โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบก. สั่งเอาผิดถึงที่สุดพวกกักตุนน้ำมัน ให้คลังน้ำมันรายงานสต๊อกรายวัน-ย้อนหลัง 1 เดือน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ศบก. เผยคืบหน้านายกฯ สั่งปูพรมตรวจสต็อกทั่วประเทศ บังคับใช้ระบบส่งข้อมูลติดตามน้ำมันรายวัน-ย้อนหลัง 1 เดือน ป้องกันกักตุน หากพบกักตุนน้ำมัน ดำเนินคดีเต็มที่

วันที่ 29 มีนาคม 2569 นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวถึงมาตรการด้านพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงว่า ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม (1-27 มี.ค.) น้ำมันดีเซลมีปริมาณการผลิตเฉลี่ย 82.21 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนปริมาณการจำหน่าย 82.99 ล้านลิตรต่อวัน การส่งออกเฉลี่ย 10.43 ล้านลิตรต่อวัน รวมจำหน่ายและส่งออก 87.42 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนของน้ำมันเบนซิน มีการผลิตเฉลี่ย 34.40 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการจำหน่าย 35.25 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการส่งออก 0.84 ล้านลิตรต่อวัน รวมจำหน่ายและส่งออก 36.09 ล้านลิตรต่อวัน สถานการณ์ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าปริมาณการผลิตและจำหน่ายน้ำมันดีเซลสูงกว่าช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านลิตรต่อวัน

กรมธุรกิจพลังงานย้ำว่า เห็นความสำคัญของความเชื่อมั่นต่อประชาชน ทั้งในประเด็นความเพียงพอของน้ำมันเชื้อเพลิง และการกระจายน้ำมันเชื้อเพลิง สิ่งที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง คือลงตรวจสอบพื้นที่จริง นอกเหนือจากรายงานที่ได้รับมา เพื่อตรวจสอบหน้างานว่ามีปริมาณน้ำมันอย่างไร

โดยในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม สิ่งที่ตรวจสอบคือตรวจสต็อกทั้งหมดของประเทศว่าปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศ มีปริมาณตามกฎหมายถูกต้องหรือไม่ ซึ่งในครั้งนั้นทางกรมฯ และสำนักงานพลังงานจังหวัด ได้ร่วมกันตรวจสอบ และพบว่ามีปริมาณเป็นไปตามกฎหมายกำหนด และมีปริมาณสอดคล้องกับรายงาน

นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัด เพื่อตรวจสอบสถานีบริการทั่วประเทศ พบว่ามีปั๊มน้ำมันบางส่วน หยุดให้บริการประมาณร้อยละ 10 จากตัวอย่างที่สำรวจประมาณ 3,000 แห่ง ซึ่งมีการเข้าไปตรวจสอบด้วยว่าปั๊มที่มีการปิดบริการนั้น มีน้ำมันสต็อกในถังหรือไม่ เพื่อให้มีความมั่นใจว่าไม่มีใครกักตุนน้ำมัน รวมถึงตรวจสอบจ๊อบเบอร์ และผู้ให้บริการรถขนส่งน้ำมันว่ามีพฤติการณ์ใดน่าสงสัยว่าเข้าข่ายกักตุนน้ำมันหรือไม่

หลังจากมีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ทางกรมฯ ได้มีการบูรณาการตรวจสอบร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการปกครอง และมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานกรมการปกครองทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดต่างๆ

นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบคลังน้ำมันที่ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เน้นย้ำว่าให้มีการจำหน่ายน้ำมันเต็มที่และพบว่าปัจจุบันมีการจำหน่ายน้ำมันให้กับประชาชนเป็นปกติ กระทรวงพลังงานออกประกาศให้มีการบังคับใช้ระบบ Fuel-DM (Fuel Distribution Monitoring) ให้ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานข้อมูลการรับ-จ่ายและเส้นทางขนส่งแบบวันต่อวัน เพื่อติดตามการเคลื่อนย้ายน้ำมันจากคลังต้นทางสู่ปลายทางอย่างละเอียด และส่งข้อมูลย้อนในช่วงเดือนที่ผ่านมาด้วยว่าได้มีการจำหน่ายน้ำมันให้ประชาชนอย่างเต็มที่หรือไม่

นอกจากนี้ยังมีการเปิด Fuel Now แอปพลิเคชัน ของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เพื่อให้บริการประชาชนเช็กสถานะสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ ตรวจสอบได้ว่าปั๊มไหนเปิด-ปิด มีน้ำมันชนิดใดเหลือบ้าง ร่วมกับแอปพลิเคชัน Pump radar ซึ่งพัฒนาโดยภาคประชาชน เพื่อร่วมกันจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมให้มีความสมบูรณ์

การดำเนินการดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและมีความมั่นใจว่ากรมธุรกิจพลังงานได้มีการกำกับดูแลให้มีการจ่ายน้ำมันอย่างเต็มที่ หากพบว่ามีการกักตุนน้ำมัน หรือต้องสงสัยจะดำเนินการตามกฎหมาย ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาพบว่ามีสถานที่ดำเนินการผิดกฎหมาย คือมีการเก็บน้ำมัน โดยไม่ได้รับอนุญาต และพบน้ำมันจำนวนประมาณ 30,000 ลิตร ใน 3 แห่ง และได้มีการแจ้งความดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว พร้อมย้ำว่าจะดำเนินการจนถึงที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศบก. สั่งเอาผิดถึงที่สุดพวกกักตุนน้ำมัน ให้คลังน้ำมันรายงานสต๊อกรายวัน-ย้อนหลัง 1 เดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...