โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘อารักษ์’ เตรียมรับไม้ต่อ SCBX สานต่อพาองค์กร 120 ปี สู่เทคฯ การเงินเต็มตัว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 พ.ค. เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. เวลา 10.00 น.

ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ เปิดใจพร้อมรับไม้ต่อซีอีโอ SCBX คนใหม่ในปี 2570 เผยแผนส่งต่อตำแหน่งไร้รอยต่อ ชูวิสัยทัศน์นำทัพองค์กร 120 ปี ขับเคลื่อนด้วย AI และทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินเต็มตัว

ในการเสวนาหัวข้อ “Thailand Next : The Successor” จัดโดยประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบีเอกซ์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในวันที่ 1 มกราคม 2570 ในฐานะผู้รับไม้ต่อตำแหน่ง CEO ของ เอสซีบีเอกซ์ จะเป็นอีกการเปลี่ยนผ่านองค์กรสถาบันการเงินอายุ 120 ปี ที่จะก้าวสู่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินอย่างเต็มตัว

“ร่วมงานกับองค์กรมา 16 ปีแล้วและปีหน้าจะได้เริ่มต้นตำแหน่งซีอีโอ ที่มีการประกาศล่วงหน้า 1 ปีเพื่อให้การส่งต่อนั้นราบรื่นที่สุด โดยในช่วง 6 เดือนหลังนี้เริ่มทำการซักซ้อมการทำงานจริงและมี Mentor คอยให้คำแนะนำ โดยตระหนักดีว่าองค์กรมาถึงตรงนี้ไม่ได้เป็นเพราะเรา แต่มาจากคนที่มาก่อนเราหลายคน จึงทำให้เป็นโอกาสที่ทำให้ได้ยืนอยู่บนไหล่ยักษ์เพื่อจะเดินก้าวออกไป”

หากย้อนไปที่จุดเริ่มต้น ธนาคารไทยพาณิชย์ เริ่มจากการเป็น"บุคคลับ" (Book Club) ในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อดูแลเรื่องการเงินของประเทศ ผ่านไป 2 ปีจึงตั้งเป็น "แบงก์สยามกัมมาจล" และเปลี่ยนเป็น "ธนาคารไทยพาณิชย์" เมื่อประมาณ 45 ปีที่แล้ว จนกระทั่งล่าสุดได้เปลี่ยนโครงสร้างเป็น "กลุ่ม SCBX" เมื่อ 5 ปีก่อน เพื่อเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินมากกว่าจะเป็นแค่ธนาคาร

ไทยพาณิชย์เผชิญบทเรียนจากวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง ในยุควิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อ 30 ปีก่อนเป็น "Wake up call" สำคัญที่ทำให้ภาคธนาคารรู้ว่าไม่สามารถดำเนินธุรกิจแบบเดิมได้อีกต่อไป ส่งผลให้ SCB ยึดถือแนวทาง "การมองไปข้างหน้าก่อนเกิดวิกฤต จนกลายเป็นภาพจำขององค์กรที่เป็น ผู้มาก่อนกาลโดยหัวใจสำคัญที่ทำให้องค์กรอยู่รอดมาได้ถึง 120 ปี คือความคล่องตัวและความพร้อมที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะถูกบังคับให้เปลี่ยน

ดร.อารักษ์ กล่าวว่าการจัดตั้งกลุ่ม SCBX เมื่อ 5 ปีก่อน ถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อหนีจากข้อจำกัดเดิมของธนาคารไปสู่การเป็น บริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน และเป็น "ปฐมบท" ของการวางโครงสร้างองค์กร ซึ่งปัจจุบันบริษัทในเครือที่มีอยู่หลักสิบแห่งเกือบทั้งหมดสามารถสร้าง ผลกำไรเป็นบวกได้แล้ว และยังเป็นสัญลักษณ์ของการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงานในรูปแบบธุรกิจการเงินสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนำ

ไทยพาณิชย์เป็นองค์กรริเริ่มนวัตกรรมรายแรกในไทย ไม่ว่าจะเป็นการนำ ตู้ ATM มาใช้เป็นรายแรกในปี 2526 หรือการรุกขยายสาขาในห้างสรรพสินค้า และการปรับโฉมภาพลักษณ์ธนาคารผ่านสีสันและการตลาด

นอกจากนี้ การตัดสินใจ ยกเลิกค่าธรรมเนียมโอนเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เมื่อ 9 ปีก่อน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แม้จะทำให้รายได้ระบบธนาคารหายไปหลายพันล้านบาทต่อปีในขณะนั้น แต่กลับเป็นแรงส่งให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ได้รวดเร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นการสะท้อนถึงกลยุทธ์สำคัญในการปรับตัวเพื่อรับมือกับการ Disruption จาก Fintech และ e-Wallet อื่นๆ

ดร.อารักษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแผนงานในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า AI คือความจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก โดยมุ่งหวังจะทำให้ SCBX เป็นกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินที่น่าชื่นชมและสร้างความสุขให้กับลูกค้าในรูปแบบที่เปลี่ยนไป โดย AI จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างผลิตภาพ (Productivity) และลดต้นทุน ซึ่งองค์กรต้องเตรียมพนักงานให้พร้อมรับมือและใช้ประโยชน์จาก AI ให้ได้มากที่สุด

“ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการ อย่าชะล่าใจเหมือนในอดีต ธุรกิจต้องตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอ และต้องทำให้องค์กรมีความคล่องตัวพร้อมปรับเปลี่ยนตลอดเวลาเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว”

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...