โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"สิริพงศ์-ชัชชาติ-อนุชา" ลงที่เกิดเหตุรถไฟขนตู้คอนเทนเนอร์พุ่งชนรถเมล์ ขสมก. คารางมักกะสัน

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"สิริพงศ์-ชัชชาติ-อนุชา" ลงที่เกิดเหตุรถไฟขนตู้คอนเทนเนอร์พุ่งชนรถเมล์ ขสมก. คารางมักกะสัน เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ เจ็บระนาวกว่า 24 ราย นอกจากนี้ยังให้คำมั่นรัฐบาลเยียวยาครอบคลุมอย่างเต็มที่

วันที่ 16 พ.ค. 2569นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 15.42 น.

เบื้องต้นพบว่า รถไฟพุ่งชนรถเมล์ที่จอดค้างอยู่บนราง ก่อนลากไปอัดกับเสาตอม่อทางด่วน ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเมล์ทั้งคัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งควบคุมสถานการณ์ พร้อมเข้าตรวจสอบภายในรถโดยสาร ท่ามกลางความเสียหายอย่างหนัก

รายงานเบื้องต้นระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 ราย โดยเจ้าหน้าที่เร่งลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน

นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถเมล์จอดติดไฟแดงและค้างอยู่บนรางรถไฟ ส่งผลให้เครื่องกั้นทางรถไฟไม่สามารถปิดลงมาได้ ขณะเดียวกันรถไฟขบวนดังกล่าวเป็นขบวนขนตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีน้ำหนักมาก ทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ทันและพุ่งชนรถเมล์อย่างรุนแรง

ทั้งนี้ รถเมล์คันที่เกิดเหตุได้รับรายงานว่าเป็นรถโดยสารของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ส่วนจำนวนผู้โดยสารบนรถ อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด

ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่ ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร รวมถึงเร่งนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุ

นายชัชชาติ เปิดเผยภายหลังหารือกับผู้อำนวยการเขตราชเทวีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า รถไฟขบวนดังกล่าววิ่งมาจาก จ.ฉะเชิงเทรา มุ่งหน้าเข้าสถานีกลางบางซื่อ แต่ระหว่างทางพบรถเมล์ ปอ. จอดขวางค่อมรางรถไฟ เนื่องจากสภาพการจราจรติดขัด ส่งผลให้ไม้กั้นทางรถไฟไม่สามารถทำงานได้ ก่อนที่รถไฟจะพุ่งชนและลากรถเมล์ไปไกลประมาณ 50 เมตร จนเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ รวมถึงรายละเอียดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเป็นทางการ ยังต้องรอการสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

’สิริพงศ์‘ แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต เหตุ รถไฟชนรถประจำทาง ยัน รัฐบาลเยียวยาครอบคลุมอย่างเต็มที่

นายสิริพงศ์ เผยความคืบหน้าเหตุรถไฟชนรถเมล์บริเวณอโศก-ดินแดง ล่าสุดยืนยันมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 32 ราย โดยผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่บนรถเมล์ ขณะที่ผู้บาดเจ็บกระจายรักษาตัวหลายโรงพยาบาล มีอาการสาหัส 2 ราย ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยกระทรวงคมนาคมสั่ง การรถไฟแห่งประเทศไทย นำข้อมูลกล่องดำและกล้องวงจรปิดตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังพบว่าไม้กั้นทางรถไฟไม่สามารถปิดลงได้ตามปกติ ทั้งที่ระบบถูกออกแบบให้สัมพันธ์กับสัญญาณการเดินรถ พร้อมยืนยันว่า “ต้องมีคนผิดแน่นอน” แต่จะสรุปตามหลักวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐาน ไม่ใช่ความรู้สึก นอกจากนี้ยังสั่งยกเลิกการเดินรถบางขบวนผ่านเส้นทางมักกะสันชั่วคราว พร้อมเร่งดูแลเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยระบุว่า ขสมก.มีประกันคุ้มครองเบื้องต้นมากกว่า 1 ล้านบาทต่อราย ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดเส้นทางกลับมาใช้งานโดยเร็วที่สุด

“อนุชา” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ปชป. ลงพื้นที่เหตุรถไฟชนรถเมล์ไฟลุก แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต

นายอนุชา บูรพชัยศรี พร้อม ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถไฟบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ชนรถเมล์โดยสารจนเกิดเพลิงลุกไหม้ บริเวณจุดตัดทางรถไฟใกล้แยกพระราม 9-อโศกเพชร พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ โดยนายอนุชาระบุว่า หลังทราบข่าวได้รีบลงพื้นที่ทันทีเพื่อติดตามสถานการณ์ สาเหตุ และความเสียหาย พร้อมยืนยันว่าหากมีสิ่งใดสามารถช่วยประสานงานหรือสนับสนุนผู้ได้รับผลกระทบได้ ก็ยินดีดำเนินการอย่างเต็มที่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...