UNGC จับมือ แกร็บ ชี้ผู้หญิงในอาเซียน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท
UNGC ร่วมกับ Grab - Kantar เผยงานวิจัยคนขับหญิงทั่วภูมิภาค ชี้คนขับ-ไรเดอร์ผู้หญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท จาก “ความยืดหยุ่นด้านเวลา” และ “ความปลอดภัย” เป็นปัจจัยสำคัญ
วันที่ 31 มีนาคม 2569 สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศสิงคโปร์ (UNGCNS) ร่วมกับ แกร็บ (Grab) และกันตาร์ (Kantar) เปิดเผยรายงานวิจัยระดับภูมิภาคฉบับสำคัญ ชี้ให้เห็นถึงบทบาทของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม (Gig Economy) ในการเป็นกลไกหลักเพื่อสร้างความเท่าเทียมทางเพศและการเข้าถึงโอกาสทางอาชีพของผู้หญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รายงานวิจัยหัวข้อ "Women in the Driver’s Seat" ซึ่งศึกษาข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 42,000 คนใน 6 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ระบุว่าผู้หญิงในภูมิภาคนี้กว่า 40 ล้านคน คือทรัพยากรที่มีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านแพลตฟอร์มเรียกรถและเดลิเวอรี
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงหันมาใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล คือ"ความยืดหยุ่นด้านเวลา" ซึ่งร้อยละ 59 ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่าเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการทำงานรูปแบบเดิม เนื่องจากผู้หญิงมักต้องแบกรับภาระหน้าที่ภายในครอบครัว การทำงานบนแพลตฟอร์มจึงช่วยให้พวกเธอสามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างอิสระและสร้างรายได้เลี้ยงชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สถิติสำคัญที่สะท้อนถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ข้อมูลจากรายงานประจำปี 2568 เผยให้เห็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่น่าสนใจ ดังนี้
- มูลค่าทางเศรษฐกิจ : พาร์ทเนอร์คนขับและไรเดอร์ผู้หญิงบนแพลตฟอร์ม Grab ทั่วภูมิภาค สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมสูงถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท)
- การเข้าถึงรายได้ครั้งแรก : ร้อยละ 22 ของผู้หญิงที่ร่วมงานกับแพลตฟอร์ม ไม่เคยมีรายได้ประจำมาก่อน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ชายถึง 2.4 เท่า
- ความพึงพอใจในคุณภาพชีวิต : ร้อยละ 80 ของผู้หญิงระบุว่ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหลังเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และร้อยละ 85 พร้อมที่จะแนะนำโอกาสนี้ให้แก่ผู้หญิงคนอื่นๆ
รายงานเน้นย้ำว่า "ความปลอดภัย" คือปัจจัยที่ผู้หญิงให้ความสำคัญสูงสุด (75%) ซึ่ง Grab ได้ตอบโจทย์ดังกล่าวผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะทาง อาทิ ฟีเจอร์ AudioProtect (การบันทึกเสียง) และฟีเจอร์ "รับผู้โดยสารหญิงเป็นหลัก" (Women Passengers Preferred) ซึ่งพาร์ทเนอร์ผู้หญิงส่วนใหญ่ยืนยันว่าเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยยกระดับความมั่นใจในการปฏิบัติงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
เดวิด โฟการ์ตี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UNGCNS กล่าวว่า แพลตฟอร์มดิจิทัลมีส่วนสำคัญในการลดช่องว่างในตลาดแรงงานที่เรื้อรังมานาน สอดคล้องกับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน พ.ศ. 2573 ของสหประชาชาติ ในด้านความเสมอภาคทางเพศและค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
เชอริล โก ผู้บริหารระดับสูงของ แกร็บ โฮลดิ้งส์ เสริมว่า ข้อมูลบนแพลตฟอร์มสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงมีประสิทธิภาพในการให้บริการสูง มักได้รับคะแนนความพึงพอใจและทิปในระดับที่โดดเด่น ซึ่งรายได้เหล่านี้มักถูกนำไปต่อยอดในการศึกษาของบุตรหลานและการสร้างธุรกิจส่วนตัว อันเป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง
ดังนั้น การขยายตัวของบริการดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริม "อิสรภาพทางการเงิน" และสร้างสมดุลระหว่างภาระหน้าที่ส่วนตัวกับการทำงานให้กับผู้หญิงทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้