โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ดูหลักฐาน "นครโสเภณี" ในไทย ความเสี่ยงของหนุ่มซื้อบริการยุคสุโขทัย ถึงหญิง "โคมเขียว"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ม.ค. 2568 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2568 เวลา 08.12 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - สำเพ็ง ในสมัยรัชกาลที่ 5 นอกจากจะเต็มไปด้วยร้านค้าขายแล้ว ยังมีโสเภณีเกลื่อนกลาดด้วย (ภาพจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับ มีนาคม 2556)

ว่ากันว่า “โสเภณี” เป็นของคู่กับโลก คือมีมาตั้งแต่สมัยสร้างโลก สำหรับประเทศไทยปัจจุบันได้มีการยกเลิกการจดทะเบียนหญิงนครโสเภณีแล้วโสเภณีจึงเป็นหญิงผิดกฎหมาย แต่ถึงกระนั้นโสเภณีก็ยังมีอยู่ทั้งในแบบขนานแท้และดั้งเดิมคือชนิดอยู่ซ่องก็มีหรือชนิดนางบังเงาก็มี กับแบบใหม่ซึ่งมาในรูปของบริการ เช่น นางในร้านอาหาร หรือบริการนวด อาบ อบและนางโทรศัพท์ เป็นต้น

ส่วนในอดีต เมืองไทยได้มีหญิงโสเภณีมาตั้งแต่เมื่อไหร่นั้นไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่จะเห็นในปลายสมัยกรุงสุโขทัย เพราะในหนังสือกฎหมายโบราณ “ลักษณะผัวเมีย” ซึ่งบัญญัติขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ต้นกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 1904 ได้มีการกล่าวถึงหญิงนครโสเภณีในบทที่ 6 ว่า (จัดย่อหน้าใหม่ – กองบรรณาธิการ)

“มาตราหนึ่ง ชายใดสู่ขอเอาหญิงขับคนรำเที่ยวขอทานเลี้ยงชีวิต แลหญิงนครโสเภณีมาเลี้ยงเป็นเมีย ทำชั่วเหนือผัวก็ดี….ผัวรู้ด้วยประการใดๆ พิจารณาเป็นสัจไซ้ ท่านให้ผจานหญิงชายนั้นด้วยไถนา

ส่วนหญิงอันร้ายให้เอาเฉลวปะหน้า ทัดดอกฉะบาทั้งสองหูร้อยดอกฉะบาแดงเป็นมาไลยใส่ศีศะใส่คอแล้วให้เอาหญิงนั้นเข้าเทียมแอกข้างหนึ่ง ชายชู้เข้าเทียมแอกข้างหนึ่ง ผจานด้วยไถนาสามวัน ถ้าแลชายผัวมันยังรักเมียมันอยู่มิให้ผจานไซ้ ท่านให้เอาชายผู้ผัวนั้นเข้าเทียมแอกข้างหนึ่ง หญิงอยู่ข้างหนึ่ง อย่าปรับไหมชายชู้นั้นเลย”

จากข้อความข้างต้นทำให้รู้เพิ่มว่า หนุ่มๆ สมัยโน้นต้องเสี่ยงภัยมากในการเที่ยวหญิงโสเภณี เพราะดีไม่ดีอาจจะต้องถูกเอาตัวเข้าเทียมแอกไถนาแทนควาย

กฎหมายลักษณะผัวเมียนี้ปรากฏว่าใช้มาจนกระทั่งถึงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2478 จึงได้เลิกใช้เมื่อเปลี่ยนใช้ประมวลแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 แทน

เห็นได้ว่านครหญิงโสเภณีในเมืองไทยมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยมีตลอดมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์

ในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 หญิงโสเภณีในสมัยนั้นชาวบ้านทั่วๆ ไปเรียกว่า “หญิงคนชั่ว” เป็นส่วนมาก แต่บางทีก็เรียกว่า “หญิงโคมเขียว” ส่วนซ่องเรียกว่า“โรงหญิงคนชั่ว” หรือ “โรงหญิงโคมเขียว”

สาเหตุที่เรียก “หญิงโคมเขียว” เพราะในสมัยนั้นซ่องส่วนมากมักจะแขวนโคมสีเขียวไว้เป็นสัญลักษ์หน้้าซ่อง ชาวบ้านจึงเรียกชื่อตามลักษณะของโคมที่แขวน

ค่าบริการก็มีหลายอัตรา ราคาต่ำสุดเพียง 2 สลึงเท่านัั้น ราคาสูงสุดเพียง 1 บาท อย่างไรก็ตามราคาดังกล่าวเป็นเพียงอัตราการใช้บริการของคนไทยและจีน ถ้าเป็นการใช้บริการของฝรั่งหรือญี่ปุ่นราคาบริการก็สูงขึ้นไปอีกคือ ชั่วคราว 2 บาท เหมาตลอดคืน 4 บาท

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “กรุงเทพฯ ในอดีต” เขียนโดย เทพชู ทับทอง

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 กันยายน 2560

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดูหลักฐาน “นครโสเภณี” ในไทย ความเสี่ยงของหนุ่มซื้อบริการยุคสุโขทัย ถึงหญิง “โคมเขียว”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...