แก๊งงัดตู้ระบาดขอนแก่น! รวบหนุ่มเลยหัวหน้าแก๊ง “งัดตู้เติมเงิน–ตู้หยอดเหรียญ” หาเงินเปย์สาว 1 สัปดาห์ก่อเหตุ 3 ครั้ง
ตร.ขอนแก่น รวบหนุ่มเลยตระเวนงัดตู้เติมเงิน-ตู้น้ำมันหยอดเหรียญและเครื่องซักผ้า หาเงินเปย์สาว 1 สัปดาห์ก่อเหตุ 3 ครั้งเงินที่ได้มอบให้เธอคนเดียวเงินหมดก็กลับมาก่อเหตุ พบประวัติก่อเหตุอื้อ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 มิ.ย. 2569 ที่สภ.ท่าพระ พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรัตน์ วันทะมาตร รอง ผกก.สส.สภ.ท่าพระ ทำการสอบสวน นายศรีวิชัย ธาตุวิเศษ หรือท๊อป อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124 ม.18 ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย ปัจจุบันอาศัย อยู่บ้านเช่า ไม่มีเลขที่ ในหมู่บ้านหนองขาม ม.9 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังถูกเจ้าหน้าที่ขุดสืบสวนทำการจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ .759/2569 ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2569 ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หลังก่อเหตุลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ของ จ.ขอนแก่นและ จ.มหาสารคาม
พ.ต.ท.สุรัตน์ วันทะมาตร รอง ผกก.สส.สภ.ท่าพระ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียหายที่หน้าบ้านตั้งเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ตู้เติมน้ำมัน และตู้บุญเติม ตู้เติมสบาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกคนร้ายเป็นชายเข้าไปงัดตู้เพื่อเอาเงินในตู้ไป และล่าสุดมีผู้เสียหายที่บ้านหนองหญ้าแพรก ม.5 ต.ดอนหัน อ.เมืองขอนแก่น เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า มีคนร้ายเป็นชาย ไปเติมเงินที่ตู้เติมเงินบุญเติม แล้วทำการก่อเหตุลักเอาเงินในตู้ไป มีวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุเอาไว้ได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามจับกุมคนร้ายมาดกำเนินคดีตามกฎหมายให้ด้วย
"หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่ ตรวจที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่าตู้เติมเงินบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของคนร้ายที่ทำการเติมเงินก่อนที่จะลงมือลักเอาเงินสดในตู้ไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจสอบ จนทราบว่า บุคคลที่เป็นเจ้าของหมายเลข คือนายศรีวิชัยจึงรวบรวมหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ และเดินทางไปยังบ้านเช่าของนายศรีวิชัย แต่เจ้าตัวไม่อยู่บ้าน ก่อนที่เจ้าตัวจะมามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่หลังถุกกดดันอย่างหนัก ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามวงจรปิดที่บันทึกภาพเอาไว้ได้จริง ซึ่งเป็นคืนที่ลงมือลักเอาเงินในตู้เติมเงินบุญเติมที่ตั้งอยู่หน้าบ้านของชาวบ้าน ที่บ้านหนองหญ้าแพรก ต.ดอนหัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ส่วนการก่อเหตุนั้น ได้ลงมือก่อเหตุ งัดตู้เติมเงิน ตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า มาตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย."
พ.ต.ท.สุรัตน์ ผู้ต้องหาให้การอีกว่า ได้รวมตัวกับเพื่อนอีก 3 คน ซึ่งทุกครั้งที่ลงมือก่อเหตุจะใช้อุปกรณ์เพียง 2 ชนิดคือคีมตัดเหล็กกับกรรไกร ส่วนใหญ่จะเลือกงัดตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญเพราะจะได้เงินเยอะกว่าตู้อื่นๆ ซึ่งถ้างัดตู้น้ำมในหยอดเหรียญในแต่ละครั้งจะได้เงินครั้งละประมาณ 4,000-5,000 บาท โดยในการลงมือแต่ละครั้ง ตนเองจะเป็นหัวหน้าทีม ลงมือเอง ส่วนอีก 3 คนทำหน้าที่ดูต้นทาง โดยจะนัดหมายกันตามปั้มน้ำมันต่างๆในเมืองขอนแก่น เพราะจะเลือกลงมือในช่วงเวลา 01.00-02.00 น.และใน1 สัปดาห์ จะก่อเหตุ 3 ครั้ง เอาเงินมาแบ่งเท่าๆกัน เมื่อได้เงินมาโดยส่วนตัวจะเปย์สาว ซื้อสิ่งของให้สาวและพาสาวเที่ยว พาสาวดูหนัง เมื่อเงินหมดก็จะนัดเพื่อน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ตระเวนไปเรื่อย สบโอกาสที่จุดไหนก็ลงมือทันที
"ผู้ต้องหาให้การอีกว่าร่วมกับเพื่อนลงมือก่อเหตุลักทรัพย์นั้น มีทั้งพื้นที่สภ.เมืองไหม สภ.บ้านฝาง สภ.บ้านเป็ด สภ.พระยืน สภ.ท่าพระ สภ.บ้านแฮด และสภ.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม แต่ละครั้งที่ลงมือ จะได้เงินประมาณ 5,000-10,000 บาท ในส่วนของการเข้ามอบตัวนั้น เพราะอยากเลิกเป็นขโมยแล้ว อยากมีอาชีพติดตัว มีงานทำ จะได้มีเงินเลี้ยงตัวเอง อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องฝากขังที่ศาล เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ในส่วนของผู้ต้องหาอีก 3 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป"
ภูมิภาค48