โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ดำ สีแห่งอำนาจ และ การกบฏรายงาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 พ.ย. 2565 เวลา 06.24 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2565 เวลา 06.08 น.

ดำ สีแห่งอำนาจและการกบฏรายงาน

สรรพสีล้วนซ่อนความหมายเบื้องหลังไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเพศให้สีชมพู พลังร้ายกาจของสีเขียว ความเสื่อมทรามของสีเหลือง ผลกระทบของสีเทา ไปจนถึงการสถาปนาอำนาจในยุโรปของสีส้ม
ชุบชีวิตประวัติศาสตร์โลกด้วยสีสัน ร้อยเรียงวัฒนธรรมต่างๆ ผ่านปริซึมของอารมณ์ ศาสนา เพศ และการเมือง

สีดำไม่ใช่อะไรดาดๆ “มีสีดำที่ดูเก่ากับสีดำที่ดูสดใหม่ สีสีดำวาวกับสีสีดำด้าน มีสีดำในแสงแดดกับสีสีดำในเงามืด” โฮกุไซ ช่างเขียนแบบ ช่างพิมพ์ และจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ชาวญี่ปุ่น ให้ความเห็นอย่างมีวาทศิลป์

ชุดดำแห่งการแก้แค้นของเจ้าหญิงไดอานา
ตอนบ่ายของวันที่ 29 มิถุนายน 1994 ก่อนที่เจ้าหญิงไดอานาจะเสด็จฯ ร่วมงานระดมทุนประจำปีของนิตยสาร Vanity Fair เจ้าหญิงทรงเลือกชุดค็อกเทลสีดำรัดรูปออกแบบโดยคริสตินา สแตมโบเลียน ดีไซเนอร์ชาวกรีก
ก่อนหน้านี้เจ้าหญิงไดอานาเคยคิดว่าชุดนี้ “อาจหาญมากเกินไป” แต่ในคืนวันนั้นทรงรับทราบมาว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระสวามีที่เลิกร้างกันไปแล้ว เตรียมจะยอมรับต่อสาธารณะถึงความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับคามิลลา ปาร์เกอร์-โบลส์ ดังนั้นจึงทรงตัดสินพระทัยเลือกใช้ชุดสีดำเปลือยไหล่ที่แหวกพิธีการชุดนี้ ชุดนี้โด่งดังในทันที ทุกวันนี้รู้จักกันในชื่อ “ชุดแก้แค้น”

ชุดแห่งการแก้แค้น เจ้าหญิงไดอานา ในชุดที่ออกแบบโดยสแตมโบเลียน (ภาพประกอบจากหนังสือ รหัสนัยแห่งสี The Colour Code. Paul Simpson เขียน. ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ แปล สำนักพิมพ์มติชน กันยายน 2565)

เรื่องราวว่าด้วย “ชุดแก้แค้น” เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 1895 ที่ฝรั่งเศส เมื่อแกเบรียล ชาแนล สูญเสียแม่และถูกพ่อส่งเข้าคอนแวนต์ของโบสถ์ซิสเตอร์เซียนแห่งโอบาซีนตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ที่นั่นแกเบรียลได้เรียนรู้การตัดเย็บเสื้อผ้า ผลลัพธ์ของการฝึกฝนเป็นแรงบันดาลใจให้แกเบรียลมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันในเวลาต่อมาในชื่อ “โคโค่ ชาแนล” เธอออกแบบชุดสีดำตัวน้อย (Little Black Dress หรือ LBD) ซึ่งเมื่อปรากฏบนปกของนิตยสาร Vogue ในปี 1926 ก็ได้รับเสียงยกย่องในทันทีว่าเปรียบเสมือน “รถฟอร์ด โมเดล ที ของวงการแฟชั่น” จนในที่สุดโคโค่ ชาแนลก็ทำให้แบรนด์ Chanel กลายเป็นแบรนด์ระดับโลกและเป็นตำนานผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการแฟชั่น

ชุดสีดำตัวน้อยกลายเป็นการปฏิวัติวงการแฟชั่นสตรีในเวลานั้นไป แคเรน ฟาน ก็อดเซนโฮเฟน ผู้ช่วยของพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งมหานครในนิวยอร์ก ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า “สีดำมีค่าในเชิงปัญญาและสมอง และความคลุมเครือกำกวมที่ตรงข้ามกันก็คือ สีดำเป็นทั้งสีแห่งอำนาจและยังเป็นสีของการกบฏอีกด้วย”

คำเรียกสีผิวคนดำ

สีดำ ในภาษาละตินคือคำว่า “ไนเจอร์” และถูกเปลี่ยนรูปเป็นคำว่า เนโกร (negro แปลว่า “ดำ” ในภาษาสเปน) จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นคำที่ใช้เหยียดเชื้อชาติในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษว่า “นิกการ์” ในอเมริกาคำนี้ถูกเรียกว่า เอ็นเวิร์ด (N word) และยังทำหน้าที่เป็นคำอเนกประสงค์สำหรับใช้เรียกคนต่างชาติใดๆ ก็ตามที่ไม่ได้มีผิวสีขาวอีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงของภาษาที่ใช้เพื่อสื่อถึงความดำของชาติพันธุ์สะท้อนออกมาให้เห็นผ่านการจัดหมวดหมู่ที่ใช้สำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐอเมริกา ในปี 1790 ประชาชนถูกขอให้ระบุตัวตนว่าเป็นเสรีชนผู้ชายผิวขาว เสรีชนผู้หญิงผิวขาว เสรีชนคนอื่นๆ หรือเป็นทาส อีก 30 ปีต่อมา มีการเพิ่มหมวดหมู่ว่า “ผิวสี” ลงไป
ในปี 1909 องค์กรที่เรียกว่าสมาคมเพื่อความก้าวหน้าของคนผิวสีแห่งชาติ ถูกก่อตั้งขึ้นในนิวยอร์ก ณ เวลานั้นรู้จักกันในชื่อคณะกรรมการนิโกรแห่งชาติ แต่คำว่า “ผิวสี” เป็นที่ชื่นชอบกันมากกว่าในเวลาต่อมา เพราะเชื่อกันว่านี่เป็นวิธีที่สุภาพกว่าเมื่อต้องพาดพิงถึงคนผิวดำ ในปี 1930 คำว่านิโกรที่ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ปรากฏขึ้นในหนังสือกำหนดแนวทางของหนังสือพิมพ์ New York Times การสำรวจสำมะโนประชากรในปีนั้น มีการร้องขอให้ใครก็ตามที่มีบรรพบุรุษเป็นคนผิวดำระบุตัวตนว่าเป็นเนโกร แต่เมื่อถึงทศวรรษ 1960 หลายคนรู้สึกว่าคำดังกล่าวมีนัยส่อถึงการยอมจำนนต่อคนผิวขาว

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1966 สโตคลีย์ คาร์ไมเคิล นักเคลื่อนไหวผิวดำประกาศไว้ในสุนทรพจน์ที่เมืองกรีนวู้ด รัฐมิสซิสซิปปีว่า “หนทางเดียวที่จะยับยั้งไม่ให้คนขาวเฆี่ยนตีพวกเราก็คือการเข้าไปแทนที่สิ่งที่เราจะเริ่มร่ำร้อง นับตั้งแต่บัดนี้คือพลังของคนดำ” อีก 3 เดือนให้หลัง พรรคแบล็กแพนเธอร์ก็ถูกก่อตั้งขึ้นในโอคแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

ในปี 1988 สาธุคุณ เจสซี แจ๊กสัน ประกาศว่า “การเป็นคนดำนั้นไร้ราก ความดำไม่ได้สะท้อนถึงสถานการณ์ของพวกเรา เราคือคนแอฟริกัน-อเมริกันที่สืบทอดกันมา” เขาอ้างว่า คำว่าแอฟริกัน-อเมริกันมี “บูรณาการเชิงวัฒนธรรม” อยู่ในตัว และได้จัดวางให้ชาวอเมริกันผิวดำ “อยู่ในบริบทที่เหมาะสมในประวัติศาสตร์” ผลการสำรวจความคิดเห็นครั้งหนึ่งในปี 2003 ระบุว่า คำที่มีขีดคั่นกลางคำนี้เป็นที่ชื่นชอบของชาวอเมริกัน “ผิวดำ” ถึงเกือบครึ่ง

คำทั้งสองถูกใช้เป็นคำที่แทบจะสามารถแทนกันได้มานานหลายสิบปี แต่คำว่า “ผิวดำ” ที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ยิ่งนานวันยิ่งเป็นที่ชื่นชอบมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุการณ์สังหารจอร์จ ฟลอยด์ ระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในมินนีอาโพลิสเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2020 สำนักข่าวหลายแห่งเปลี่ยนแนวทางกำหนดรูปแบบของตนเองเสียใหม่ ให้ใช้คำว่า Black ขึ้นต้นด้วยตัวบีตัวใหญ่

จุดรำลึกถึงจอร์จ ฟลอยด์ ในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน เมื่อเดือนมิถุนายน 2020 (ภาพประกอบจากหนังสือ รหัสนัยแห่งสี The Colour Code. Paul Simpson เขียน. ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ แปล สำนักพิมพ์มติชน กันยายน 2565)

Black Lives Matter

ในวันที่ 2 มิถุนายน 2020 มีคนมากกว่า 28 ล้านคนโพสต์ภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำเรียบๆ ติดแฮชแท็กว่า #blackouttuesday ไว้บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อประท้วงการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ (ชายชาวแอฟริกัน-อเมริกันที่เสียขณะถูกตำรวจเมืองมินนีแอโปลิสจับกุมรุนแรง) และเพื่อสนับสนุนขบวนการแบล็กไลฟส์-แมตเทอร์ (Black Lives Matter) ซึ่งก่อตั้งขึ้นก่อนหน้านั้น 7 ปี ขบวนการบีแอลเอ็มก่อตั้งขึ้นโดยนักเคลื่อนไหวผิวดำ 3 คน อลิเซีย การ์ซา แพทรีสส์ คัลเลอร์ส และโอปัล โทเมติ เพื่อตอบโต้การปล่อยตัวจอร์จ ซิมเมอร์แมน ชายผู้ยิงเทรเวอร์ มาร์ติน ชาวแอฟริกัน-อเมริกันวัย 17 ปีเสียชีวิต ในเมืองแซนฟอร์ด รัฐฟลอริดา โดยเขาอ้างว่าทำเพื่อป้องกันตัว

ผลการศึกษาโดย Journal of Epidemiology & Community Health ระบุว่าระหว่างปี 2015 ถึงเดือนพฤษภาคม 2020 มีคนอเมริกันเสียชีวิตจากการยิงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4,653 คน ซึ่ง 27 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนดังกล่าวนั้นเป็นคนดำและยิ่งน่าตกใจขึ้นไปอีกเมื่อคำนึงถึงว่าคนอเมริกันผิวดำมีสัดส่วนเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด

หมาดำ สัญลักษณ์ภาวะซึมเศร้า

“ความยุ่งยากของคุณ ผมหมายถึงเรื่องแบล็กด็อก (สุนัขสีดำ) นั้น คุณได้รับมาจากบรรพบุรุษ คุณได้ต่อสู้กับมันมาตลอดชีวิต” – ลอร์ดมอแรน แพทย์ประจำตัววินสตัน เชอร์ชิลล์ อธิบายกับผู้ป่วยของตน
การเปรียบเทียบอาการซึมเศร้าเข้ากับสุนัขสีดำเช่นนี้มาจากไหนกัน?

ภาพจากหนังสือนิยายภาพเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าชื่อ Dog Years ของ เคย์ เบลกวัด (ภาพประกอบจากหนังสือ รหัสนัยแห่งสี The Colour Code. Paul Simpson เขียน. ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ แปล สำนักพิมพ์มติชน กันยายน 2565)

ความเรียงชิ้นหนึ่งของพอล โฟลีย์ สรุปได้ว่า สุนัขสีดำไม่ได้เป็นคำที่ใช้เพื่อหมายถึงอาการซึมเศร้าในยุคโรมันอย่างที่มีการเสนอแนะกันไว้บ่อยครั้งแต่อย่างใด

วลี “สุนัขสีดำจะติดตามคุณไป” ของโฮเรซ ซึ่งถูกนำมาอ้างอิงถึงไว้บ่อยๆ อาจเกิดจากความผิดพลาดในการแปลความหมายของประโยคที่ว่า “เพื่อนร่วมทางที่มืดมนจักติดตามสิงสู่คุณตลอดไป” โฟลีย์เสนอว่า การอุปมาดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 โดยซามูเอล จอห์นสัน (1709-1784) ผู้มีอาการซึมเศร้าที่มีชื่อเสียงเคยบ่นเมื่อต้องนั่งรับประทานอาหารเช้าร่วมกับสุนัขสีดำตามลำพัง อีกทั้งเขายังเคยเขียนจดหมายถึงเพื่อนรายหนึ่ง ความว่า “ถ้าเป็นคุณ จะทำยังไงถึงจะสามารถกันเจ้าหมาดำที่ทำให้คุณกังวลเมื่ออยู่บ้านออกไปได้” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ในเวลานั้นสำนวนดังกล่าวนี้อาจเป็นสำนวนที่นิยมกันทั่วไปแล้ว

โยจิ ยามาโมโตะ กวีสีดำแห่งวงการแฟชั่น

“สีดำมีทั้งความสงบเสงี่ยมและความยโสโอหังอยู่ในเวลาเดียวกัน สีดำคือความเกียจคร้านและลึกลับ แต่เหนือสิ่งอื่นใด สีดำบ่งบอกออกมาว่า ฉันไม่กวนคุณ-อย่ามากวนฉันนะ” – โยจิ ยามาโมโตะ

โยจิ ยามาโมโตะ ติดอาวุธให้กับสีดำ (ภาพประกอบจากหนังสือ รหัสนัยแห่งสี The Colour Code. Paul Simpson เขียน. ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ แปล สำนักพิมพ์มติชน กันยายน 2565)

โยจิ ยามาโมโตะ ดีไซเนอร์สัญชาติญี่ปุ่นผู้ทรงอิทธิพลในโลกแฟชั่น หนังสือพิมพ์ New York Times ขนานนามให้เขาว่าเป็น “กวีสีดำแห่งวงการแฟชั่น” ผู้คนในวงการแฟชั่นเทิดทูนโยจิ ยามาโมโตะ จากการที่เขาทุ่มเทในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าสีเดียวและตัดเย็บอย่างสมบูรณ์แบบ
ความหลงใหลในสีดำของเขาเป็นทั้งเรื่องในเชิงวัฒนธรรม เพราะเขาได้แรงบันดาลใจจากการเกิดขึ้นของพังก์ตอนปลายทศวรรษ 1970 และเป็นทั้งเรื่องส่วนตัว เพราะผู้เป็นบิดาของโยจิคือทหารเกณฑ์ที่ไม่อยากถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารเท่าไรนัก เขาเสียชีวิตลงในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และนับตั้งแต่บัดนั้นผู้เป็นมารดาของเขาก็ “ไม่สวมเสื้อผ้าอย่างอื่นเลยนอกจากเสื้อผ้าสำหรับไว้ทุกข์” เธอเป็นช่างเสื้อ ตัดเย็บเสื้อผ้าลายดอกไม้ตามอย่างอิทธิพลของดีไซเนอร์จากยุโรป แต่โยจิกลับหลงใหลในสีดำและสัมผัสได้ถึงศักยภาพในการเสริมพลังให้กับผู้หญิง ครั้งหนึ่งเขากล่าวไว้ว่า “ผมทำเสื้อผ้าออกมาให้เหมือนเกราะ เสื้อผ้าของผมคือเกราะปกป้องคุณจากสายตาที่ไม่น่ายินดี” ถ้าหากว่านั่นคือเป้าหมายละก็ สีดำก็คือสีที่ถูกต้องที่คุณควรใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการสวมใส่สีดำคือการให้เกียรติต่อบิดาผู้ล่วงลับของคุณไปด้วยพร้อมๆ กัน

ธงดำจอลลีโรเจอร์ – โจรสลัดกับความน่าเกรงขาม

ในภาพยนตร์ดั้งเดิมของฮอลลีวู้ดเรามักเห็นภาพของบรรดาโจรสลัดที่แล่นเรือโดยชักธงจอลลีโรเจอร์ ว่ากันว่าเอมมานุแอล วินน์ โจรสลัดชาวฝรั่งเศสคือคนแรกที่ใช้ธงจอลลีโรเจอร์นี้ในราวๆ ปี 1700 อีกทั้งอาชญากรร่วมสมัยอื่นๆ อย่างแบล็กเฮด และชาร์ลส์ เวน ก็ใช้ธงชนิดเดียวกัน แม้ว่าโจรสลัดคนอื่นจะใช้ธงสีอื่นๆ ที่แตกต่างออกไป

ภาพพิมพ์จากไม้แกะสลักของสตีด บอนเนต ราวปี ค.ศ. 1725 แสงธงจอลลีโรเจอร์ไว้เป็นครั้งแรกสุดเท่าที่มีการรับรู้กัน ปรากฏอยู่ในหนังสือของชาร์ลส์ จอห์นสัน เรื่อง A General History of the Pyrates (ภาพประกอบจากหนังสือ รหัสนัยแห่งสี The Colour Code. Paul Simpson เขียน. ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ แปล สำนักพิมพ์มติชน กันยายน 2565)

แต่ธงสีดำนี้ก็เป็นที่นิยมกันมากที่สุด เพราะก่อให้เกิดภาพน่าหวั่นกลัวในสายตาของเหยื่อพร้อมกับทำหน้าที่เป็นรหัสสัญญาณให้กับเหยื่อเหล่านั้นว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ยอมรับความพ่ายแพ้หรือสละเรือ แต่หากเรือที่ตกเป็นเหยื่อคิดว่ายังมีโอกาสต่อสู้ เรือสลัดจะลดธงสีดำลงแล้วชักธงแดงขึ้นแทน เพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการหลั่งเลือดของตน

รหัสนัยแห่งสี (The Colour Code) Paul Simpson เขียน ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ แปล
สำนักพิมพ์มติชน 2565 (580 บาท) สั่งซื้อได้ที่ https://www.matichonbook.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...