คุมบังเล็กจำลองเหตุการณ์ เจ้าของปืนเอี่ยวสั่ง"เบิร์ด"ผสมปูนอำพรางศพ
ตำรวจคุม "บังเล็ก" จำลองเหตุการณ์ หลังรับเป็นเจ้าของปืน ปัดเอี่ยวสั่ง"เบิร์ด"ผสมปูนอำพราง เผย แซม ยืมปืนหลายครั้ง
วันนี้ (29 มิ.ย.69) เวลา 13.00 น. ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ได้เชิญตัว “บังเล็ก” น้องชายของนายแสงสุรีย์ ศรฟ้า อายุ 40 ปี หรือ “บังฟาน” เจ้าของบ่อแพปลา เข้าสอบปากคำ หลังบังเล็กยอมรับว่าเป็นเจ้าของอาวุธปืนขนาด .22 ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เชิญตัว น.ส.จุ้บ (นามสมมุติ) ภรรยาของบังฟาน เข้าให้ปากคำในฐานะพยานในคดีฆาตกรรมนายอุเทน หรือ “เจี่ย”
ในการสอบปากคำครั้งนี้ พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำด้วยตนเอง โดยใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดี
ภายหลังการสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวบังเล็กขึ้นรถเพื่อนำไปจำลองเหตุการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยก่อนขึ้นรถ บังเล็กกล่าวสั้น ๆ กับผู้สื่อข่าวว่า ยอมรับว่าเป็นเจ้าของอาวุธปืนดังกล่าว ก่อนจะเดินทางไปพร้อมเจ้าหน้าที่
ส่วนทางด้าน น.ส.จุ้บ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางน.ส.จุ้บไม่ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนมีสีหน้าเคร่งเครียด และพยายามนำมือปัดไมค์ของผู้สื่อข่าวตลอดเวลาก่อนเดินขึ้นรถขับตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่เกิดเหตุ
ด้าน พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำในวันนี้ บังเล็กให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยยอมรับว่าเป็นเจ้าของอาวุธปืนขนาด .22 จริง และให้การว่าเป็นผู้ขับรถพานายเบิร์ดไปบอกให้โบกปูนอำพรางศพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะนำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ไปจำลองเหตุการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อประกอบสำนวนและขยายผลการสืบสวนต่อไป
ก่อนเข้าห้องสอบสวน บังเล็ก ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ที่แพปลา แต่ยอมรับว่าอาวุธปืนขนาด .22 ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้เป็นของตนจริง โดยยืนยันว่าไม่มีใครสั่งให้ตนไปอำพรางศพ และตนไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มาทราบภายหลังเพียงไม่กี่วันว่า “เจี่ย” หายตัวไป ซึ่งตนก็เป็นเพื่อนกับเจี่ย และเจี่ยจะเข้าออกแพปลาเป็นประจำ
บังเล็ก กล่าวว่า บ้านของตนอยู่บริเวณด้านหน้าแพปลา ส่วนแพปลาเป็นเพียงสถานที่เอาไว้นั่งเล่น สำหรับอาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ตนจะนำไปเก็บไว้ที่แพเป็นประจำ เพราะใช้ยิงนกและยิงตะกวด คนที่มานั่งเล่นที่แพต่างก็รู้ว่าปืนถูกเก็บไว้ตรงนั้นตลอด
บังเล็ก เปิดเผยอีกว่า ในวันเกิดเหตุ “บังฟาน” ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วน “แซม” ซึ่งมานั่งเล่นที่แพเป็นประจำ เคยยืมปืนของตนไปใช้หลายครั้ง ทั้งยิงนกและยิงปลา โดยแซมใช้ปืนของตนอยู่บ่อยครั้ง แซมเป็นคนโมโหร้าย และเป็นคนคุยเก่ง
นอกจากนี้ตนมาทราบภายหลังว่า เจี่ยเคยไปต่อว่าภรรยาของแซม และมีการแซวกันค่อนข้างรุนแรง ซึ่งตนรู้เพียงเท่านั้น ไม่ทราบว่าทั้งสองมีปัญหาอะไรกันจนถึงขั้นฆ่ากันตาย เพราะมองว่าแซมเป็นคนจำฝังใจ
ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยถึงความเกี่ยวข้องของบังฟาน บังเล็กยืนยันว่า เชื่อว่าพี่ชายของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี เนื่องจากบังฟานกับเจี่ยรู้จักและคบหากันมานาน ไม่เคยมีปัญหาหรือทะเลาะกันรุนแรง มีเพียงการต่อว่ากันเล็กน้อยเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าพี่ชายของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ประเด็นที่มีข่าวออกมาว่าตนเป็นคนขับรถไปตามเบิร์ดให้มาเทปูนอำพรางศพ ไม่เป็นความจริงตนยืนยันความบริสุทธิ์ ก่อนบังเล็กจะเดินเข้าห้องสืบสวนไป
ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวบังเล็กไปชี้จุดและจำลองเหตุการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยหลายรายการ ประกอบด้วยถังพลาสติกสีน้ำเงินครึ่งใบ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคราบปูนติดอยู่ ล้อรถจักรยานยนต์จำนวน 1 ล้อ และกางเกงจำนวน 1 ตัวที่บรรจุอยู่ภายในถุงดำ โดยของกลางทั้งหมดอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงกับคดีต่อไป