“ดร.มัลลิกา” ลุย แก้ 10 จุดเสี่ยงชูนโยบายกรุงเทพปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมนำ Ai Prompt-Ai traffic มาใช้แจ้งเตือนทันทีเมื่อมีภัย
วันที่ 30 พ.ค.69 เวลา 10.30 น. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพหมายเลข 14 ลงพื้นที่ใต้สะพานพระนั่งเกล้า ฝั่งพระนคร เขตพระนคร ช่วงถนนพระอาทิตย์ ดร.มัลลิกา กล่าวว่า พื้นที่บริเวณนี้เป็นตัวอย่าง 1ใน ใน 10 จุดที่ชัดเจนของปัญหาที่คนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญอยู่ทุกวัน นั่นคือ 'จุดมืด จุดเสี่ยง และจุดอันตราย' ที่อาจกลายเป็นพื้นที่ก่ออาชญากรรม การล่วงละเมิด หรือเหตุไม่คาดฝันต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา เช่น ทางเดินเลียบคลองแสนแสบ หลายช่วงค่อนข้างมืด โดยเฉพาะตอนกลางคืน ซอยลาดพร้าว 101 มีซอยลึกและพื้นที่รกร้าง คนผ่านน้อยในช่วงดึกถูกจัดเป็นจุดเสี่ยงมาหลายปี ,ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า บริเวณถนนราชินี-ถนนพระอาทิตย์ มีจุดมืดและลับตาคน ,สถานี brt วัดดอกไม้ เป็นพื้นที่ที่ถูกมองว่าเปลี่ยวและแสงสว่างไม่เพียงพอในตอนกลางคืน ริมถนนรัชดาภิเษก ช่วงพระราม 9 ถึงเทียมร่วมมิตร แม้คนเยอะแต่บางช่วงเวลาเป็นมุมมืดและมีเหตุชิงทรัพย์บ่อย,สะพานลอยคนเดินข้ามในกรุงเทพฯเป็นพื้นที่เสี่ยงในอันดับต้น ๆ ในกทมโดยเฉพาะตอนกลางคืน “เมืองที่ดีไม่ใช่เมืองที่ปลอดภัยเฉพาะตอนกลางวัน แต่ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนรู้สึกปลอดภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยว หรือประชาชนที่ต้องเดินทางกลับบ้านในเวลากลางคืน และด้วยยุคสมัยปัจจุบันลูกหลานของเราในเจนที่ตามเรามาเค้าไม่ใช่จะกลับบ้านก่อน 18:00 น. ดังเดิมดังนั้นเราจะต้องสามารถทำให้เมืองรองรับคนที่ทันสมัยและสามารถใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านปลอดภัย 24 ชั่วโมง ”
ปัญหาของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเรื่องจำนวนเจ้าหน้าที่หรือกล้องวงจรปิดที่มีไม่เพียงพอ แต่คือการขาดระบบบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ ดังนั้นเราคิดแล้วเราจะทำทันทีสามารถประเมินผลได้เราฮาวทูที่เป็นแผนปฏิบัติการรอง เราจะนำ Ai Prompt และ Ai traffic มาใช้ในแผนปฏิบัติการนี้เพื่อไม่ต้องรอจัดการหาตัวคนร้ายหลังเกิดเหตุแต่สามารถทำการแจ้งเตือนได้ทันทีและเหมือนตาของเราอยู่บนตาของกล้องวงจรปิดแล้วเมื่อสังเกตความผิดปกติจะมีมีระบบแจ้งเตือนเข้าไปที่ทางเจ้าหน้าที่ทุกทุกฝ่ายใกล้ที่สุดและระบุจุดได้ทันที นโยบายความปลอดภัย 24 ชั่วโมง' โดยมีมาตรการอื่นอีกสำคัญ 4 ด้าน ด้านที่หนึ่ง สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลจุดเสี่ยงทั่วกรุงเทพมหานครกรุงเทพมหานครจะต้องมีการสำรวจจุดมืด จุดอับสายตา จุดเปลี่ยว และพื้นที่ที่มีสถิติการเกิดเหตุซ้ำซากในทุกเขต พร้อมเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ และกำหนดแผนแก้ไขอย่างชัดเจนภายในกรอบเวลาที่ตรวจสอบได้
ด้านที่สอง เพิ่มความส่องสว่างและปรับปรุงสภาพแวดล้อม หลายพื้นที่ไม่ได้อันตรายเพราะมีอาชญากรมาก แต่กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงเพราะมืด รกร้าง และไม่มีคนมองเห็น กรุงเทพมหานครต้องเร่งติดตั้งไฟส่องสว่าง LED เพิ่มเติม ปรับปรุงภูมิทัศน์ ตัดแต่งต้นไม้ที่บดบังทัศนวิสัย รื้อสิ่งกีดขวางที่สร้างมุมอับ และออกแบบพื้นที่สาธารณะให้มองเห็นได้จากหลายทิศทาง และเติมไฟโซลาร์เซลล์ในทุกจุด ด้านที่สาม กล้องอัจฉริยะและศูนย์เฝ้าระวังแบบเรียลไทม์ตามระบบที่เพิ่ม Ai กล้อง CCTV ต้องไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ประดับเมือง แต่ต้องใช้งานได้จริง เชื่อมโยงกับศูนย์ควบคุมกลาง และสามารถแจ้งเตือนเหตุผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยป้องกันเหตุและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้านที่สี่ การมีส่วนร่วมของประชาชนความปลอดภัยของเมืองจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากประชาชนเป็นเพียงผู้รอรับบริการ กรุงเทพมหานครต้องเปลี่ยนจากการรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไข ไปสู่การป้องกันก่อนเกิดเหตุเพราะความปลอดภัยไม่ใช่สิทธิพิเศษของคนบางกลุ่มแต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคนหากเราออกแบบเมืองให้ปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิต ทำงาน เดินทาง และพักผ่อนได้อย่างมั่นใจตลอด 24 ชั่วโมง การเป็นผู้นำเราจะต้องไม่เก่งแค่ท่องว่ากฏหมายมันเป็นอย่างไรระเบียบติดขัดแบบใดแต่เราจะต้องจัดการปัญหาคนที่เก่งมีมากมายแต่คนที่กล้าจัดการกับปัญหาทะลายระบบที่มันเป็นอุปสรรคเรามั่นใจว่าเราทำได้