โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาคมชาวนาและเกษตกรไทย เกาะติต 2 โครงการรัฐ

Khaosod

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ปราโมทย์ เจริญศิลป์" นายกสมาคมชาวนาและเกษตกรไทย ลุ้นผล โครงการเปิดจุดรับซื้อข้าว-ปุ๋ย มีพอ เล็งยื่น 4 เรื่องชงรัฐบาลใหม่

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตกรไทย เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้ต้องติดตามใกล้ชิดความคืบหน้าของโครงการตั้งจุดรับซื้อข้าวเปลือกและให้ราคารับซื้อเพิ่มอีกตันละ 300 บาท กับชาวนา โดยโรงสีและสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินค่าบริหารจัดการ 200 บาท/ตัน ที่กำหนดนำร่องวันแรก 1 เม.ย.นี้

พื้นที่นำร่อง อาทิ พระนครศรีอยุธยา พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม เป็นต้น จะมีจำนวนจุดรับซื้อข้าวเพียงพอแค่ไหน และ ชาวนาจะเจออุปสรรคอะไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ราคาข้าวเปลือกขาวจะอยู่ที่ 6,200-6,800 บาทต่อตัน ขึ้นกับความชื้นข้าวเปลือกที่มาขาย

อีกหนึ่งเรื่องคือ โครงการปุ๋ยธงเขียว ที่ให้รัฐจัดหาปุ๋ยราคาประหยัด 200 บาทต่อกระสอบละ (50กก.) มาจำหน่าย เช่น กระสอบละ 800 บาท จะเหลือ 600 บาท แต่ให้สิทธิครัวเรือนละ 5 กระสอบ ซึ่งการปลูกข้าว 1 ไร่ จะใช้ปุ๋ยประมาณ 1 กระสอบ

"2 เรื่องนี้เป็นโครงการที่กำลังจะเริ่มในสัปดาห์นี้ ส่วนตัวไม่อาจประเมินได้ว่าชาวนาทั่วประเทศจะพอใจหรือติดขัดในทางปฎิบัติอย่างไร สำหรับเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกให้ราคาชดเชยตันละ 300 บาท เบื้องต้นรับซื้อ 1 ล้านตัน แต่ปริมาณผลผลิตข้าวนาปรังที่จะออกสู่ตลาดมีพื้นที่ปลูกประมาณ 10 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 7-8 ล้านตันข้าวเปลือก ก็ไม่รู้ชาวนาจะแห่นำข้าวมาขายที่จุดรับซื้อของรัฐมากแค่ไหน หากมาก 1 ล้านตันก็ไม่น่าจะเพียงพอ แม้รัฐจะมีงบประมาณดูแลราคาข้าวไว้ 560 ล้านบาท ซึ่ง 1 ล้านตัน ก็ใช้งบแล้ว 300 ล้านบาท"

นายปราโมทย์ กล่าวว่าสำหรับสถานการณ์ปุ๋ยราคายังขยับ ตอนนี้ 1 กระสอบ ตั้งแต่ 900-1,200 บาท ซึ่งปริมาณปุ๋ยเพื่อเพราะปลูก ที่เป็นสต๊อกเดิมก่อนมีสงครามสู่รบตะวันออกกลาง จะใช้รอบเพาะปลูกไม่เกินเดือนพ.ค. ต้องติดตามใกล้ชิดหลังสงกรานต์หรือสัปดาห์ที่สามของเดือนเม.ย. จะมีปุ๋ยสต๊อกใหม่เพียงพอถึงเดือนสิงหาคม ที่เป็นช่วงต้องการใช้ปุ๋ยจำนวนมากอีกครั้ง อีกเรื่องที่สอดคล้องกัน คือ ราคาข้าวรับซื้อ รัฐต้องดูแลไม่ให้เกิดความแตกต่างของต้นทุนปลูกกับราคาขายได้จริง จนกระทบต่อรายได้ความเป็นอยู่ของเกษตรกร

นายปราโมทย์ กล่าวว่า หลังตั้งครม.ใหม่แล้ว สมาคมจะเสนอให้รัฐบาลใหม่ วางแผนรับและส่งเสริมอย่างยั่งยืน ได้แก่

1. ลดผลกระทบจากภาวะแล้ง โดยการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกรให้เพียงพอ คาดว่า 1-2 ปี จะเจออากาศร้อนแรง อาจมีผลแล้งฉับพลันในหลายพื้นที่ จะส่งผลสร้างความเสียหายต่อผลผลิตและรายได้เกษตรกรครั้งใหญ่ เป็นเรื่องที่รัฐต้องเข้ามาทำทันที

2. การพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงและตอบโจทย์ที่การบริโภคโลกต้องการ

3. ประคองราคาข้าวให้มีเสถียรภาพ สอดคล้องทั้งต้นทุนและราคาขาย

4. ควบคุมต้นทุนเพื่อเพาะปลูก อาทิ ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช เป็นต้น ช่วยให้เกษตรกรไม่ภาระค่าใช้จ่ายที่ผ่อนผวนทุกปี

แม้ 4 เรื่องนี้สมาคมเสนอให้ทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ยังไม่เห็นการรับมืออย่างจริงจัง ดังนั้น สมาคมก็จะยังคงจุดยืนใน 4 เรื่องนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมาคมชาวนาและเกษตกรไทย เกาะติต 2 โครงการรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...