สั่งล่าแก๊งวัยรุ่นสุดเถื่อน ปาระเบิดใส่กระบะ เจอคนจริง ซิ่งชนสองโจ๋หวิดดับ
สั่งล่าแก๊งวัยรุ่นสุดเถื่อน ปาระเบิดใส่กระบะ เจอคนจริง ซิ่งชนสองโจ๋หวิดดับ
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ กระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน สระแก้ว เสียหลักพุ่งชนบ้านเรือนของชาวบ้าน ริมถนนบริเวณถนนในหมู่บ้าน บ.หัวโพน ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม พร้อมชนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ รุ่น 110 สีดำ ได้รับความเสียหายพังยับทั้งคัน โดยมีคนขับรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นเยาวชน อายุ 17-18 ปี ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม อีกคนที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ปลอดภัยวิ่งหลบหนี ส่วนคนขับรถยนต์ ทราบชื่อภายหลังคือ นายมลเทียน (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาวบ้าน ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม ปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บ และมี นายปอน หลานชาย อายุ 19 ปี นั่งมาเบาะด้านซ้าย ไม่ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา
หลังเกิดเหตุทางด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐวิชฌ์ ราชแก้ว ผกก.สภ.เมืองนครพนม มอบหมายให้ ร.ต.ท.หญิง มนัสนันท์ บุตรบุรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ระดมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐาน พบระเบิดขวด ระเบิดปิงปอง มีดดายหญ้า ซามูไร และมีดสปาต้า ที่กลุ่มวัยรุ่น ใช้ก่อเหตุปาใส่คู่กรณี ตกในที่เกิดเหตุ จึงตรวจสอบเก็บหลักฐาน เร่งสอบสวนขยายผล ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะนายปอน อายุ 19 ปี หลานชายคนขับรถยนต์ เลิกงานจะกลับบ้าน ขับรถจักรยานยนต์ถึงที่เกิดเหตุ บริเวณถนนในหมู่บ้าน บ.หัวโพน ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม พบกลุ่มวัยรุ่น รวมกลุ่มกันขับรถจักรยานยนต์ ประมาณ 10 คัน รวมประมาณ 20 คน พยายามขับรถติดตามหาเรื่อง มีอาวุธครบมือพยายามติดตามจะไล่ทำร้าย จึงขับรถจักรยานยนต์ หลบหนีเข้าบ้าน พร้อมชวนน้าชาย ขับรถจักรยานยนต์ ออกมาตรวจสอบ จนกระทั่งพบกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ขับรถจักรยานยนต์ นับ 10 คัน มาดักรออยู่กลางถนน พร้อมโยนระเบิดปิงปอง กับระเบิดขวดใส่ หวังทำร้าย จึงขับหลบหนี จนกระทั่งรถยนต์เสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์คู่กรณี รวมถึงพุ่งชนบ้านของชาวบ้าน ได้รับความเสียหาย โดยทางคนขับรถยนต์ กับหลานชายอ้างว่า ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ทางตำรวจ ยังไม่ปักใจเชื่อ อยู่ระหว่างเร่งสอบสวนดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายทั้ง 2 ฝ่าย
ด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐวิชฌ์ ราชแก้ว ผกก.สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้เร่งให้ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ เก็บหลักฐาน สอบสวนพยานเก็บหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลเอาผิดแก๊งวัยรุ่นที่ก่อเหตุอุกอาจ เชื่อว่าจะเป็นคู่กรณีที่เคยมีปัญหามาก่อน จะต้องสอบสวนโดยละเอียด และวางมาตรการกวดขันเอาผิดจริงจัง กับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุอุกอาจในพื้นที่ ป้องกันก่อเหตุซ้ำ ส่วนการดำเนินคดี จะต้องเอาผิดทั้ง 2 ฝ่าย ตามความผิด ส่วนผลสาเหตุที่มาอยู่ระหว่างการสอบสวนเอาผิดตามกฎหมาย ทุกข้อกล่าวหา ทั้งคนขับรถยนต์ และคนขับรถจักรยานยนต์ ตามพยานหลักฐาน