โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร้อนระดับอันตราย! เปิด 10 เขต กทม. เสี่ยงสุดหน้าร้อน คนป่วย NCDs เฝ้าระวังสุขภาพ

Thai PBS

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน 28 มี.ค. – 2 เม.ย. 69 ไทยตอนบนรับมืออากาศร้อนจัดและพายุฤดูร้อน สถิติชี้ชัด “ความร้อน” คือ ภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะปี 67 ที่ทะลุสูงกว่า 60 คน ขณะที่ข้อมูลตรวจสุขภาพคนกรุง 1 ล้านคนพบวิกฤต “โรคอ้วน-ไขมันสูง-ไม่ออกกำลังกาย” หรือกลุ่มเสี่ยง NCDs เสี่ยงอันตรายจากฮีทสโตรกมากขึ้น เปิดทำเลเสี่ยง “ป้อมปราบศัตรูพ่าย-ธนบุรี-ดินแดง” ครองแชมป์พื้นที่อันตรายจากภัยความร้อนสูงสุด

ระวัง! ไทยตอนบนอากาศร้อนจัด 28 มี.ค. – 2 เม.ย. นี้

วันนี้ (28 มีนาคม 2569) ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 2 เมษายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยมีความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุม ส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกบางแห่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง หรือใต้ต้นไม้ใหญ่ และดูแลรักษาสุขภาพจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างใกล้ชิด

โดยพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังที่สุดคือ ภาคเหนือ เพราะอุณหภูมิสูงสุดพุ่งทะลุไปถึง 42 องศาเซลเซียส นอกจากอากาศที่ร้อนจัดแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และที่สำคัญคืออาจมี ‘พายุลูกเห็บ’ ตกบางแห่งในช่วงวันที่ 27-29 มีนาคมนี้ด้วย

ส่วนภูมิภาคอื่นๆ จะเผชิญความร้อนเช่นกัน

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง: อากาศร้อนถึงร้อนจัด มีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุดแตะระดับ 40 ถึง 41 องศาเซลเซียส โดยในภาคอีสานอาจมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกได้บางพื้นที่เช่นกัน
  • กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคตะวันออก: อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุดทะลุ 39 องศาเซลเซียส และอาจมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง
  • สำหรับภาคใต้ทั้งสองฝั่ง: แม้จะอยู่ติดทะเลแต่ก็ยังคงมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุดแตะ 38 องศาเซลเซียส และมีฝนฟ้าคะนองกระจายตัวร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ คลื่นลมทะเลสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนคลื่นจะสูงกว่า 1 เมตร

ฤดูร้อน 2569 ดัชนีความร้อนสูงสุดของ กทม. พุ่งทะลุอยู่ในระดับ อันตราย

สัปดาห์นี้คนไทยต้องรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ควบคู่ไปกับพายุฤดูร้อนในบางพื้นที่ ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทางสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้เผยแพร่ข้อมูลพยากรณ์ค่าดัชนีความร้อน หรือ Heat Index ประจำวันต่อเนื่อง อย่างวันนี้ กทม. ก็พุ่งทะลุอยู่ในระดับ อันตราย จึงเตือนขอให้ระวังและลดความเสี่ยงจากอากาศที่ร้อนจัด

สำหรับดัชนีความร้อน คือ อุณหภูมิที่ร่างกายเรารู้สึกได้จริง ซึ่งมักจะสูงกว่าอุณหภูมิที่วัดได้จากปรอท โดยในระดับ อันตราย นี้ ดัชนีความร้อนจะแตะอยู่ที่ 42.0 ถึง 51.9 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ผื่น บวมแดง ตะคริว และเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรก (Heat stroke) ได้

ก่อนหน้านี้ กทม. ก็เตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังและสังเกตอาการตนเอง โดยเฉพาะ กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็กอายุ 0-5 ปี, ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป, หญิงตั้งครรภ์, ผู้ป่วยหรือมีโรคประจำตัว, ผู้ที่มีภาวะอ้วน, ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ไปจนถึงผู้ที่ต้องทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นเวลานาน

ข้อแนะนำสำคัญ คือ ขอให้สังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อค้นหา ห้องหลบร้อน ในพื้นที่ กทม. หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางแอปพลิเคชัน AIR BKK และหากพบผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรคลมร้อน สามารถโทรแจ้งสายด่วน 1669 ได้

“ความร้อน” ภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

จากสถิติที่ผ่านมาพบว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นแปรผันตรงกับจำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

ปี 2562: อุณหภูมิเฉลี่ย 40.0 องศาเซลเซียส ผู้เสียชีวิต 57 คน

ปี 2566: อุณหภูมิเฉลี่ย 40.6 องศาเซลเซียส ผู้เสียชีวิต 37 คน

ปี 2567: อุณหภูมิเฉลี่ย 40.0 องศาเซลเซียส ผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 63 คน โดยกว่า 25% คือกลุ่มอาชีพรับจ้างที่ต้องทำงานกลางแจ้ง

วิกฤตคนกรุงสุขภาพย่ำแย่ ป่วย NCDs เสี่ยงอันตรายจากความร้อนคูณสอง

รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการตรวจสุขภาพกรุงเทพมหานคร 1,000,000 คน ซึ่งมีผู้รับบริการรวมกว่า 912,738 ราย เผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกที่น่ากังวลว่า คนกรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตพฤติกรรมสะสม ที่ทำให้ร่างกายเปราะบางต่อสภาพอากาศที่ร้อนจัดวิกฤตไม่ออกกำลังกาย: ประชากรถึง 41.62% ไม่ออกกำลังกายเลย โรคอ้วนและไขมัน อย่างกลุ่มผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มีถึง 58.39% และผลตรวจระดับไขมันในเลือดพบความผิดปกติสูงถึง 58.74% โรคประจำตัว (NCDs) เพราะมีสถิติผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และไขมันในเลือดสูง กระจุกตัวอยู่ในหลายเขต โดย เขตบางแค มีผู้ป่วยโรค NCDs ที่เสี่ยงต่อภัยร้อนมากที่สุดถึง 20,349 ครั้ง รองลงมาคือ บางซื่อ และ หนองแขม

เปิดพิกัดอันตราย 10 เขต กทม. ที่มีความเสี่ยงจาก “ภัยร้อน” มากที่สุด

ข้อมูลจากโครงการเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านสุขภาพของชุมชนที่มีความเสี่ยงต่อความเปราะบางทางภูมิอากาศในเขตเมืองของประเทศไทย ดำเนินการโดยเครือข่าย 19 มหาวิทยาลัยด้านภัยพิบัติ (TNDR) ร่วมกับศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ADPC) พื้นที่เฝ้าระวัง สำหรับ 10 อันดับเขตในกรุงเทพมหานคร ที่ประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงจากภัยร้อนมากที่สุดอันดับ 1 ได้แก่ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ตามมาด้วย อันดับ 2 เขตดินแดง และ อันดับ 3 เขตธนบุรีส่วนเขตอื่นๆ ที่ติดอันดับเฝ้าระวังได้แก่อันดับ 4 สัมพันธวงศ์อันดับ 5 คลองสานอันดับ 6 คลองเตยอันดับ 7บางกอกใหญ่อันดับ 8 บางซื่ออันดับ 9 บางกอกน้อย และอันดับ 10 ภาษีเจริญ

สำหรับดัชนีความเสี่ยงภัยร้อนนี้ ทางสถาบันที่วิจัยได้ประเมินจาก 4 ตัวชี้วัดหลักอย่างรอบด้านครับ ประกอบไปด้วย

  • ภัย (Hazard): ตรวจวัดจากดัชนีความร้อนจากดาวเทียม
  • การรับสัมผัส (Exposure): ประเมินจากความหนาแน่นของประชากร โรงเรียน สถานพยาบาล และชุมชนในพื้นที่
  • ความเปราะบาง (Vulnerability): เจาะจงไปที่ข้อมูลกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไป, ผู้พิการ, ครัวเรือนที่อยู่ในชุมชนแออัด และเด็กเล็กอายุ 0-5 ปี
  • ผลกระทบทางสุขภาพ (Health Impact): ใช้สถิติจำนวนผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับความร้อน จากสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่า เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มีความเสี่ยงเป็นอันดับ 1 ในทุกรูปแบบการวิเคราะห์ เนื่องจากมีความหนาแน่นของการรับสัมผัสและความเปราะบางในระดับที่สูงมาก

ข้อเสนอแนะและการเตรียมรับมือ

หน่วยงานสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร จำเป็นต้องเร่งแก้ไขวิกฤตประชากร 41.62% ที่ไม่ออกกำลังกาย โดยการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะให้เข้าถึงง่ายและรณรงค์ลดหวาน/มัน อย่างจริงจังในระดับชุมชน เพื่อลดความเสี่ยงจากกลุ่มอาการเมตาบอลิก ในขณะเดียวกัน ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเสี่ยงสูง หรือมีผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เข้ารับบริการตรวจสุขภาพถึง 32.84% และผู้ป่วย NCDs ในครอบครัว ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่ร้อนจัด ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเฝ้าระวังอาการฮีทสโตรกอย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

“อนุทิน” แถลงฝ่าวิกฤตพลังงาน ย้ำ! น้ำมันไม่ขาด ขอ ปชช.ช่วยลดวันละลิตร ประหยัด 600 ล้านบาท

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

28 มีนาคม แรงสะเทือนที่ยังไม่จบ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"แม่ทัพกุ้ง" เปิดตัวหนังสือ "ชีวิตที่ไม่คิดเสียใจ" วางแผนมอบให้ รร. 500 แห่ง

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จับเรือบรรทุก "ดีเซล" 85,000 ลิตรไม่รู้ที่มา แจ้งข้อหา-ปรับ 3.8 ล้านบาท

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...