โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 เรื่องที่มือใหม่ต้องรู้ ก่อนทำ “ประกันสะสมทรัพย์”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

เมื่อประกันสะสมทรัพย์คือเครื่องมือสร้างวินัย ไม่ใช่การรวยเร็ว พอร์ตที่ดีต้องกันความเสี่ยงและสร้างการเติบโตไปพร้อมกัน ประกันสะสมทรัพย์จึงไม่ใช่แค่การ “ออมเงิน” แต่คือ “เครื่องมือจัดการความเสี่ยง + วินัยการเงิน” แล้วประกันสะสมทรัพย์ดีจริงหรือแค่ดูดี? เพราะหลายคนตัดสินใจทำเพราะเห็นว่าได้ทั้งเงินคืนและความคุ้มครอง แต่หากไม่เข้าใจโครงสร้างให้ชัด อาจกลายเป็นภาระระยะยาวโดยไม่รู้ตัว

เมื่อยังเข้าใจว่าประกันสะสมทรัพย์คือการฝากเงินระยะยาวที่มีประกันแถมมา แต่ความจริงคือ “โครงสร้างหลัก” ของประกันประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ สร้างเงินก้อนในอนาคตเพื่อให้ออมเงินไปจนครบสัญญา มีความคุ้มครองชีวิตระหว่างทาง และเป็นการบังคับวินัยการออม ดังนั้น ถ้าคิดจะซื้อเพราะ “ดอกเบี้ยสูง” อย่างเดียว อาจกำลังมองผิดมุมตั้งแต่ต้น

หากไม่อยากพลาดก่อนจะตัดสินใจซื้อ ควรต้องรู้ใน 7 เรื่องสำคัญ ดังนี้

  • เรื่องที่ 1 ผลตอบแทนไม่ใช่จุดเด่นหลัก เน้นความแน่นอน
  • เรื่องที่ 2 สภาพคล่องต่ำ ถอนก่อนอาจขาดทุน
  • เรื่องที่ 3 เป็นภาระระยะยาว ต้องจ่ายต่อเนื่อง
  • เรื่องที่ 4 ไม่ควรใช้แทนประกันชีวิตล้วน
  • เรื่องที่ 5 ต้องอ่านตารางผลประโยชน์ให้ครบ
  • เรื่องที่ 6 ภาษีเป็นแค่ตัวช่วย ไม่ใช่เหตุผลหลัก
  • เรื่องที่ 7 ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินก่อน

จัดพอร์ตประกันอย่างชาญฉลาด

ในยุคที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมี “ประกัน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนทำงานที่มีรายได้ระดับ 30,000–50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงรายได้ที่สามารถเริ่มวางแผนการเงินและบริหารความเสี่ยงได้อย่างจริงจัง หากวางแผนอย่างถูกต้อง ประกันจะไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเครื่องมือช่วย “กันความเสี่ยง” และ “ล็อกอนาคต” ให้มั่นคงขึ้น กับสูตรจัดพอร์ตประกันอย่างฉลาด ดังนี้

ข้อที่1. ตั้งงบประกันให้เหมาะ ไม่เกิน 10–15% ของรายได้ สำหรับรายได้ 30,000–50,000 บาท ควรจัดสรรงบประกันอยู่ที่ประมาณ 3,000–7,500 บาทต่อเดือน หรือ 36,000–90,000 บาทต่อปี โดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายหลัก มีเงินเหลือออมและลงทุน ปรับเพิ่มได้ในอนาคตเมื่อรายได้สูงขึ้น

ข้อที่ 2. เรียงลำดับความสำคัญ เพื่อป้องกันความเสี่ยงก่อนสร้างความมั่งคั่ง โดยเรียงลำดับความสำคัญ ดังนี้

  • อันดับ ที่ 1 ประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นแบบประกันที่จำเป็นที่สุด เพราะค่ารักษาพยาบาลเป็นความเสี่ยงอันดับต้นๆ ที่กระทบการเงินทันที โดยควรเลือกแผนประกันที่ครอบคลุมค่าห้องอย่างน้อย 2,000–4,000 บาท/คืน มีวงเงินค่ารักษารวมต่อปีเพียงพอตั้งแต่หลักแสนบาทไปจนถึงหลักล้านบาท ควรครอบคลุมโรคร้ายแรง จึงเหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ไม่มีสวัสดิการบริษัท
  • อันดับที่ 2 ประกันชีวิต เหมาะสำหรับคนมีภาระหากคุณมีครอบครัวต้องดูแล ผ่อนบ้าน/รถ หรือเป็นเสาหลักรายได้ ควรมีประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองคนข้างหลัง ซึ่งทุนประกันที่แนะนำ คือประมาณ 5–10 เท่าของรายได้ต่อปี แต่ถ้าไม่ถ้าโสด ไม่มีภาระ แบบประกันนี้อาจจะยังไม่จำเป็นเร่งด่วนได้
  • อันดับที่ 3 ประกันโรคร้ายแรง เพื่อป้องกันความเสี่ยงก้อนใหญ่ เช่น มะเร็ง หัวใจ ต้องใช้เงินจำนวนมาก โดยประกันประเภทนี้จะจ่ายเป็นเงินก้อนช่วยให้สามารถเข้ารักษาได้โดยไม่กระทบเงินเก็บ รวมถึงมีเงินสำรองระหว่างหยุดงานด้วย
  • อันดับที่ 4 ประกันอุบัติเหตุ เพราะจ่ายเบี้ยถูกเริ่มต้นเพียงหลักพันบาท แต่รับความคุ้มครองสูงสุดถึงหลักล้านบาท เหมาะกับคนเดินทางบ่อย หรือทำงานเสี่ยง

ข้อที่ 3. เลือกแบบประกันให้ตรง “ไลฟ์สไตล์” ไม่ใช่ตามกระแส อย่าเลือกเพราะ เพื่อนทำ โปรโมชั่นแรง ตัวแทนแนะนำอย่างเดียว แต่ควรดูว่า คุณใช้ชีวิตแบบไหน เช่น ฟรีแลนซ์/พนักงาน/เดินทางบ่อย มีสวัสดิการอะไรอยู่แล้ว มีภาระการเงินระยะยาวหรือไม่

ข้อที่4. เช็กความคุ้มครองที่มีก่อนซื้อเพิ่ม เพราะหลายคนมีจะมีประกันสังคม ประกันกลุ่มจากบริษัท อยู่แล้ว ดังนั้นควรตรวจสอบก่อนว่ายังขาดอะไร เช่น วงเงินไม่พอ ไม่ครอบคลุมโรคร้ายแรงหรือไม่มีค่าชดเชยรายได้ จากนั้นค่อย “เติมให้เต็ม” แทนการซื้อใหม่ทั้งหมด

ข้อที่5. เลือกเบี้ยแบบ “จ่ายไหวระยะยาว” เพราะข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือ ซื้อไหวปีแรก แต่ยกเลิกปีที่ 2 โดยควรพิจารณาเลือกแบบจ่ายเบี้ยคงที่ แบบปรับแผนได้ หรือเริ่มจากแผนเล็ก แล้วค่อยเพิ่ม

ข้อที่6. แยก ‘ประกัน’ กับ ‘การลงทุน’ ให้ชัดเจน สำหรับรายได้ 30,000-50,000 บาทต่อเดือน แนะนำให้ใช้ประกันเพื่อ “คุ้มครองความเสี่ยง” และใช้การลงทุนในกองทุนรวม หรือหุ้น เพื่อ สร้างผลตอบแทน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อประกันควบการลงทุนที่เบี้ยสูง หากยังบริหารเงินไม่คล่อง

ข้อที่7. รีวิวกรมธรรม์ทุกปี ปรับตามชีวิตที่เปลี่ยน หากชีวิตเปลี่ยน ประกันก็ต้องปรับ เช่น

  • รายได้เพิ่ม → เพิ่มความคุ้มครอง
  • แต่งงาน → เพิ่มประกันชีวิต
  • มีลูก → เพิ่มทุนประกัน

เปิดสูตรวางแผนประกันสำหรับรายได้ 30,000–50,000 บาท

  • เริ่มจาก ประกันสุขภาพ เป็นหลัก
  • เติม อุบัติเหตุ + โรคร้ายแรง ตามความเสี่ยง
  • พิจารณา ประกันชีวิต หากมีภาระ
  • คุมงบไม่เกิน 10–15% ของรายได้
  • เลือกแบบที่ “จ่ายไหวต่อเนื่อง” มากกว่า “คุ้มครองสูงสุดแต่แพงเกิน”

สูตรจัดพอร์ตประกัน ควบคู่การออมเงิน โดยแนะนำให้ใช้งบ 15–25% ของรายได้เพื่อโครงสร้างพอร์ต ดังนี้ สุขภาพ 40–50% อุบัติเหตุ 5–10% ชีวิต 20–25% สะสมทรัพย์ 15–25% ออม/ลงทุน 10–20%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...