‘แบงก์ชาติ’ จ่อขยับปรับเป้าจีดีพีใหม่! มองขาดดุลบัญชีเดินสะพัดพุ่ง แค่ภาวะชั่วคราว
The Bangkok Insight
อัพเดต 29 พ.ค. เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. เวลา 10.00 น. • The Bangkok Insight"แบงก์ชาติ" จ่อขยับปรับเป้าจีดีพีปีนี้ใหม่ จากเดิม 1.5% ชี้ต้องนำผลจากมาตรการ พ.ร.ก.กู้เงิน มาประเมินอีกครั้ง ไม่กังวลขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงเป็นประวัติการณ์ มองแค่ภาวะชั่วคราว
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะโฆษก ธปท. เปิดเผยว่า ในเดือน เม.ย. 2569 ไทยมียอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 7,600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดดุลการค้าเป็นสำคัญ ตามมูลค่าการนำเข้าที่เร่งสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะมูลค่าการนำเข้าสินค้าในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และน้ำมัน
อย่างไรก็ดี มองว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงนี้ จะเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้น และจะค่อยทยอยลดการขาดดุลลง เนื่องจากคาดว่าปัญหาสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง จะสามารถคลี่คลายลงได้ในช่วงปลายปี ประกอบกับในช่วงดังกล่าวจะเป็นช่วง High season ของการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อว่ารายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามามากขึ้น
"ตัวเลขนี้ขึ้นกับพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเราคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไป ดังนั้นตัวเลขนี้ก็จะทยอยลดลง มองว่าเป็นการขาดดุลชั่วคราว ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น ยังไม่ถือว่าน่าเป็นห่วงมาก เพียงแต่ต้องจับตาใกล้ชิด ทั้งนี้ สถานการณ์จะมีความน่าเป็นห่วง ก็ต่อเมื่อการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงต่อเนื่องยาวนาน จนมีผลกระทบกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่จากสถานการณ์ในปัจจุบัน มองว่าการขาดดุลในระดับสูงจะเป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น และจะค่อยทยอยขาดดุลลดลงในช่วงปลายปี" นางสาวชญาวดี กล่าว
ส่วนที่มีคนกังวลปัญหา Dual Deficit หรือการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไปพร้อมกับการขาดดุลการคลังนั้น นางสาวชญาวดี เห็นว่า การขาดดุลในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นได้ และเคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นมาก แต่เมื่อสถานการณ์สงครามคลี่คลาย การขาดดุลก็จะทยอยปรับลดลง ซึ่งความน่ากังวลจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ Dual Deficit นั้นค้างอยู่นานจนทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจบางส่วนต้องเปลี่ยนไป แต่ปัจจุบันสถานการณ์ยังไม่ได้มีปัญหาถึงระดับนั้น
"ความน่ากังวลจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ เช่น ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดค้างอยู่นาน จนทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจบางส่วนเปลี่ยนไป เช่น รายรับจากการท่องเที่ยว หรือการส่งออก ที่เคยเป็นตัวที่ทำให้เราเกินดุลบัญชีเดินสะพัดได้หายไป หรือมีการนำเข้าสูงมาก และไม่สามารถลดการนำเข้าได้ ทั้งหมดนี้มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ที่จะทำให้เกิดความน่ากังวลจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ขณะที่การขาดดุลการคลังที่ผ่านมานั้น เกิดจากการเข้ามาช่วยกระตุ้น หรือพยุงเศรษฐกิจในวิกฤติหลายรอบที่ผ่านมา…เชื่อว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไม่น่าจะต่อเนื่องยาวนาน การขาดดุลดังกล่าวน่าจะทยอยลดลงได้ อันเนื่องจากสงครามคลี่คลาย (ราคาน้ำมันลดลง) และนักท่องเที่ยวที่จะกลับมา (รายได้ภาคบริการ) ดังนั้น ตรงนี้จึงไม่มีความกังวลมาก" นางสาวชญาวดี ระบุ
นางสาวชญาวดี กล่าวด้วยว่า ธปท. เตรียมปรับประมาณการเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยปี 2569 อย่างเป็นทางการใหม่อีกครั้ง หลังจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในรอบล่าสุดเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 กนง. ประเมินว่า GDP ปีนี้จะขยายตัวได้ 1.5% และหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ได้ประเมินผลจากการใช้เงินใน พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยปีนี้เพิ่มขึ้นได้อีก 0.5-0.7% หรือทำให้ GDP มีโอกาสขยับขึ้นเป็น 2.1% ได้
"ประมาณการ GDP ของไทยในปีนี้ จำเป็นต้องปรับใหม่ ซึ่งต้องปรับขึ้นจาก 1.5% ที่ได้ประเมินไว้เมื่อประชุม กนง. นัดล่าสุด โดยจะต้องนำผลจากมาตรการ พ.ร.ก.กู้เงิน ในปีนี้มาประเมินอีกครั้ง และต้องติดตามวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง ว่าจะมีผลอย่างไรต่อไป" โฆษกแบงก์ชาติ ระบุ
ที่มา : อินโฟเควสท์
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยเดือน เม.ย. ชะลอตัวจากเดือนก่อน ส่งออกโต เงินเฟ้อเป็นบวก!
- ‘แบงก์ชาติ’ ตั้ง ‘สมชาย หาญหิรัญ’ นั่งกรรมการกนง. แทน ‘สันติธาร’
- ‘แบงก์ชาติ’ เผยธนาคารพาณิชย์สภาพคล่องสูง มีเสถียรภาพ สินเชื่อขยายตัว 0.2%
ติดตามเราได้ที่