โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คืนปารีสสะกิดแมนยู: กลับแชมเปี้ยนส์ลีกแล้วต้องพิสูจน์ว่าอยู่ตรงนั้นได้

Soccersuck

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Soccersuck

ค่ำคืนที่ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ระหว่างปารีส แซงต์-แชร์กแมง กับบาเยิร์น มิวนิค กลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่ยุโรปต้องจดจำ หลังทั้งสองทีมยิงรวมกันถึง 9 ประตู ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกที่เต็มไปด้วยคุณภาพเกมรุกระดับสูง และเป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่าเวทียุโรปใบใหญ่ยังเป็นจุดหมายที่ทุกสโมสรใหญ่ต้องการอยู่ตรงนั้น รวมถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วย ตามรายงานจาก Manchester Evening News

ในเกมดังกล่าวยังมีเงาของยูไนเต็ดอยู่ที่ปารีส เมื่อเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เดินทางไปชมเกมด้วยตัวเอง ขณะที่ทีมปีศาจแดงเพิ่งการันตีกลับสู่แชมเปี้ยนส์ลีก หลังเอาชนะลิเวอร์พูล 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ไมเคิล คาร์ริกพยายามลดความสำคัญของความสำเร็จนี้ลง ไม่ใช่เพราะการได้ตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกไม่มีค่า แต่เพราะสำหรับสโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การผ่านเข้าไปเล่นรายการนี้ไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องที่ต้องเฉลิมฉลองเป็นพิเศษ หากควรเป็นมาตรฐานตั้งแต่เริ่มฤดูกาล

ยูไนเต็ดเคยลงเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกต่อเนื่อง 18 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 1996/97 ถึง 2013/14 แต่หลังจากสถิตินั้นสิ้นสุดลง พวกเขาได้สัมผัสเวทียุโรปสูงสุดเพียง 6 ฤดูกาล และมีเกมรอบน็อกเอาต์แค่ 4 ครั้งเท่านั้น

ครั้งสุดท้ายที่ยูไนเต็ดสร้างค่ำคืนระดับสะเทือนยุโรปได้จริง ๆ คือปี 2019 ในเกม “ปาฏิหาริย์ที่ปารีส” เมื่อพลิกสถานการณ์จากแพ้เปแอสเช 0-2 ในเลกแรก ก่อนเขี่ยคู่แข่งตกรอบได้อย่างเหลือเชื่อ แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็แพ้บาร์เซโลนาทั้งเหย้าและเยือนในรอบก่อนรองชนะเลิศโดยแทบทำอะไรไม่ได้

นอกเหนือจากนั้นคือการตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับแอตเลติโก มาดริด ในฤดูกาล 2021/22 และเซบียาในฤดูกาล 2017/18 โดยยูไนเต็ดไม่ชนะเลยตลอด 4 นัดของสองคู่ดังกล่าว ขณะที่ชัยชนะนัดเหย้ารอบน็อกเอาต์ครั้งล่าสุดในรายการนี้ต้องย้อนไปถึงเกมกับโอลิมเปียกอส เมื่อเดือนมีนาคม 2014

ตัวเลขที่สะท้อนปัญหาได้ชัดคือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงเล่นเกมน็อกเอาต์แชมเปี้ยนส์ลีกในสีเสื้อยูไนเต็ดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทั้งที่เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการพาทีมกลับเข้าสู่รายการนี้

ฤดูกาลหน้า ยูไนเต็ดจะได้สัมผัสรูปแบบใหม่ของแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรก โดยมีเกมลีกเฟส 8 นัด และพวกเขาควรมีคุณภาพพอที่จะจบใน 24 อันดับแรกจากทั้งหมด 36 ทีม เพื่อไปต่อในเส้นทางรอบน็อกเอาต์

สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การกลับมาไม่ใช่จุดหมายปลายทางสุดท้าย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์อีกครั้งว่าโอลด์ แทรฟฟอร์ดยังสมควรอยู่กับค่ำคืนยุโรปที่ยิ่งใหญ่ และทีมชุดนี้ต้องแสดงให้เห็นในสนามว่าพวกเขาคู่ควรกับโต๊ะระดับสูงสุดของยุโรปจริง ๆ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...