‘อารักษ์’ เตรียมรับไม้ต่อ SCBX สานต่อพาองค์กร 120 ปี สู่เทคฯ การเงินเต็มตัว
ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ เปิดใจพร้อมรับไม้ต่อซีอีโอ SCBX คนใหม่ในปี 2570 เผยแผนส่งต่อตำแหน่งไร้รอยต่อ ชูวิสัยทัศน์นำทัพองค์กร 120 ปี ขับเคลื่อนด้วย AI และทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินเต็มตัว
ในการเสวนาหัวข้อ “Thailand Next : The Successor” จัดโดยประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบีเอกซ์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในวันที่ 1 มกราคม 2570 ในฐานะผู้รับไม้ต่อตำแหน่ง CEO ของ เอสซีบีเอกซ์ จะเป็นอีกการเปลี่ยนผ่านองค์กรสถาบันการเงินอายุ 120 ปี ที่จะก้าวสู่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินอย่างเต็มตัว
“ร่วมงานกับองค์กรมา 16 ปีแล้วและปีหน้าจะได้เริ่มต้นตำแหน่งซีอีโอ ที่มีการประกาศล่วงหน้า 1 ปีเพื่อให้การส่งต่อนั้นราบรื่นที่สุด โดยในช่วง 6 เดือนหลังนี้เริ่มทำการซักซ้อมการทำงานจริงและมี Mentor คอยให้คำแนะนำ โดยตระหนักดีว่าองค์กรมาถึงตรงนี้ไม่ได้เป็นเพราะเรา แต่มาจากคนที่มาก่อนเราหลายคน จึงทำให้เป็นโอกาสที่ทำให้ได้ยืนอยู่บนไหล่ยักษ์เพื่อจะเดินก้าวออกไป”
หากย้อนไปที่จุดเริ่มต้น ธนาคารไทยพาณิชย์ เริ่มจากการเป็น"บุคคลับ" (Book Club) ในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อดูแลเรื่องการเงินของประเทศ ผ่านไป 2 ปีจึงตั้งเป็น "แบงก์สยามกัมมาจล" และเปลี่ยนเป็น "ธนาคารไทยพาณิชย์" เมื่อประมาณ 45 ปีที่แล้ว จนกระทั่งล่าสุดได้เปลี่ยนโครงสร้างเป็น "กลุ่ม SCBX" เมื่อ 5 ปีก่อน เพื่อเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินมากกว่าจะเป็นแค่ธนาคาร
ไทยพาณิชย์เผชิญบทเรียนจากวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง ในยุควิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อ 30 ปีก่อนเป็น "Wake up call" สำคัญที่ทำให้ภาคธนาคารรู้ว่าไม่สามารถดำเนินธุรกิจแบบเดิมได้อีกต่อไป ส่งผลให้ SCB ยึดถือแนวทาง "การมองไปข้างหน้าก่อนเกิดวิกฤต จนกลายเป็นภาพจำขององค์กรที่เป็น ผู้มาก่อนกาลโดยหัวใจสำคัญที่ทำให้องค์กรอยู่รอดมาได้ถึง 120 ปี คือความคล่องตัวและความพร้อมที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะถูกบังคับให้เปลี่ยน
ดร.อารักษ์ กล่าวว่าการจัดตั้งกลุ่ม SCBX เมื่อ 5 ปีก่อน ถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อหนีจากข้อจำกัดเดิมของธนาคารไปสู่การเป็น บริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน และเป็น "ปฐมบท" ของการวางโครงสร้างองค์กร ซึ่งปัจจุบันบริษัทในเครือที่มีอยู่หลักสิบแห่งเกือบทั้งหมดสามารถสร้าง ผลกำไรเป็นบวกได้แล้ว และยังเป็นสัญลักษณ์ของการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงานในรูปแบบธุรกิจการเงินสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนำ
ไทยพาณิชย์เป็นองค์กรริเริ่มนวัตกรรมรายแรกในไทย ไม่ว่าจะเป็นการนำ ตู้ ATM มาใช้เป็นรายแรกในปี 2526 หรือการรุกขยายสาขาในห้างสรรพสินค้า และการปรับโฉมภาพลักษณ์ธนาคารผ่านสีสันและการตลาด
นอกจากนี้ การตัดสินใจ ยกเลิกค่าธรรมเนียมโอนเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เมื่อ 9 ปีก่อน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แม้จะทำให้รายได้ระบบธนาคารหายไปหลายพันล้านบาทต่อปีในขณะนั้น แต่กลับเป็นแรงส่งให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ได้รวดเร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นการสะท้อนถึงกลยุทธ์สำคัญในการปรับตัวเพื่อรับมือกับการ Disruption จาก Fintech และ e-Wallet อื่นๆ
ดร.อารักษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแผนงานในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า AI คือความจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก โดยมุ่งหวังจะทำให้ SCBX เป็นกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินที่น่าชื่นชมและสร้างความสุขให้กับลูกค้าในรูปแบบที่เปลี่ยนไป โดย AI จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างผลิตภาพ (Productivity) และลดต้นทุน ซึ่งองค์กรต้องเตรียมพนักงานให้พร้อมรับมือและใช้ประโยชน์จาก AI ให้ได้มากที่สุด
“ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการ อย่าชะล่าใจเหมือนในอดีต ธุรกิจต้องตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอ และต้องทำให้องค์กรมีความคล่องตัวพร้อมปรับเปลี่ยนตลอดเวลาเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว”
อ่านข่าวอื่น ๆ
- ดร.ยศนันท์ กางโรดแมป SUCCESSOR ของไทย ปั้น 4 เครื่องยนต์ใหม่ ดึงไทยเสียบ Supply Chain โลก
- ดร.สันติธาร ชี้จุดหักศอกเศรษฐกิจไทย เร่งอัปเกรด “เรือลำใหม่” สู้คลื่นยักษ์ Double Squeeze
- ถอดรหัสกลยุทธ์ “ยุคแห่งแฟน” แนะองค์กรเร่งสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย มัดใจลูกค้าเป้าหมายระยะยาว
- “การบินไทย-ไปรษณีย์ไทย” ถอดบทเรียนพลิกองค์กรฝ่าวิกฤต ชู Mindset ใหม่-บริหารคน-สร้างรายได้ยั่งยืน
- ศุภชัย ถอดรหัสลับ Successor ยุค AI Disruption พลิกวิกฤต สู่โอกาสทองเศรษฐกิจไทย
- "8 มรสุมโลก" ป่วนเศรษฐกิจไทย สุรเกียรติ์ เตือน ‘Crisis is the New Normal’