ส.อ.ท.ห่วงเอสเอ็มอีเปราะบาง วัตถุดิบขาด พลังงานพุ่ง กดขนส่งพุ่ง 25% สินค้าขยับ 10%
ส.อ.ท.ห่วงวิกฤตพลังงาน ค่าขนส่งจ่อพุ่ง 25% สินค้า 10% จี้รัฐดูแลเอสเอ็มอีเปราะบาง
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์เอสเอ็มอีไทย ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่มล้วนมีความเปราะบาง เนื่องจากเรือมีปัญหา เช่น ปุ๋ย อาจจะกระทบต่อรอบการปลูกในรอบต่อไป น่ากังวล นอกจากนี้ยังมีเม็ดพลาสติกที่กำลังขาดแคลนและมีราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง 50-70% ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์หลายประเภทเริ่มตึงตัว ไม่ว่าจะเป็นถุงขยะ ซองขนม หรือบรรจุภัณฑ์ของสินค้าแปรรูปและกึ่งสำเร็จรูปแช่แข็ง ซึ่งล้วนจำเป็นต้องใช้พลาสติก รวมถึงซองน้ำจิ้ม และซองเครื่องปรุงต่าง ๆ หากเกิดการขาดแคลนก็จะกระทบต่อการผลิต การส่งออก และการจำหน่ายสินค้าอื่นโดยตรง
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ระยะเร่งด่วน ปัจจัยสำคัญคือปัญหาพลังงานราคาสูงขึ้นและขาดแคลนวัตถุดิบ จะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่รายได้ของประชาชนยังคงอยู่ในระดับเดิม ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นแรงกดดันอย่างหนัก มาตรการภาครัฐจึงควรถูกออกแบบให้มีความแม่นยำ ตรงจุด ใช้ทีมงานเข้าไปดู และให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก โดยต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกและการทำงานร่วมกันอย่างรอบด้าน
ชี้ญี่ปุ่น-อินเดียลดภาษีน้ำมัน
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ส.อ.ท.ติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างประเทศมีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจขยายวงกว้าง โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งพลังงาน แหล่งผลิตวัตถุดิบสำคัญ เช่น โรงงานเหล็ก ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโดยรวม และมีแนวโน้มยกพลขึ้นบก โจมตีแหล่งพลังงาน ฐานผลิตวัตถุดิบสำคัญ ส่งผลทางตรงต่อราคาน้ำมัน โดยระดับเหมาะสมขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศ ควรพิจารณาเชิงเปรียบเทียบ เนื่องจากแต่ละประเทศมีนโยบายแตกต่างกัน เช่น ญี่ปุ่นลดภาษีเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ อินเดียปรับลดภาษีสรรพสามิตลงอย่างมาก จาก 10 ลดเหลือลิตรละบาท ส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคาน้ำมันของไทยยังไม่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
“ภาษีสรรพสามิตของไทยควรลดเท่าไหร่ ไม่สามารถกำหนดตัวเลขที่เหมาะสมได้ตายตัว จำเป็นต้องคำนวณอย่างรอบด้าน เนื่องจากแต่ละประเทศมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน ซึ่งแนวทางมีได้ทั้งการปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด หรือการอุดหนุนในระดับที่เหมาะสม”นายเกรียงไกรกล่าว
คาดสินค้าขึ้นราคา8-10%
นายเกรียงไกร กล่าวว่า ส่วนกรณีค่าไฟฟ้า มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเพื่อหาตัวเลขที่เหมาะสม ต้องดู 3 สูตรที่เหมาะสม และเทียบกับเหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน แต่การปรับขึ้นควรดำเนินอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบซ้ำซ้อนต่อประชาชน
นายเกรียงไกร กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าราคาสินค้าอาจปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 8-10% ขณะที่ค่าขนส่งอาจเพิ่มขึ้นราว 20-25% ภายใต้สมมติฐานว่าราคาน้ำมันยังไม่พุ่งสูงถึงระดับวิกฤต 150 เหรียญฯ หากราคาน้ำมันปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอีก อาจต้องมีการประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.อ.ท.ห่วงเอสเอ็มอีเปราะบาง วัตถุดิบขาด พลังงานพุ่ง กดขนส่งพุ่ง 25% สินค้าขยับ 10%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th