ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ระบุ ปชช. 2 ประเทศไม่ใช่ศัตรูกัน
"ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา" ระบุ ประชาชนสองประเทศไม่ใช่ศัตรูกัน พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำกัมพูชาเลือกผลประโยชน์ของประชาชนเหนือการเมือง
เมื่อเวลา 16.00 น. (8 ก.ค. 2569) พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในแนวทางสันติภาพ แต่สันติภาพจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความจริงใจจากทั้งสองฝ่าย พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำกัมพูชายุติการยั่วยุ การบิดเบือนข้อมูล และการนำประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองภายในประเทศ หากกัมพูชาต้องการยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืน ควรเร่งสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยความจริงใจ บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองประเทศ
สำหรับกรณีที่ไทยระบุว่า กัมพูชา ไม่ควรนำประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองนั้น พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ประชาชนไทยและกัมพูชาไม่ได้เป็นศัตรูกัน แต่มีความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมที่สืบเนื่องมายาวนาน ขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งมากที่สุดคือประชาชนตามแนวชายแดน เด็ก ผู้สูงอายุ และครอบครัวของทั้งสองประเทศ จึงไม่ควรมีฝ่ายใดนำความเดือดร้อนของประชาชนไปสร้างกระแสชาตินิยมหรือแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง
ส่วนในประเด็นการนำข้อกล่าวหาต่อประเทศไทยไปสื่อสารกับประชาคมระหว่างประเทศ พล.อ.อ.ประภาสกล่าวว่า ไทยไม่ขัดข้องต่อการนำเสนอข้อเท็จจริง แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ควรสามารถตรวจสอบได้ และไม่ควรเป็นข้อมูลด้านเดียวหรือข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง หลักฐาน และหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเชื่อว่าความน่าเชื่อถือในเวทีโลกเกิดจากข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้
พร้อมกันนี้ ไทยยืนยันความพร้อมในการเจรจากับกัมพูชา โดยเห็นว่าการพูดคุยจะประสบผลสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายดำเนินการภายใต้บรรยากาศแห่งความจริงใจ เคารพซึ่งกันและกัน และงดเว้นการกระทำที่อาจยั่วยุหรือสร้างเงื่อนไขให้ความขัดแย้งขยายตัว
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวทิ้งท้ายว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำกัมพูชาควรให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนเหนือผลประโยชน์ทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้ยุติการยั่วยุ การบิดเบือนข้อมูล และการสร้างความเกลียดชัง ก่อนกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาด้วยความจริงใจ
“ประเทศไทยพร้อมสำหรับสันติภาพ พร้อมสำหรับการเจรจา และพร้อมสำหรับความร่วมมือ แต่ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็พร้อมอย่างเต็มที่ในการปกป้องประชาชน อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ”
ทั้งนี้ พล.อ.อ.ประภาส ย้ำว่า ไทยไม่ต้องการสงคราม แต่จะไม่ยอมให้ความปรารถนาต่อสันติภาพถูกตีความว่าเป็นความอ่อนแอ โดยประเทศไทยพร้อมพูดคุยกับผู้ที่มีความจริงใจต่อสันติภาพ และพร้อมปกป้องประเทศอย่างเต็มขีดความสามารถ หากประชาชนและอธิปไตยของชาติถูกคุกคาม