับแพทย์ผิวหนังได้ง่าย ๆ รู้ค่าบริการก่อนเริ่มปรึกษา สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม พร้อมรู้สรุปผลการรักษาทันที และยังมีเภสัชกรคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ยาหรือการดูแลผิวเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาสิวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเหมาะกับแต่ละบุคคล

แอปพลิเคชัน ปรึกษาปัญหาและดูแลผิวโดยแพทย์ผิวหนังผู้ชำนาญการ ครบ จบ เคลียร์ใน 15 นาที!

  • FB : SkinX พบแพทย์ผิวหนังออนไลน์
  • IG : skinx.thailand
  • Line : @skinx.official
  • TikTok : skinxthailand
  • X : @skinxthailand
  • Tel : 02 038 5505
  • E-mail : service@skinx.app
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...