“ทรัมป์” เผยอิหร่านยอมรับข้อเรียกร้องส่วนใหญ่จากแผนสันติภาพ 15 ข้อแล้ว
“ทรัมป์” เผยอิหร่านยอมรับข้อเรียกร้องส่วนใหญ่จากแผนสันติภาพ 15 ข้อแล้ว แม้อิหร่านยังปฏิเสธข้อเสนออย่างเป็นทางการ ขณะที่สหรัฐยังคงเพิ่มกำลังทหารในตะวันออกกลาง
วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 09.18 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า อิหร่านได้ยอมรับข้อเรียกร้องส่วนใหญ่จากเงื่อนไข 15 ข้อที่สหรัฐยื่นให้เตหะรานเพื่อยุติสงคราม แม้ว่ายังไม่ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจากันอย่างเป็นทางการหรือไม่
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน Air Force One ว่า“พวกเขายอมรับข้อเรียกร้องส่วนใหญ่ของเรา แล้วทำไมพวกเขาจะไม่ยอมล่ะ? เราจะขอเพิ่มเติมอีกสองสามอย่าง” อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธที่จะระบุว่าอิหร่านยอมรับเงื่อนไขข้อใดบ้าง
ในขณะที่ทรัมป์กล่าวเช่นนั้น ฝ่ายอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธรายการเงื่อนไขหยุดยิง 15 ข้อของสหรัฐอย่างเปิดเผย ซึ่งรัฐบาลทรัมป์ส่งผ่านตัวกลางในปากีสถาน โดยอิหร่านได้เสนอเงื่อนไขตอบโต้ของตนเอง 5 ข้อ หนึ่งในนั้นคือการคงอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า เขาต้องการยึดทรัพยากรน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่อาจนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้งอย่างรุนแรง“พูดตรง ๆ สิ่งที่ผมอยากทำมากที่สุดคือยึดน้ำมันของอิหร่าน แต่มีคนโง่บางคนในสหรัฐถามว่าทำไมต้องทำแบบนั้น” ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Financial Times
การยึดแหล่งน้ำมันของอิหร่านจะต้องใช้ปฏิบัติการทางทหารที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงการบุกและยึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่านและเป็นฐานทัพเรือของอิหร่านด้วย โดยทรัมป์ยอมรับว่าหากสหรัฐยึดเกาะดังกล่าว ก็อาจต้องประจำกำลังทหารอยู่ในพื้นที่เป็นระยะเวลาหนึ่ง
ทรัมป์ยังกล่าวว่าสงครามจะจบลงในไม่ช้า ท่ามกลางความกังวลว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอาจกลายเป็นปัญหาทางการเมืองของพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
อย่างไรก็ตามนโยบายของสหรัฐต่อสงครามยังส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากทรัมป์ผลักดันการเจรจาหยุดยิงกับอิหร่าน ขณะที่กองทัพสหรัฐกลับเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง โดยทรัมป์กล่าวว่าการเจรจาไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการใช้กำลังทหารเพิ่มเติม
เขากล่าวว่า “เรากำลังทำได้ดีมากในการเจรจา แต่คุณไม่มีทางรู้หรอกกับอิหร่าน เพราะเรามักจะเจรจากับพวกเขา แล้วสุดท้ายเราก็ต้องโจมตีพวกเขาอยู่ดี”
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐได้ส่งทหารหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง รวมถึงหน่วยยกพลขึ้นบก และกองกำลังจากหน่วยพลร่มที่ 82 (82nd Airborne)
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย และตุรกี ได้พบกันเพื่อหาทางยุติสงคราม แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีความคืบหน้าหรือไม่ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานกล่าวว่าทั้งสหรัฐและอิหร่านเชื่อมั่นให้ปากีสถานเป็นเจ้าภาพการเจรจาในอนาคต แม้ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ยืนยันว่าจะเข้าร่วมเจรจาโดยตรง
ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าสหรัฐได้บรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแล้ว หลังจากผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐในช่วงแรกของสงคราม และโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชาย ได้ขึ้นมารับตำแหน่งแทน
ทรัมป์กล่าวว่า “ตอนนี้เรากำลังเจรจากับคนกลุ่มใหม่ เป็นคนอีกกลุ่มหนึ่ง ผมจึงถือว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง และพูดตามตรง พวกเขาก็มีเหตุผลมาก”
อ้างอิง : www.bloomberg.com