โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ มองเกมเดินหมาก (ศึก) ผู้ว่าฯ เมื่อชัชชาติสวมบท ‘ขงเบ้งตีขิม’?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 02 พ.ค. เวลา 04.07 น.

ใกล้เข้ามาทุกขณะ ทว่ายังเงียบเชียบ

ต่างกันราวฟ้ากับเหว ราวจักรวาลกับใต้ผืนพิภพ สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อปี’65 กับศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 69 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ตามโพย กกต.

กูรูการเมืองทั้งหลายมองฉากทัศน์ วิเคราะห์บรรยากาศอันแสนสงบด้วยหลายปัจจัย แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือ ฐานเสียงที่ถูกมองว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน ยากจะหาใครมางัดข้อ แม้กระทั่งชักเย่อคะแนนเสียง

ทว่า รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ แห่งคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต ฝากไว้ให้คิดว่า

การที่คนเห็นว่า ‘นอนมา’ เป็นอันตราย หากคนมาเลือกตั้งน้อยลง

ย้อนกลับไปดู ธำรงศักดิ์โพล ซึ่งเคยสำรวจความเห็นเกี่ยวกับผู้ว่าฯกทม.หลายครั้งหลายครา พบว่าฟีดแบ๊ก 3 ปี คนกรุงฯ 35% ‘พึงพอใจที่สุด’

และถ้าบวกยอด ‘พึงพอใจมากที่สุด-พึงพอใจมาก’ จะมีเปอร์เซ็นต์ถึง 70.49 ขณะที่ระดับความพึงพอใจทิศทางน้อย (น้อย-น้อยที่สุด) รวมเป็นร้อยละ 6.12 เท่านั้น

ที่น่าสังเกตคือ ผลงานด้าน ‘สิ่งแวดล้อม’ ได้ค่าเฉลี่ย 3.80 ระดับมาก โดยชาวกรุงแฮปปี้ต่อการจัดการจัดเก็บขยะมาเป็นอันดับแรก ตามด้วย ความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ และความพึงพอใจต่อข่าวสารและการแก้ฝุ่น PM2.5

ตรงตามความมุ่งหวังให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน โดยเน้นเส้นเลือดฝอย ขนานเส้นเลือดใหญ่ ผ่าน 216 + นโยบาย 9 ด้าน 9 ดี

ล่าสุด เพจ ‘เพื่อนชัชชาติ’ สรุปผลงาน 4 ปี นับแต่รับตำแหน่งผู้ว่าฯอย่างเป็นทางการเมื่อ 1 มิถุนายน 2565 โดยมีหนึ่งในไฮไลต์คือ การปิดจบมหากาพย์หนี้บีทีเอส 3.6 หมื่นล้าน

อย่างไรก็ตาม มิชชั่นปราบคอร์รัปชั่น ถึงจะชนหมัดหน่วยงานต่างๆ จนลงโทษข้าราชการขี้โกงไปถึง 41 ราย แต่ความทรงจำจากกรณีทุจริตเครื่องออกกำลังกาย ยังคงค้างๆ คาๆ ในใจคน

แม้ผู้ว่าฯกทม.ที่ได้คะแนนเยอะสุดในประวัติศาสตร์ กว่า 1.3 ล้านเสียง จะยังไม่ประกาศชัดว่าจะลงสนาม กทม.อีกครั้งหรือไม่ แต่หลายฝ่ายมั่นใจว่าไม่น่าพลาด

“ผมมั่นใจว่าอาจารย์ชัชชาติลง

เพียงแต่ในทางการเมืองอาจจะมองดูบนหอคอยว่าสนามกำลังเป็นอย่างไร เผลอๆ อาจจะสวมบทขงเบ้งตีขิม (หัวเราะ)”

คือความเห็นของ รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ ผู้ทำสารพัดโพลเกี่ยวกับผู้ว่าฯชัชชาติ โดยหยิบยกฉากหนึ่งในวรรณกรรม ‘สามก๊ก’ สื่อถึงการใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว เมื่อสุมาอี้นำพลใหญ่เข้ามาตีเมือง

ทั้งยังมีบทวิเคราะห์เชิงรัฐศาสตร์ต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.69 ด้วยคำตอบในคำถามนับจากนี้

⦁ ขอรีวิวแบบไม่อวย ส่วนตัวมองผลงาน 4 ปีของผู้ว่าฯชัชชาติ เป็นอย่างไร?

ประการแรก ผมคิดว่าผลงานของอาจารย์ชัชชาติเข้าตาคน ซึ่งอาจหมายถึงระดับของกลุ่มประชาชนโดยทั่วไป ประสบความสำเร็จในการทำงานตลอด 4 ปี อย่างที่สอง ผมคิดว่าการเข้าถึงชาวบ้านของอาจารย์มันแน่น การวิ่งตอนเช้าทำให้ได้รู้จักพ่อค้าแม่ค้าริมถนนเต็มไปหมด ซึ่งเราไม่เคยเห็นลักษณะของผู้นำทางการเมืองท้องถิ่นอย่างนี้มาก่อน

⦁ มีความเห็นบางส่วนบอก ผู้ว่าฯเอาแต่วิ่ง เอาแต่ไลฟ์ ไปแต่อีเวนต์?

ผมคิดว่าตั้งแต่วันแรกที่อาจารย์ชัชชาติเข้ามาได้ใช้การออกกำลังกายตอนเช้าเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ตนเองตลอดมา รวมทั้งการไลฟ์สดด้วย ตอนที่ผมทำโพลมันมีตอนหนึ่งที่จำได้เลยว่าบทบาทการได้รับการเลือกตั้งของอาจารย์ชัชชาติ มันส่งผลถึงขั้นที่ทำให้เกิดกระแสต้องการการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศขึ้นเลย ถึงตอนนี้ต่อให้ไปเก็บแบบสอบถาม ซึ่งผมก็เก็บซ้ำๆ ผมก็ยังเห็นเหมือนเดิมว่า ชาวบ้านทั้งประเทศต้องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด

⦁ กลายเป็นกรุงเทพฯโมเดล ที่กระตุกคนท้องถิ่นทั่วไทย?

ครับ มันกลายเป็นว่าตำแหน่งของอาจารย์ชัชชาติที่กรุงเทพฯเป็นตัวเปรียบเทียบที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเดิมไม่มีสาระและน้ำหนักเพียงพอสำหรับประชาชนในท้องถิ่นอีกต่อไป มันก่อให้เกิดกระแสการเมืองท้องถิ่นสูงขึ้น

⦁ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในอีกมุมหนึ่งมีคนมองว่า กรุงเทพฯไม่ได้เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่ ปัญหาใหญ่ๆ ยังอยู่เหมือนเดิม?

แม้ว่าประเด็นใหญ่ที่คนจะตี อย่างเรื่องฝุ่น PM2.5 เรื่องรถราใน กทม.ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่เลย แต่ผมคิดว่าคนมองเห็นและรับรู้ตั้งแต่เริ่มต้นว่าเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ว่าฯกทม.จะแก้ไขได้ แต่ก็เห็นความพยายามของอาจารย์ชัชชาติ ในการที่จะทำให้ข่าวสารเกี่ยวกับ PM2.5 ถูกเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว

ประเด็นนี้น่าสนใจ คือแก้ไขไม่ได้ แต่ประชาชนรับรู้ข่าวสารว่าวันนี้ค่าฝุ่นเท่าไหร่ มันก็ทำให้เกิดการรับรู้ เห็นว่าอาจารย์ชัชชาติทำงาน รวมทั้งประเด็นน้ำท่วม ซึ่งเวลาฝนตกเราก็เห็นการเข้าถึงพื้นที่อย่างรวดเร็วของการสั่งการให้ลงไปปฏิบัติการในจุดที่น้ำท่วมตรงไหนบ้าง เราได้รับรู้ข่าวสารว่ายังมีน้ำขังอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ผมคิดว่าแค่นี้คนก็มองเห็นแล้วว่าเขาทำงาน

ดังนั้น คนที่จะไปตีว่าก็แก้ไขอะไรไม่ได้ คำถามก็คือ เราเคยเห็นช่วงน้ำท่วมก่อนยุคอาจารย์ชัชชาติแล้วบอกว่ากุญแจหาย ลืมกุญแจ (หัวเราะ) ซึ่งยุคนี้เราไม่เจอภาพอย่างนั้น

ประเด็นที่คนเห็นมากๆ เลยคือการลอกท่อ ลอกคลอง ตรงนี้เป็นการทำงานเชิงประจักษ์ บางครั้งลอกขึ้นมาแล้วเจอก้อนหินขนาดใหญ่ ทำให้เห็นว่าที่ผ่านมาทำกันอย่างไม่จริงจัง

⦁ การที่ประชาชนแห่ร้องเรียนผ่านทราฟฟี่ ฟองดูว์ ซึ่ง กทม.ยุคนี้แก้ไปล้านกว่าเคส ยังไม่นับหลายเพจที่จับจ้องฟ้องด้วยภาพ จนกลายเป็นกระแส ปรากฏการณ์เหล่านี้สะท้อนอะไร?

กทม.ยุคชัชชาติ การสื่อสาร การให้ข่าวสาร การรับเรื่องร้องเรียน มันถูกมองว่าเป็นการนำเสนอเพื่อแก้ไข ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นการประจาน ผมคิดว่านี่เป็นทัศนคติที่ท้องถิ่นต่างๆ ต้องเอาไปใช้ ไม่ใช่ไปฟ้องเขากลับว่าดูหมิ่นดูแคลน บทบาทของกรุงเทพฯในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกว่าเราได้รู้จักการบริหารแบบมืออาชีพของการปกครองแบบท้องถิ่นและของการเมืองท้องถิ่น ไม่ใช่การเมืองแบบอำนาจนิยมที่เราไปชี้อะไร แล้วจะถูกฟ้อง หาว่าเราดูหมิ่น หมิ่นประมาทผู้นำ

⦁ มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของข้าราชการ กทม.ยุคชัชชาติหรือไม่ อย่างไร?

เราจะเห็นผู้ว่าฯกทม.คนนี้ทำการชักนำ โน้มนำให้ผู้อำนวยการเขตต่างๆ ออกพื้นที่ พูดง่ายๆ คือ ผอ.เขตเป็นข้าราชการประจำที่ปกตินั่งอยู่ในออฟฟิศ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าด้วยแรงการปฏิบัติงานของอาจารย์ชัชชาติ ทำให้ ผอ.เขตและเจ้าหน้าที่เขตต้องลุกขึ้นมาปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น หมายความว่าแค่หัวส่าย ลำตัวและหางก็กระดิกหมดเลยทั้งองคาพยพ นี่คือข้อสำคัญ

สรุปก็คือ อาจารย์ชัชชาติถือว่าเป็นผู้นำทางการเมืองท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครที่ประสบความสำเร็จในเชิงของการมีแนวคิดในการที่จะจัดการปัญหาอย่างรวดเร็วและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนั้น ลองคิดดูว่าใครจะกล้าสมัครชิงผู้ว่าฯ

⦁ ในบรรดาผู้เปิดหน้าท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. คนที่ 18 มีใครเตะตาบ้าง ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ที่สะพัดว่าจะเป็นว่าที่ผู้สมัครจากพรรคประชาชน มีลุ้นไหม?

ตอนนี้คนที่เปิดตัวมา 3-4 คน ในสายตาของผมถือว่าเป็นดอกไม้ประดับเกม ไม่มีใครสร้างความตื่นเต้นอะไรให้กับเราเลย

ถ้านับมาถึงตอนนี้ เรายังไม่เห็นการเปิดตัวผู้สมัครของพรรคประชาชนซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 5 พ.ค. จึงขอประมาณการไว้แค่นี้ เมื่อเปิดตัวออกมาแล้วค่อยมาวิเคราะห์กันอีกครั้งหนึ่งดีกว่า

⦁ นาทีนี้ ถ้าคิดจะสู้ชัชชาติ ต้องใช้ยุทธศาสตร์ควิกวินอย่างไร?

พอเปิดตัวผู้สมัคร คำถามง่ายๆ ของผมก็คือ ถ้าจะแข่งกับอาจารย์ชัชชาติ ผู้สมัครจะต้องลงทำงานในพื้นที่และเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างจริงจัง อย่างน้อยๆ 3-4 ปี

เมื่อเรามองย้อนไปในช่วงที่อาจารย์ชัชชาติตัดสินใจลงสมัครผู้ว่าฯกทม. ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลหลังจากได้ชัยชนะแล้วว่า มีการลงสนาม 3 ปีก่อนการเลือกตั้ง โดยใช้วิธีการเดินพบปะชุมชนต่างๆ นั่นเป็นเจตจำนง และเมื่อบวกกับอีก 4 ปีที่ลงพื้นที่ทุกวัน ได้ภาพข่าว ได้สร้างความรับรู้ ได้เห็นผลงาน เพราะฉะนั้นคนที่จะแข่งขันกับชัชชาติตอนนี้ จึงต้องเป็นคนที่อาจจะซุ่มลงพื้นที่มาอย่างยาวนานแล้วก็ได้

ถ้าบอกว่า ทีม ส.ก.ของพรรคประชาชนจะเป็นตัวหนุนช่วยสำคัญ ถ้าเรากลับไปมองการเลือกตั้งเมื่อปี’65 จะเห็นว่ากระแสของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล ก็สร้างความคึกคักในตอนนั้น ซึ่งพรรคประชาชนได้ที่นั่ง ส.ก.เกือบทั้งหมดในกรุงเทพฯ และได้ ส.ก.จำนวนมาก แต่พอถึงตัวผู้ว่าฯกทม. เรียกว่าแพ้กันลิบเลย

⦁ 1 เทอมของการเป็นผู้ว่าฯกทม. กับการไม่มี ส.ก.ในมือ ทำให้หลายโครงการขาดแรงหนุนจนถูกปัดตก คืดว่าเทอมหน้าจะมีการแก้เกมไหม?

ผมว่ายุทธวิธีของอาจารย์ชัชชาติก็คือ ที่ผ่านมาไม่มีทีม ส.ก. ซึ่งมีความหมายว่า อาจารย์ชัชชาติกำลังบอกว่าก็ให้พวกคุณตรวจสอบผมไง ให้พวกคุณทำการอนุมัติงบประมาณให้ผม เป็นเหมือนฝ่ายค้านของผม

ผมบริหาร แต่ผมไม่ได้มีสมัครพรรคพวกเป็น ส.ก.ที่จะยกมือ เออออ กันตลอดเวลา

มันเหมือนอาจารย์ชัชชาติเป็นพระเอกแบบสมบัติ เมทะนี ไม่ต้องอาศัยทีม

ผมคิดว่าอาจารย์ชัชชาติกำลังเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กับคนอื่นด้วย ตลอด 4 ปี เราแทบไม่เห็นข้อขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างฝ่าย ส.ก.กับฝ่ายผู้ว่าฯกทม.สักเท่าไหร่ สไตล์อย่างหนึ่งของอาจารย์ชัชชาติคือการน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์

⦁ แล้วคิดว่าจะได้เห็นชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กรอกใบสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 18 หรือไม่?

ผมมั่นใจว่าอาจารย์ชัชชาติลง เพียงแต่ในทางการเมือง อาจจะมองดูบนหอคอยว่าสนามกำลังเป็นอย่างไร เผลอๆ อาจจะสวมบทขงเบ้งตีขิม (หัวเราะ)

จริงๆ แล้วเขามีอะไรอยู่ในตัวอยู่แล้ว ตอนนี้ใครจะลงอาจารย์ก็ยินดีหมดเลย เราลองดูวิธีการตอบกลับ อาจารย์ชัชชาติไม่ใช่คนที่จะพูดจาให้คนเจ็บเนื้อ ข้องใจ ทำให้รู้สึกว่าพอเราเห็นใครปรากฏตัวออกมา อย่างเช่น ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นผู้นำม็อบ ก็คิดว่าโอ้ยยย ไม่น่าจะใช่นะ เพราะครั้งก่อนอนุรักษนิยมก็คะแนนหายหมด

พูดง่ายๆ ว่า พื้นที่กรุงเทพฯไม่ใช่คะแนนของอนุรักษนิยม ไม่ใช่คะแนนของพรรคประชาธิปัตย์อีกต่อไปแล้ว

⦁ ตอนมีกระแส เบอร์ 8 ชัชชาติ ‘นอนมา’ ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ปี’65 เจ้าตัวต้องออกมาสะกิด ว่าอย่าคิดอย่างนั้นจนไม่ออกไปใช้สิทธิ ตัดภาพมาครั้งนี้ ดูเหมือนความคิดนี้จะยิ่งหนักกว่าเก่า?

การที่คนเห็นว่า ‘นอนมา’ เป็นอันตรายต่ออาจารย์ชัชชาติ หากคนมาเลือกตั้งน้อยลง และถ้ามีคนอื่นๆ เปิดตัวมาอีก พรรคประชาชนก็มี ส.ก.ที่ทำงานมา 4 ปี ซึ่งในพื้นที่เราไม่รู้ปัจจัยของความเปลี่ยนแปลงเลย

ปัจจัยอย่างที่ 2 ก็คือเสียงของกลุ่มอนุรักษนิยมและที่เคยให้คนนั้น 200,000 คนนี้ 200,000 จะไปอยู่ที่ไหน หรือจะเปลี่ยนใจไปให้ใคร หรือจะไม่มาเลือกตั้งเลย แต่ที่แน่ๆ ผมคิดว่าคะแนนนิยมของชัชชาติน่าจะไม่น้อยกว่าครั้งที่แล้ว ขึ้นอยู่กับปัจจัยของการมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เช่นเดียวกับการเลือกตั้งใหญ่ที่พอคนมาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยลง มันส่งผลต่อคะแนน ส่งผลต่อพรรค หรือตัวผู้สมัครบางคน

แต่ผมคิดว่าคะแนนเสียงของอาจารย์ชัชชาติ กับฐานของประชาชนคนชนชั้นกลางน่าจะยังครองตลาดเป็นสำคัญ

พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ มองเกมเดินหมาก (ศึก) ผู้ว่าฯ เมื่อชัชชาติสวมบท ‘ขงเบ้งตีขิม’?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...