“ปารีส” พลิกเมือง! ลดรถยนต์ เพิ่มจักรยาน สร้างมหานครสีเขียว
ตลอดช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา กรุงปารีสได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เมืองครั้งใหญ่ จากเมืองที่รถยนต์ครองพื้นที่ สู่การเป็นเมืองที่เป็นมิตรกับจักรยานและคนเดินเท้ามากขึ้น ภายใต้การนำของ “แอน ฮิดาลโก” นายกเทศมนตรีหญิงที่กำลังจะพ้นตำแหน่ง
หนึ่งในชาวปารีสที่ย้ายมาอยู่ในเมืองเมื่อ 10 ปีก่อน เล่าว่า ในช่วงแรกเขาไม่กล้าปั่นจักรยานเพราะสภาพการจราจรที่แออัดและไม่ปลอดภัย แต่หลังจากเมืองได้สร้างเลนจักรยานแบบแยกชัดเจน เขาก็กลับมาใช้จักรยานอีกครั้ง และปัจจุบันยังเป็นอาสาสมัครของกลุ่มรณรงค์ “Paris en Selle”
“ช่วงแรกการเปลี่ยนแปลงค่อยเป็นค่อยไป แต่ใน 10 ปีหลังมันเร็วขึ้นมาก ตอนนี้หลายพื้นที่มีเครือข่ายจักรยานที่ปลอดภัยและเกือบสมบูรณ์แล้ว” เขากล่าว
นับตั้งแต่ปี 2014 ปารีสได้ดำเนินนโยบายปรับปรุงเมืองอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปลูกต้นไม้กว่า 155,000 ต้น เพิ่มเลนจักรยานหลายร้อยกิโลเมตร เปลี่ยนถนนหน้าโรงเรียน 300 แห่งให้เป็นเขตปลอดรถยนต์ รวมถึงการสั่งห้ามรถยนต์บนพื้นที่ริมแม่น้ำแซน
นอกจากนี้ พื้นที่จอดรถจำนวนมากยังถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีเขียวและที่นั่งสำหรับร้านอาหารและคาเฟ่ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น โดยเฉพาะความปลอดภัยของเด็กที่เดินไปโรงเรียน
ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ปารีสถูกยกเป็นตัวอย่างของเมืองในยุโรปที่กล้าผลักดันนโยบายสิ่งแวดล้อม แม้ในช่วงที่หลายประเทศเริ่มถอยจากนโยบายสีเขียว
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากแรงต้าน มาตรการลดพื้นที่รถยนต์สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ขับขี่ ขณะที่การลงประชามติบางเรื่อง เช่น การขึ้นค่าจอดรถสำหรับรถ SUV หรือการเพิ่มถนนคนเดิน มีผู้มาใช้สิทธิในระดับต่ำ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความสำเร็จของปารีสส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างการบริหารเมืองที่รวมศูนย์ ทำให้สามารถผลักดันนโยบายได้ง่ายกว่าเมืองหลวงอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญยังคงเป็น “ความกล้าทางการเมือง”
งานวิจัยล่าสุดยังชี้ว่า ปารีสเป็นหนึ่งใน 19 เมืองทั่วโลกที่สามารถลดมลพิษทางอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2010–2024 แม้บางเมืองในยุโรป เช่น บรัสเซลส์ วอร์ซอ และลอนดอน จะทำได้ดีกว่าในบางตัวชี้วัด
ถึงกระนั้น นักวิจัยมองว่าปารีสไม่ได้เป็นกรณีพิเศษ แต่เป็นการ “ไล่ตามทัน” เมืองอื่น ๆ หลังเริ่มต้นจากจุดที่ล้าหลังกว่า ขณะเดียวกัน แม้ตัวเมืองปารีสจะพัฒนาไปสู่แนวคิด “เมือง 15 นาที” ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้ภายในระยะเดินหรือปั่นจักรยาน แต่พื้นที่ชานเมืองยังคงพึ่งพารถยนต์ และถูกแบ่งแยกด้วยถนนวงแหวนขนาดใหญ่ นักวิเคราะห์เสนอว่า การปรับปรุงถนนวงแหวนรอบเมืองเป็นกุญแจสำคัญ หากปารีสต้องการก้าวสู่การเป็นมหานครที่ลดการพึ่งพารถยนต์อย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- วิกฤตเงียบที่มองไม่เห็น “โลกร้อน” ทำโลกหมุนช้าลง
- ไทยส่อวิกฤต “ซูเปอร์เอลนีโญ” ร้อนระอุ-น้ำแห้งขอด-เกษตรพัง ค่าครองชีพพุ่ง คนไทยอ่วมทั้งประเทศ
- สงครามเขย่าโลกพลังงาน ชาติก่อมลพิษโกยกำไร สวนทางกระแสพลังงานสะอาด
- พลังงานอัปเดต 7 เม.ย. 69 น้ำมันโลกตึง สำรองไทย 105 วัน กองทุนติดลบ 5.6 หมื่นล้าน
- สรุปตัวเลขพลังงาน 3 เม.ย. น้ำมันโลกพุ่ง ไทยสำรอง 106 วัน