โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

IVL ส่ง Indovida ควบรวม EPL ผงาดเบอร์หนึ่งบรรจุภัณฑ์ค้าปลีกตลาดเกิดใหม่

ทันหุ้น

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 06.08 น.

#ทันหุ้น #2026 #SET #IVL ส่ง Indovida ควบรวม EPL ผงาดเบอร์หนึ่งบรรจุภัณฑ์ค้าปลีกตลาดเกิดใหม่

  • EPL และ Indovida ได้ลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้าย เพื่อดำเนินการควบรวมกิจการและสร้างบริษัทที่มีรายได้ประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมด้วยมูลค่าประเมินรวม 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • การควบรวมครั้งนี้จะสร้างธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในตลาดเกิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งผสานโซลูชั่นและศักยภาพด้านบรรจุภัณฑ์ที่เสริมกัน ขยายการเข้าถึงระดับโลก เพิ่มศักยภาพในการเติบโต รวมถึงการปรับปรุงอัตรากำไรและตัวชี้วัดผลตอบแทน
  • ธุรกรรมนี้ประเมินมูลค่า EPL ที่ระดับ 339 รูปีอินเดีย (INR) ต่อหุ้น สูงขึ้นร้อยละ70 จากราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ โดย Indovida มีมูลค่าประเมินคิดเป็นส่วนลดร้อยละประมาณ ~35 เมื่อเทียบกับ multiple ที่ใช้กับ EPL
  • อินโดรามา เวนเจอร์ส จะเป็น co-promoter ของบริษัทที่ควบรวมแล้ว โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51.8 และ Blackstone จะถือหุ้นในบริษัทที่เกิดจากการควบรวม ในสัดส่วนร้อยละ 16.6
  • นาย Hemant Bakshi จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มต่อไป และกำกับดูแลบริษัทที่ควบรวมแล้ว ขณะที่นาย Sunil Marwah ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจ Indovida จะยังคงบริหารธุรกิจ Indovida และรายงานตรงต่อนาย Bakshi

EPL Limited (“EPL”) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Blackstone และ Indovida India Private Limited (“Indovida”) แพลตฟอร์มชั้นนำของบรรจุภัณฑ์ PET แบบแข็ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยอินโดรามา เวนเจอร์ส ได้ลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายสำหรับการควบรวมกิจการในวันนี้ โดยการควบรวมดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทของทั้งสองฝ่ายแล้ว และยังคงขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ถือหุ้น

การควบรวมกิจการครั้งนี้จะสร้างแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยการผสานพอร์ตโฟลิโอบรรจุภัณฑ์และขีดความสามารถเข้าด้วยกัน ขยายการเข้าถึงในระดับโลก และเพิ่มขนาดตลาดที่สามารถเข้าถึงได้ (addressable market) ศักยภาพการเติบโต รวมถึงตัวชี้วัดทางการเงิน

แพลตฟอร์มที่รวมกันจะมีมูลค่ารวมประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย EPL มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (สูงกว่าราคาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาร้อยละ 70) และ Indovida มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 0.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ

การดำเนินการครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาองค์กรของ EPL จากผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์ชนิดยืดหยุ่นรูปแบบเดียว ไปสู่แพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์แบบหลายรูปแบบที่มีขนาดและศักยภาพ พร้อมรองรับลูกค้าทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคในตลาดเกิดใหม่ที่มีการ
เติบโตสูง

ธุรกรรมนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของอินโดรามา เวนเจอร์ส ในการขยายและเสริมสร้างการดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดีย โดยใช้ประโยชน์จากโอกาสการเติบโตเชิงโครงสร้างของประเทศอินเดีย ผ่านแพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์แบบบูรณาการที่ขยายตัวและเข้าถึงตลาดสาธารณะ (public market access) ทั้งยังสอดคล้องกับกลยุทธ์โดยรวมของอินโดรามา เวนเจอร์ส ภายใต้โครงการ IVL 2.0 ที่มุ่งสร้างความเป็นผู้นำในตลาดสำคัญผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่ม

เหตุผลเชิงกลยุทธ์ของการควบรวม

1. ขนาดธุรกิจ (Scale): บริษัทฯ ที่ควบรวมจะเป็นบริษัทบรรจุภัณฑ์ที่มุ่งเน้นตลาดเกิดใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีรายได้ประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

2. ศักยภาพการเติบโต (Growth potential): บริษัทฯ ที่ควบรวมแล้วสามารถใช้ประโยชน์จากความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมของ EPL และ Indovida ในตลาดเกิดใหม่ (โดยรายได้จากตลาดเกิดใหม่ของ MergeCo ที่ควบรวมคิดเป็นประมาณร้อยละ ~75) ควบคู่กับการมีฐานการดำเนินงานในหลายภูมิภาคที่เสริมกัน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในระดับที่สูงขึ้น

3. การผสานประโยชน์ (Synergies): การควบรวมครั้งนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดการผสานประโยชน์จากเครือข่ายการดำเนินงานและผลิตภัณฑ์ที่เสริมซึ่งกันและกัน การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดซื้อและห่วงโซ่อุปทาน ขีดความสามารถด้านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) รวมถึงความแข็งแกร่งด้านการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของทั้งสองบริษัท

4. มูลค่าที่น่าสนใจ (Attractive Valuation): ธุรกรรมนี้ประเมินมูลค่า EPL ที่ระดับ 339 รูปีอินเดีย (INR) ต่อหุ้น สูงขึ้นร้อยละ70 จากราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ โดย Indovida มีมูลค่าประเมินคิดเป็นส่วนลดร้อยละประมาณ ~35 เมื่อเทียบกับ multiple ที่ใช้กับ EPL โดยมูลค่าที่น่าสนใจนี้จะช่วยสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งหมด และส่งผลบวกต่อกำไรต่อหุ้น (EPS accretive) ตั้งแต่วันแรก

5. การเพิ่มความสามารถในการทำกำไร (Margin Accretive): มีตัวชี้วัดทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยคาดว่าส่วนต่าง EBIT margin ปี 2568 จะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.4 สำหรับ EPL เป็นร้อยละ 13.6 สำหรับบริษัทที่ควบรวมแล้ว นอกจากนี้ ธุรกรรมดังกล่าวยังคาดว่าจะส่งผลบวกต่ออัตราผลตอบแทนต่อเงินทุนที่ใช้ (RoCE) โดยคาดว่า RoCE ปี 2568 จะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18.7 สำหรับ EPL เป็น ร้อยละ 20.9 สำหรับบริษัทที่ควบรวมกัน

6. ความแข็งแกร่งของทีมบริหาร (Management Strength): ทีมผู้บริหารที่ผสานจุดแข็งร่วมกัน โดยมีความเชี่ยวชาญเชิงลึกในการดำเนินธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียใต้ แอฟริกา และลาตินอเมริกา

นายเหมันต์ บักชี (Hemant Bakshi) กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับโลกของ EPL กล่าวว่า “การควบรวมกิจการครั้งนี้นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเดินทางของ EPL โดยจะช่วยยกระดับ EPL ไปสู่แพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์แบบหลายรูปแบบที่มีความครอบคลุมในตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูงอย่างโดดเด่น พร้อมมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบสนองทั้งแบรนด์ขนาดใหญ่และแบรนด์เกิดใหม่ ความสามารถที่ผสานกัน ความสัมพันธ์กับลูกค้า และเครือข่ายระดับโลก จะช่วยเสริมศักยภาพให้เราเป็นพันธมิตรอันดับแรกที่ลูกค้าเลือก และขับเคลื่อนการเติบโตในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์และตลาด ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทีม Indovida เข้าสู่ครอบครัว EPL และตั้งตารอที่จะร่วมกันสร้างอนาคตที่น่าตื่นเต้นไปด้วยกัน”

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทฯ อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวเพิ่มเติมว่า “Indovida ได้รับการพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และมีความแข็งแกร่งด้านการดำเนินงาน การลงทุนใน EPL ในช่วงเริ่มต้นในสัดส่วนผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของเรา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่า EPL เป็นธุรกิจที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง และมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต ทั้งในระดับโลกและในประเทศอินเดีย การผสาน Indovida เข้ากับ EPL ถือเป็นก้าวถัดไปที่มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ และช่วยให้เราสามารถต่อยอดรากฐานดังกล่าวไปสู่รูปแบบบรรจุภัณฑ์และตลาดที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ด้วยขนาดธุรกิจที่รวมกัน ความยืดหยุ่นด้านห่วงโซ่อุปทาน และขีดความสามารถด้านความยั่งยืน บริษัทที่เกิดจากการควบรวมนี้จะอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งในการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ทั้งลูกค้าและผู้ถือหุ้น การควบรวมครั้งนี้ยังช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของอินโดรามา เวนเจอร์ส ในการขยายการดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดียอย่างมีนัยสำคัญ เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ และตอกย้ำบทบาทของอินเดียในฐานะตลาดการเติบโตสำคัญภายในพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของบริษัทฯ”

นายอนิเมช อากราวาล (Animesh Agrawal) กรรมการผู้จัดการของ Blackstone และกรรมการในคณะกรรมการบริษัท EPL กล่าวว่า “ธุรกรรมนี้สะท้อนหมุดหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสำหรับอุตสาหกรรม ในสภาพแวดล้อมที่มีความผันผวนมากขึ้น การมีขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นจะช่วยเสริมความยืดหยุ่น ความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน และความสามารถในการสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า บริษัทที่มีขนาดใหญ่จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันและขยายส่วนแบ่งตลาดได้ดียิ่งขึ้น

การควบรวมครั้งนี้จะสร้างแพลตฟอร์มชั้นนำในตลาดเกิดใหม่ที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง และมีศักยภาพการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการเติบโตภายใน (organic) และผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (inorganic) เรารู้สึกยินดีที่บริษัทดังกล่าวจะก้าวเข้าสู่ช่วงการเติบโตและการสร้างมูลค่าในระยะต่อไป”

จากการวิเคราะห์มูลค่าและอัตราแลกหุ้น (swap ratio) ที่เสนอโดยผู้ประเมินมูลค่าอิสระ อินโดรามา เวนเจอร์ส จะเข้ามาเป็น promoter ของบริษัทที่ควบรวมกัน โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51.8 ในบริษัทที่ควบรวมแล้ว ทั้งนี้ ในเดือนพฤษภาคม 2568 อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้เข้าลงทุนทางการเงินใน EPL ในสัดส่วนร้อยละ 24.9

ธุรกรรมที่เสนอจะดำเนินการผ่านกระบวนการควบรวมกิจการตาม ปพพ. (scheme of amalgamation) โดย Indovida จะควบรวมเข้ากับ EPL และ EPL จะยังคงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียน ธุรกรรมดังกล่าวขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น หน่วยงานกำกับดูแล และศาลที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลาประมาณ 12 เดือนข้างหน้า

โกลด์แมน แซคส์ จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับธุรกรรมนี้ ขณะที่ Trilegal เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้แก่ EPL และ Khaitan & Co. รวมถึง Chandhiok & Mahajan เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้แก่ Indovida สำหรับอัตราส่วนการแลกหุ้นได้รับการแนะนำจากรายงานการประเมินมูลค่าร่วม โดยผู้ประเมินมูลค่าอิสระที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ได้แก่ BDO และ Duff & Phelps และ EY ได้ให้ความเห็นด้านความเป็นธรรมต่ออัตราส่วนการแลกหุ้นดังกล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...