โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลคะแนนเลือกตั้งจาก 94% ไปสู่คะแนน 100%: พบร่องรอยการจัดการปรับลดคะแนน และเพิ่มแต่ละพรรคไม่เท่ากัน

iLaw

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • iLaw

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดทำเว็บไซต์เพื่อเผยแพร่ผลคะแนนเลือกตั้งแบบ Real-time ผ่าน ect.go.th ซึ่งบนหน้าจอที่สื่อสารกับประชาชนระบุว่า แสดงผลการนับคะแนนไปแล้ว 94% ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 และหยุดการอัพเดทข้อมูลไว้เมื่อเวลา 15.51 น. โดยมีคะแนนในระบบแบ่งเขตจำนวน 34,527,431 คะแนน โดยการแสดงผลหน้าเว็บไซต์อ้างว่า เป็นคะแนน 94%

หลังจากนั้น 10 วัน ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. ได้เผยแพร่เอกสารผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 6/1) และแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 6/1 (บช.) บนเว็บไซต์ ect.go.th ซึ่งเป็นการเผยแพร่คะแนนที่เรียกได้ว่า 100% เป็นครั้งแรก แต่เผยแพร่ ในรูปแบบไฟล์ PDF แยกเป็นโฟลเดอร์รายจังหวัดและรายเขตเลือกตั้ง ไม่มีภาพรวมทั้งประเทศให้ดู และไม่ถึง 24 ชั่วโมงต่อมา กกต. ได้ประกาศปิดเว็บไซต์ ECT Report 69 ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 โดยให้เหตุผลว่าได้ประกาศผลการนับคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อครบทุกเขตแล้ว “จึงขอยุติการเผยแพร่ข้อมูลการแสดงผลผ่าน ECT Report 69 ตั้งแต่บัดนี้ และจะมีการรายงานผลแบบเป็นทางการในรูปแบบ Dashboard ในภายหลัง”

ต่อมาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานกกต. เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ สรุปข้อมูลว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นั้นมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 37,807,781 คน คิดเป็น 71.42% ซึ่งจากตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า การรายงานคะแนนถึงเวลา 15.51 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.51 ไม่ได้คิดเป็นอัตราส่วน 94% ตามที่กล่าวอ้างไว้บนเว็บไซต์ของกกต. แต่เป็นการรายงานคะแนนเพียง 91.32% และมีคะแนนอีกอย่างน้อย 3,280,362 คะแนน ที่ถูกเก็บไว้และไม่ถูกรายงาน

เว็บไซต์รายงานผลคะแนนเลือกตั้งของสำนักข่าวไทยพีบีเอสนำผลคะแนนจากเอกสาร ส.ส. 6/1 และส.ส. 6/1 (บช.) มาแสดงผลใหม่ให้ง่ายต่อการเข้าถึง แต่ยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่บ้าง iLaw จึงนำข้อมูลจากเอกสารของกกต. มาเรียบเรียงใหม่ให้สมบูรณ์เป็นตารางคะแนน 100% จากข้อมูลที่กกต. เผยแพร่ไว้ สำหรับให้ใช้งานต่อได้แทนเอกสารที่เป็น ไฟล์ PDF แยกเป็นหลายร้อยไฟล์

ในรายงานชิ้นนี้จะเป็นการเปรียบเทียบคะแนนสองชุด ที่แสดงให้เห็นความผิดปกติช่วงระยะเวลา “10 วัน อันตราย” โดยคะแนนที่กกต. ส่งให้กับสื่อมวลชน และที่ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ ect.go.th เมื่อเวลา 15.51 ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 จะเรียกว่า “คะแนน 94%” ตามการกล่าวอ้างบนเว็บไซต์ แม้ความจริงจะไม่ถึง 94% ก็ตาม และคะแนนจากเอกสาร ส.ส. 6/1 และส.ส. 6/1 (บช.) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 จะเรียกว่า “คะแนน 100%”

หากระบบการรายงานและการจัดการผลคะแนนเป็นไปโดยปกติ คะแนน 94% กับ คะแนน 100% ของผู้สมัครทุกคนและทุกพรรคการเมือง ในทุกเขตเลือกตั้งจะต้องแตกต่างกันและเพิ่มขึ้นประมาณ 6% หรือบวกลบเล็กน้อย แต่ข้อเท็จจริงจากการเปรียบเทียบคะแนนสองชุดนี้ไม่เป็นเช่นนั้น ผู้สมัครบางคนมีคะแนนเพิ่มขึ้นมากอย่างผิดสังเกต และคะแนนจากเขตเลือกตั้งบางแห่ง “ลดลง” มีคะแนน 100% น้อยกว่าคะแนน 94%

จากผลคะแนนเลือกตั้ง 94% สู่คะแนน 100%

เมื่อเปรียบเทียบคะแนน 94% จากยอดรวมในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 บนเว็บไซต์ ECT Report กับคะแนน 100% ที่เป็นการผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการผ่านเอกสารส.ส.6/11 และ 6/11 บช. มีการเปลี่ยนแปลงคะแนนเพิ่มขึ้นทั้งหมด 6,111,156 คะแนน แบ่งเป็นคะแนน สส. ระบบแบ่งเขต 3,007,017 คะแนน และคะแนนระบบบัญชีรายชื่อ 3,104,139 คะแนน

โดยแต่ละพรรคได้คะแนนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 7-8% จากคะแนนที่มีทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมที่คะแนนที่ถูกรายงานวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 คิดเป็นประมาณ 91% ของคะแนนที่ถูกรายงาน 100% อีก 10 วันให้หลัง โดยพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้น 5 อันดับแรกในระบบแบ่งเขต ได้แก่ พรรคประชาชน 1,037,066 คะแนน พรรคภูมิใจไทย 806,658 คะแนน พรรคเพื่อไทย 488,702 คะแนน พรรคกล้าธรรม 267,921 คะแนน และพรรคประชาธิปัตย์ 176,250 คะแนน โดยพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนในระบบแบ่งเขตรวมแล้วสูงที่สุด แต่พรรคประชาชนเป็นพรรคที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้นในความแตกต่างชุดนี้มากที่สุด

พรรค คะแนนเขต 94% คะแนนเขต 100% ผลต่าง ประชาชน 7,831,074 8,868,140 +1,037,066 ภูมิใจไทย 9,969,289 10,775,947 +806,658 เพื่อไทย 5,773,665 6,262,367 +488,702 กล้าธรรม 3,840,876 4,108,797 +267,921 ประชาธิปัตย์ 2,009,074 2,185,324 +176,250

สำหรับคะแนนระบบบัญชีรายชื่อ 5 พรรคที่มีการเพิ่มขึ้นของคะแนนมากที่สุด ได้แก่ พรรคประชาชน 1,265,364 คะแนน พรรคภูมิใจไทย 513,541 คะแนน พรรคเพื่อไทย 427,859 คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ 290,832 คะแนน และพรรคเศรษฐกิจ 87,602 คะแนน

พรรค คะแนนบัญชีรายชื่อ 94% คะแนนญชีรายชื่อ 100% ผลต่าง ประชาชน 9,777,951 11,043,315 +1,265,364 ภูมิใจไทย 5,954,535 6,468,076 +513,541 เพื่อไทย 5,147,600 5,575,459 +427,859 ประชาธิปัตย์ 3,651,026 3,941,858 +290,832 เศรษฐกิจ 1,045,452 1,133,054 +87,602

นอกจากคะแนนของพรรคการเมืองที่เพิ่มขึ้นแล้ว ความแตกต่างในการปรับปรุงคะแนนเป็น 100% ทำให้ยอดผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นทั้งหมด 3,280,362 คน โดยผลรวมสุดท้ายที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่เท่ากัน โดยผู้มาใช้สิทธิเลือกสส.แบบแบ่งเขตมีจำนวน 37,807,822 คน มากกว่าผู้มาใช้สิทธิเลือกกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ 37,807,818 คน ด้วยส่วนต่างทั้งหมด 4 คน แม้ในวันเลือกตั้งเราทุกคนจะได้รับบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบพร้อมกันก็ตาม

การปรับปรุงคะแนนจาก 94% เป็นคะแนน 100% มีการปรับปรุงจำนวนผู้มาใช้สิทธิอย่างเห็นได้ชัด จำนวนผู้มาใช้สิทธิในระบบแบ่งเขต ถูกปรับเพิ่มขึ้น 3,280,391 คน ขณะที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิระบบบัญชีรายชื่อถูกปรับเพิ่มขึ้น 3,318,270 คน จำนวนที่ต่างกันในการปรับขึ้นทำให้ยอดรวมผู้มาใช้สิทธิของบัตรทั้งสองใบจากที่เคยแตกต่างกันมาเมื่อประกาศคะแนน 94% แตกต่างกันน้อยลง หรือเป็นการแก้ไขจำนวน “บัตรเขย่ง” ให้ลดลงอยู่ในจำนวนหลักหน่วยเท่านั้น

รายการ 94%(9กพ) 100% ผลต่าง สส.แบ่งเขต ผู้มาใช้สิทธิ์ 34,527,431 37,807,822 +3,280,391 บัตรดี (valid) 31,855,158 34,862,091 +3,006,933 บัตรเสีย 1,231,043 1,337,452 +106,409 ไม่เลือกผู้ใด 1,441,230 1,608,250 +167,020 ผลรวมบัตร 34,527,431 37,807,793 +3,280,362 บัญชีรายชื่อ ผู้มาใช้สิทธิ์ 34,489,548 37,807,818 +3,318,270 บัตรดี (valid) 31,927,648 35,030,596 +3,102,948 บัตรเสีย 1,553,425 1,669,094 +115,669 ไม่เลือกพรรค 1,008,475 1,108,119 +99,644 ผลรวมบัตร 34,489,548 37,807,809 +3,318,261

ปรากฏการณ์ช็อค คะแนนรวม 100% น้อยกว่า 94% กระทบทุกพรรค

จากการนำผลคะแนน 94% ของผู้สมัครทุกคนและทุกพรรคการเมืองมาเปรียบเทียบกับของคะแนน 100% พบว่า ไม่ใช่ทุกคนและทุกพรรคการเมืองที่จะได้คะแนนเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนประมาณ 6% เท่านั้น แต่คะแนนจากระบบแบ่งเขตพบว่า ผู้สมัครอย่าง 40 ราย ใน 15 เขตเลือกตั้ง ครอบคลุม 14 จังหวัด มีคะแนน 100% น้อยกว่าคะแนน 94%

ขณะที่คะแนนจากระบบบัญชีรายชื่อพบว่า คะแนน 100% น้อยกว่า คะแนน 94% อย่างน้อย 378 กรณี ใน 125 เขตเลือกตั้ง จาก 52 จังหวัดทั่วประเทศ กระทบกับ 56 พรรคการเมืองจากที่ลงสมัครรับเลือกตั้งรอบนี้ 57 พรรคการเมือง พรรคการเมืองเดียวที่คะแนนไม่ได้ลดลงเลย คือ พรรคไทยชนะ

จากคะแนนที่ประกาศ 94% ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 มาสู่คะแนนที่ประกาศ 100% ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 มีการ “ปรับลด” ลงเท่าที่ตรวจพบ 25,167 คะแนน เป็นคะแนนจากระบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียว) 9,780 คะแนน และคะแนนจากระบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) 15,387 คะแนน ซึ่งข้อเท็จจริงนี้แสดงให้เห็นถึงความ “ไม่ปกติ” ในระบบการรายงานคะแนน และเป็นหลักฐานว่า ระหว่างช่วงเวลา 10 วันนี้ กกต. ไม่ได้เพียงเก็บคะแนนส่วนที่เหลือไว้เฉยๆ แต่มีระบบการจัดการที่มีคนเข้าไปแทรกแซงปรับแก้ไขคะแนนที่เก็บเอาไว้จำนวนอย่างน้อย 3,280,362 คะแนนนี้ และเมื่อจัดการแก้ไขเสร็จแล้วก็จึงประกาศให้ประชาชนทราบ เพราะหากไม่มีการเข้าไปจัดการแก้ไข คะแนน 100% ย่อมต้องเพิ่มมขึ้นจากคะแนน 94% หรือเท่ากัน แต่เมื่อข้อเท็จจริงพบว่า มีคะแนนส่วนที่ลดลง จึงแสดงว่าเกิดจากการเข้าแทรกแซงแก้ไขที่ไม่เป็นธรรมชาติ

คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาชนถูกปรับลดเยอะสุด พรรคภูมิใจไทยลดนิดเดียว

พรรคการเมืองที่ถูกปรับลดคะแนนในช่วงเวลานี้มากที่สุด ทั้งคะแนนระบบแบ่งเขตและคะแนนระบบบัญชีรายชื่อคือ “พรรคประชาชน” ถูกลดคะแนนบัญชีรายชื่อ 6,378 คะแนน คิดเป็น 41.4% ของคะแนนระบบบัญชีรายชื่อที่ถูกปรับลดทั้งหมด จาก 5 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ บุรีรัมย์ เขต 2 (−2,639), หนองบัวลำภู เขต 1 (−2,525), นครราชสีมา เขต 14 (−926), นนทบุรี เขต 8 (−231) และกรุงเทพมหานคร เขต 30 (−57)

อันดับสอง คือ พรรคเป็นธรรม คะแนนระบบบัญชีรายชื่อ ลดลง 1,489 คะแนน คิดเป็น 9.6% อันดับสาม คือ พรรคไทยพร้อม คะแนนระบบัญชีรายชื่อ ลดลง 1,073 คะแนน คิดเป็น 6.9 % อันดับสี่ คือ พรรคประชาไทย คะแนนระบบบัญชีรายชื่อ ลดลง 716 คะแนน คิดเป็น 4.6% ของคะแนนระบบบัญชีรายชื่อที่ถูกปรับลดทั้งหมด

แม้ว่า พรรคประชาชนจะได้คะแนนจากระบบบัญชีรายชื่อมากที่สุดที่ 11,043,309 คะแนน แต่ปริมาณคะแนนที่พรรคได้รับทั้งหมดไม่ได้มีความสัมพันธ์กับสัดส่วนคะแนนที่ถูกปรับลด เพราะพรรคที่ถูกปรับลดคะแนนมากเป็นอันดับที่ 2-4 ได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อไม่มาก อยู่ในหลักหมื่นคะแนนเท่านั้น แต่กลับถูกปรับลดคะแนนจำนวนมาก ขณะที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคที่ได้คะแนนจากระบบบัญชีรายชื่อสูงเป็นอันดับ 2 รองจากพรรคประชาชนที่ 6,468,073 คะแนน กลับถูกปรับลดคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อเพียง 349 คะแนน คิดเป็น 2.3% ของคะแนนระบบบัญชีรายชื่อที่ถูกปรับลดทั้งหมด

พรรคการเมืองขนาดใหญ่อื่นที่มีคะแนนถูกปรัดลดลงในระบบบัญชีรายชื่อพบว่า พรรคภูมิใจไทยถูกปรับลด 349 คะแนน จาก 2 เขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยถูกปรับลด 305 คะแนน จาก 4 เขตเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ถูกปรับลด 122 คะแนน จาก 4 เขตเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐถูกปรับลด 95 คะแนน จาก 9 เขตเลือกตั้ง

▌ แบบบัญชีรายชื่อ — คะแนนพรรคที่ลดลง 94%→100% อันดับ พรรคการเมือง คะแนนที่ลด จำนวนเขตที่ถูกลด 1 ประชาชน -6,378 5 2 เป็นธรรม -1,489 13 3 ไทยพร้อม -1,073 22 4 ประชาไทย -716 7 5 เสรีรวมไทย -408 5 6 รวมพลังประชาชน -389 5 7 ไทยก้าวหน้า -386 7 8 ภูมิใจไทย -349 2 9 ไทรวมพลัง -347 8 10 สังคมประชาธิปไตย -315 10 11 เพื่อไทย -305 4 12 พลังธรรมใหม่ -291 8 13 โอกาสใหม่ -287 10 14 รักชาติ -273 6 15 มิติใหม่ -226 9 16 ไทยสร้างไทย -158 6 17 คลองไทย -125 11 18 ประชาธิปัตย์ -122 4 19 พลังเพื่อไทย -114 6 20 ไทยธรรม -110 14 21 ประชาธิปไตยใหม่ -109 3 22 ปวงชนไทย -107 5 23 เพื่อชาติไทย -106 2 24 ไทยทรัพย์ทวี -95 5 25 พลังประชารัฐ -95 9 26 แรงงานสร้างชาติ -77 4 27 เศรษฐกิจ -75 4 28 ฟิวชัน -70 8 29 เพื่อบ้านเมือง -69 5 30 พลวัต -62 7 31 ประชาชาติ -61 4 32 กล้าธรรม -59 5 33 ใหม่ -58 4 34 ไทยก้าวใหม่ -53 6 35 สร้างอนาคตไทย -53 6 36 รวมไทยสร้างชาติ -44 3 37 ก้าวอิสระ -41 12 38 ครูไทยเพื่อประชาชน -35 5 39 แผ่นดินธรรม -33 15 40 ไทยภักดี -31 5 41 ทางเลือกใหม่ -31 8 42 ประชาอาสาชาติ -18 10 43 เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย -17 13 44 ประชากรไทย -14 2 45 ไทยพิทักษ์ธรรม -13 11 46 ท้องที่ไทย -12 6 47 พร้อม -12 9 48 รวมใจไทย -11 2 49 ความหวังใหม่ -11 4 50 เพื่อชีวิตใหม่ -11 7 51 พลังไทยรักชาติ -10 7 52 กรีน -9 4 53 ไทยรวมไทย -9 5 54 วิชชั่นใหม่ -7 4 55 พลังสังคมใหม่ -5 5 56 อนาคตไทย -3 2 รวมทั้งหมด -15,387 378

ข้อค้นพบอีกประเด็นหนึ่ง คือ หลายเขตเลือกตั้งมีกรณีที่พรรคการเมืองขนาดเล็กที่มีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ได้รับที่นั่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อ ถูกปรับลดคะแนนในจำนวนน้อยมากหลักหน่วยถึงหลักสิบ ซึ่งหาก กกต. จะอ้างว่า การปรับแก้ไขคะแนนนั้นเป็นไปเพื่อแก้ไขความผิดพลาดเล็กน้อยจากการกระทำส่วนบุคคล (Human Error) การจะตรวจสอบพบความผิดพลาดได้ก็น่าจะต้องมีเหตุที่ผิดปกติให้ตรวจสอบ เช่น มีบางพรรคการเมืองได้คะแนนเยอะมากจนผิดสังเกต หรือน้อยจนผิดสังเกต หรือมีคะแนนมากกว่าบัตรดี จึงต้องเข้าไปตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง ยังไม่มีคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผลให้เข้าใจได้ว่า การตรวจสอบทุกๆ หนึ่งคะแนนนั้นดำเนินการอย่างไร การแก้ไขตัวเลขจำนวนน้อยๆ ในปริมาณความถี่สูงๆ เกิดขึ้นภายใต้ระบบการตรวจสอบแบบใด ใครเป็นผู้ที่ตรวจสอบจนทราบความผิดพลาดและแจ้งเรื่องให้แก้ไขการรายงานคะแนนของพรรคการเมืองขนาดเล็กที่อาจจะรายงานเกินไปแม้เพียงหนึ่งคะแนน

พบกรณีที่พรรคการเมืองขนาดเล็กถูกปรับลดเพียง 1 คะแนน ถึง 125 กรณี เช่น พรรคเพื่อบ้านเมือง ถูกปรับลดคะแนนที่กรุงเทพมหานคร เขต 3 จาก 13 คะแนน เป็น 12 คะแนน พรรคแผ่นดินธรรม ถูกปรับลดคะแนนที่นนทบุรี เขต 2 จาก 7 เป็น 6 คะแนน พรรคประชาอาสาชาติ ถูกประบลดคะแนนที่เชียงราย เขต 1 จาก 6 เป็น 5 คะแนน พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ถูกปรับลดคะแนนที่นครศรีธรรมราช เขต 1 จาก 6 เป็น 5 คะแนน

คะแนนแบบแบ่งเขต พรรคประชาชนถูกลดเยอะสุด แต่คะแนนที่ลดไม่เป็นผลให้เปลี่ยนผู้ชนะ

จากการเปรียบเทียบคะแนนของผู้สมัครทุกคนจากทุกเขตเลือกตั้ง ระหว่างคะแนน 94% กับคะแนน 100% พบว่า มี 40 เขตเลือกตั้งที่คะแนนของผู้สมัครบางคนในเขตนั้นถูก “ปรับลด” ลงในช่วงเวลานี้ ซึ่งบางเขตเลือกตั้งผู้สมัครถูกปรับลดคะแนนพร้อมกันหลายคน เช่น บุรีรัมย์ เขต 2 ผู้สมัครถูกปรับลดคะแนน 8 จาก 9 คน นนทบุรี เขต 8 ผู้สมัครถูกปรับลดคะแนน 7 จาก 11 คน ขอนแก่นเขต 6 ผู้สมัครถูกปรับลดคะแนน 5 จาก 8 คน โดยไม่มีเขตเลือกตั้งในเลยที่คะแนนของผู้สมัครถูกปรับลด “ทุกคน” ในช่วงเวลานี้

ภาพรวมของความแตกต่างระหว่างคะแนน 94% กับคะแนน 100% ในระบบแบ่งเขตก็พบว่า ผู้สมัครจากพรรคประชาชนเป็นพรรคที่ถูกปรับลดคะแนนมากที่สุด ที่ 6 คน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรมถูกปรับลดคะแนน พรรคละ 5 คน ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐถูกปรับลดคะแนน พรรคละ 4 คน โดยพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองใหญ่พรรคเดียวที่มีผู้สมัครถูกปรับละคะแนน 1 คน

ข้อสังเกต คือ การเปลี่ยนแปลงคะแนนจาก 94% ไปเป็นคะแนน 100% แม้จะมีหลายเขตที่ปรากฏการปรับลดคะแนน แต่ไม่มีผลให้เปลี่ยนแปลงตัวผู้ชนะการเลือกตั้งในเขตนั้น

ผู้สมัครที่ถูกปรับลดคะแนนเยอะที่สุดในช่วงเวลานี้ คือ วิทธิลักษณ์ จันทร์ธนสมบัติ จากพรรคประชาชน ผู้สมัครจังหวัดบุรีรัมย์ เขต 2 ถูกปรับลด 2,230 คะแนน จาก 13,625 เป็น 11,395 คะแนน ผู้สมัครที่ถูกปรับลดคะแนนเยอะเป็นอันสอง คือ สุชาดา บัวพันธ์ จากพรรคประชาชน ผู้สมัครจังหวัดอุทัยธานี เขต 2 ถูกปรับลด 1,467 คะแนน จาก 10,529 เป็น 9,062 คะแนน ผู้สมัครที่ถูกปรับลดคะแนนเยอะเป็นอันดับสาม คือ กัญญาวีร์ จารุสัมพันธ์กนก จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้สมัครกรุงเทพมหานคร เขต 32 ถูกปรับลด 1,418 คะแนน จาก 2,847 เป็น 1,429 คะแนน เป็นการปรับลดเกือบครึ่งของคะแนนที่ได้รับสุดท้าย

ผู้สมัครคนเดียวจากพรรคภูมิใจไทยที่ถูกปรับลดคะแนน คือ อดุลย์ จันทร์แก้ว ผู้สมัครจังหวัดนนทบุรี เขต 8 ถูกปรับลด 817 คะแนน จาก 27,663 เป็น 26,846 คะแนน ซึ่งถือเป็นการปรับลดในอัตราส่วนน้อยมากๆ เพียง 3% ของคะแนนที่ได้รับสุดท้าย ขณะที่ผู้ชนะในเขตนี้ คือ นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ จากพรรคประชาชน ถูกปรับลดน้อยกว่าที่ 118 คะแนน จาก 36,749 เป็น 36,631 คะแนน ซึ่งเป็นคนเดียวที่ชนะการเลือกตั้งในระบบแบบแบ่งเขต และยังถูกปรับลดคะแนนในช่วงเวลานี้

▌คะแนนระบบแบ่งเขตที่ถูก “ปรับลด” ระหว่าง 94%→100% (378 รายการ | 56 พรรค) เรียงจากลดมากสุดไปน้อยสุด | เปรียบเทียบ: 94% = ECT snapshot สุดท้าย 9 ก.พ. 15:51 | 100% = ผล กกต. อย่างเป็นทางการ จังหวัด เขต ชื่อผู้สมัคร พรรค คะแนน 94% คะแนน 100% ผลต่าง บุรีรัมย์ 2 นายวิทธิลักษณ์ จันทร์ธนสมบัติ ประชาชน 13,625 11,395 -2,230 อุทัยธานี 2 นางสาวสุชาดา บัวพันธ์ ประชาชน 10,529 9,062 -1,467 กรุงเทพมหานคร 32 นางสาวกัญญาวีร์ จารุสัมพันธ์กนก รวมไทยสร้างชาติ 2,847 1,429 -1,418 พะเยา 1 นายวิชัย ไชยมงคล เพื่อไทย 2,286 1,228 -1,058 นนทบุรี 8 นายอดุล จันทร์แก้ว ภูมิใจไทย 27,663 26,846 -817 นครราชสีมา 14 นายหนึ่ง ขัติยะนนท์ ประชาชน 29,772 29,003 -769 กรุงเทพมหานคร 32 นายปารเมศ เอี่ยมศิลา กล้าธรรม 659 435 -224 นครศรีธรรมราช 7 นายพลวรรฒน์ ธรรมโสภณ เศรษฐกิจ 776 598 -178 นนทบุรี 8 นายวัชรพล เจริญนนทสิทธิ์ กล้าธรรม 5,511 5,349 -162 บุรีรัมย์ 2 นายปรัญชญา ตรีกาญจนา เพื่อไทย 3,701 3,555 -146 หนองบัวลำภู 1 นายทองคำ บุญประทุม ประชาธิปไตยใหม่ 579 451 -128 นนทบุรี 8 นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ประชาชน 36,749 36,631 -118 ขอนแก่น 6 นายสำราญ ศรีภา พลังประชารัฐ 1,552 1,452 -100 บุรีรัมย์ 2 นายปัญจะ จำลองชาติ ประชากรไทย 790 691 -99 อุบลราชธานี 6 นายชาญ การเพียร ประชาธิปัตย์ 532 437 -95 บุรีรัมย์ 2 นายสัญชัย ทะนานทอง ประชาธิปัตย์ 739 653 -86 สตูล 1 นายณัฐพล สาดอาหลี เพื่อไทย 1,659 1,582 -77 บุรีรัมย์ 2 นายตี๋ แก้วสีจันทร์ รวมไทยสร้างชาติ 559 491 -68 เชียงใหม่ 10 นายธวัชชัย แสงสว่าง พลังประชารัฐ 753 687 -66 บุรีรัมย์ 2 นายกาจ ทุมสิทธิ์ เศรษฐกิจ 1,109 1,043 -66 บุรีรัมย์ 2 นายมนัสชัย โพธิ์แก้ว ปวงชนไทย 605 549 -56 หนองบัวลำภู 1 นายบุญเรือง เขื่อนตีนกง ไทยก้าวใหม่ 242 189 -53 นนทบุรี 8 นายเดชาวัจน์ รดีฉัตรภิรมย์ ประชาธิปัตย์ 4,301 4,255 -46 นครปฐม 3 นายวันชนะ วงษ์พรพันธุ์ ประชาชน 21,777 21,739 -38 ขอนแก่น 6 นายอภิชัย ชาตะมีนา ประชาชน 14,408 14,374 -34 บุรีรัมย์ 2 นางสาวรุ้งไพลิน ปิ่นอนันต์สกุล กล้าธรรม 231 199 -32 นนทบุรี 8 นายมนูญ พรหมลักษณ์ พลังประชารัฐ 881 852 -29 หนองบัวลำภู 1 นายวุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์ พลังประชารัฐ 1,329 1,303 -26 กรุงเทพมหานคร 30 นายกิตติพัทธ์ เตชะพกาพงษ์ ปวงชนไทย 465 441 -24 แม่ฮ่องสอน 2 นายสติ ทรัพย์ทวีพันธ์ ประชาธิปัตย์ 1,017 998 -19 กรุงเทพมหานคร 30 นางสาวภูชิตา แก้วมโนรมย์ พลวัต 402 388 -14 นนทบุรี 8 นางสาวสุธาพร จีนสุข ทางเลือกใหม่ 340 331 -9 กรุงเทพมหานคร 30 นายเอกรัฐ อิทธิไกวัล กล้าธรรม 462 456 -6 นครปฐม 3 ว่าที่ร้อยตรีวัยวัฒน์ อินทร์ณรงค์ พลวัต 1,309 1,303 -6 ขอนแก่น 6 นางสาวพลอยไพลิน เกียรติสุรนนท์ เพื่อไทย 19,305 19,300 -5 นครปฐม 3 นายอัษฎาวุธ จิตตคุตตานนท์ กล้าธรรม 657 653 -4 ขอนแก่น 6 นายนิติศาสตร์ กุลน้อย ประชาธิปัตย์ 720 717 -3 กรุงเทพมหานคร 30 นางสาวชมกมล วงศ์ชุติโรจน์ รักชาติ 336 334 -2 ขอนแก่น 6 นายลานบุญ สีลา ไทยก้าวใหม่ 144 143 -1 นนทบุรี 8 นายธีร์วริศ ธรรมนารักษ์ ฟิวชัน 461 460 -1

ทั้งนี้ เมื่อนำสถิติการปรับลดคะแนนทุกช่วงเวลาตลอดการรายงานผลคะแนน ทั้งระบบบัญชีรายชื่อ และระบบแบ่งเขตมารวมกัน จะพบว่าในการรายงานคะแนนผลการเลือกตั้ง 69 นับตั้งแต่เริ่มนับคะแนนแรกในวันที่ 8 กุมภาพันธ์จนถึงผลคะแนนอย่างเป็นทางการมีคะแนนถูกลดทั้งสิ้น 279,102 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนของพรรคประชาชนไปแล้ว 115,002 คะแนน คิดเป็น 41% จากคะแนนทั้งหมดที่ถูกลด

จำนวนผู้มาใช้สิทธิก็ถูกลด บัตรดี 100% น้อยกว่า 94% ใน 4 เขต

การที่กกต. อ้างว่า รายงานคะแนนเพียง 94% อย่างไม่เป็นทางการก่อน แต่ความจริงรายงานคะแนนไม่ถึง 94% ตามที่กล่าวอ้าง และเก็บคะแนนกว่า 3 ล้านคะแนนเอาไว้ก่อนเป็นเวลา 10 วัน คาดหมายว่า เมื่อประกาศคะแนนครบทั้ง 100% ทุกเขตเลือกตั้งจะต้องมีจำนวนคะแนนรวมเพิ่มขึ้น แต่ปรากฏว่า มีอย่างน้อย 4 เขตเลือกตั้งที่มีจำนวนคะแนนรวมลดน้อยลง และมีการ “ปรับลด” จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตนั้นๆ ได้แก่

  • นนทบุรี เขต 8 ผู้มาใช้สิทธิแบบแบ่งเขต ลดลง 1,543 คน ผู้มาใช้สิทธิแบบบัญชีรายชื่อ ลดลง 1,297 คน

  • บุรีรัมย์ เขต 2 ผู้มาใช้สิทธิแบบแบ่งเขต ลดลง 1,014 คน ผู้มาใช้สิทธิแบบบัญชีรายชื่อ ลดลง 1,089 คน

  • ขอนแก่น เขต 6 ผู้มาใช้สิทธิแบบแบ่งเขต ลดลง 161 คน ผู้มาใช้สิทธิแบบบัญชีรายชื่อ ลดลง 27 คน

  • หนองบัวลำภู เขต 1 ผู้มาใช้สิทธิแบบบัญชีรายชื่อ ลดลง 923 คน

ตารางแสดงจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่ลดลง เปรียบเทียบ 94%-100% ก) สส.แบ่งเขต — 3 เขต ที่ผู้ใช้สิทธิ ลดลง จังหวัด เขต ผู้ใช้สิทธิ 94% ผู้ใช้สิทธิ 100% ผู้ใช้สิทธิลดลง บัตรดี 94% บัตรดี 100% นนทบุรี 8 98,052 96,509 -1,543 90,231 88,860 บุรีรัมย์ 2 82,670 81,656 -1,014 75,769 75,055 ขอนแก่น 6 86,315 86,154 -161 80,055 79,916 ข) สส.บัญชีรายชื่อ (รายเขต) — 4 เขต ที่ผู้ใช้สิทธิลดลง จังหวัด เขต ผู้ใช้สิทธิ 94% ผู้ใช้สิทธิ 100% ผู้ใช้สิทธิลดลง บัตรดี 94% บัตรดี 100% นนทบุรี 8 97,806 96,509 -1,297 91,914 90,783 บุรีรัมย์ 2 82,745 81,656 -1,089 76,908 75,773 หนองบัวลำภู 1 92,386 91,463 -923 86,113 85,052 ขอนแก่น 6 86,181 86,154 -27 79,094 79,070

อย่างไรก็ตาม แม้ใน 4 เขตดังกล่าวจะมีการลดทั้งคะแนนรวม และลดจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงพร้อมกัน แต่สำหรับบุรีรัมย์ เขต 2 และหนองบัวลำภู เขต 1 พบว่า คะแนนที่ถูกลดมีจำนวนมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่หายไปกว่า 2 เท่า กล่าวคือ บุรีรัมย์ เขต 2 มีคะแนนจากระบบแบ่งเขตที่ถูกปรับลดลงอย่างน้อย -2,783 คะแนน แต่จำนวนผู้ใช้สิทธิลดลง -1,014 คน มีคะแนนจากระบบบัญชีรายชื่อที่ถูกปรับลดอย่างน้อย -2,775 คะแนน แต่จำนวนผู้ใช้สิทธิลดลง -1,089 คน ส่วนหนองบัวลำภู เขต 1 มีคะแนนจากระบบบัญชีรายชื่อที่ถูกปรับลดลงอย่างน้อย -2,540 คะแนน แต่จำนวนผู้ใช้สิทธิลดลง -923 คน

พรรคประชาชนคะแนนผันผวนมากที่สุด ทั้งเพิ่มและลดโดดเด่นกว่าพรรคอื่น

การเปลี่ยนแปลงระหว่างคะแนน 94% กับคะแนน 100% ตามการรายงานของกกต. พรรคประชาชน เป็นพรรคที่มีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของคะแนนมากที่สุด และก็ถูกลดคะแนนมากที่สุดทั้งสองทาง

จากคะแนน 94% ที่ปรากฏในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อคำนวณสัดส่วนเทียบกับผลคะแนน 100% พบว่าคะแนน 94% นั้น พบว่าเป็นการรายงานคะแนนเพียง 91% เท่านั้น หมายความว่า ถ้านำคะแนนจากวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 มาเปรียบเทียบกับคะแนน 100% ที่ประกาศเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 แต่ละพรรคควรมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของคะแนนประมาณ 8-9%

แต่จากข้อมูลปรากฏว่า พรรคประชาชนกลับมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของคะแนนอยู่ที่ 13% หรือ 2,302,430 คะแนน แบ่งเป็นคะแนนแบบแบ่งเขต 1,037,066 คะแนน และคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ 1,265,364 คะแนน ทำให้พรรคประชาชนได้ที่นั่งเพิ่ม 4 ที่นั่ง จากการพลิกกลับมาชนะในระบบแบ่งเขตใน 3 เขต ได้แก่ อุดรธานี เขต 1, อุดรธานี เขต 7, แพร่ เขต 3 และได้ที่นั่งสส.แบบบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ที่นั่ง หลังจากประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ

ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบคะแนน 94% กับคะแนน 100% ของพรรคการเมืองใหญ่พรรคอื่นพบว่า สัดส่วนการเพิ่มขึ้นของคะแนนอยู่ที่ 8-9% ตามที่ควรจะเป็น เช่น คะแนนของพรรคภูมิใจไทย ในระบบบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้น 8.09% ในระบบแบ่งเขตเพิ่มขึ้น 8.62% คะแนนของพรรคเพื่อไทยในระบบบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้น 8.46%

ในระบบแบ่งเขตเพิ่มเขึ้น 8.31%

พรรค ผลต่างคะแนนบัญชีรายชื่อ (94 → 100) ผลต่างคะแนนแบ่งเขต (94 → 100) ภูมิใจไทย +8.09% +8.62% ประชาชน +13.24% +12.94% เพื่อไทย +8.46% +8.31% กล้าธรรม +6.98% +7.05% ประชาธิปัตย์ +8.77% +7.97% พลังประชารัฐ +8.16% +8.57% รวมไทยสร้างชาติ +6.29% +8.66%

การนับคะแนนเริ่มขึ้นหลังจากปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17.00 ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งโดยปกติการนับคะแนนในแต่ละหน่วยใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมง หากมีการนับใหม่ ก็จะใช้เวลาเพิ่มอีก 2-3 ชั่วโมง ทำให้การนับคะแนนทั้งหมดควรเสร็จสิ้นไม่เกินช่วงดึกของคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แและนับเสร็จสิ้นทุกหน่วยก่อนที่คะแนนบนหน้า ECT Report จะถูกรายงานครบ 94% ในเวลา 15.51 น. ของวันต่อมา และในระบบ ECT Report ก็ต้องมีคะแนนดิบจากทุกหน่วยเลือกตั้งรายงานเข้ามาเป็นฐานข้อมูลแล้ว แต่ระบบถูกตั้งค่าไว้ให้ “กักคะแนน” บางส่วนไว้เพื่อจงใจแสดงผลคะแนนไม่เกินร้อยละ 95 ตามที่กกต. ต้องการ

แต่เมื่ออีก 10 วันให้หลังมีการประกาศคะแนน 100% แล้วพบว่า สัดส่วนคะแนนของพรรคการเมืองหนึ่งพรรคถูกรายงานน้อยที่สุด โดยมีคะแนนปรับเปลี่ยนทั้งเพิ่มและลดลงมากที่สุด แตกต่างอยู่พรรคเดียว จึงนำมาซึ่งสมมติฐานว่า อาจมีการตั้งค่าระบบ ECT Report หรือมีกระบวนการจัดการให้คะแนนของพรรคการเมืองนี้ถูกรายงานน้อยและช้ากว่าพรรคการเมืองอื่น

เมื่อนำข้อมูลคะแนนที่ถูกรายงาน 94% มาเทียบกับผลคะแนน 100% ผ่านเครื่องมือทางสถิติที่ชื่อว่า OLS Regression หรือ Ordinary Least Squares Regression เพื่อหา "เส้นค่าเฉลี่ย" ที่ลากผ่านข้อมูลทั้งหมด ที่เป็นเส้นตรงที่อยู่ตรงกลางของชุดข้อมูลการเปลี่ยนแปลงระหว่างคะแนน 94% กับคะแนน 100% และนำคะแนนของแต่ละพรรคการเมืองวางลงไปบนเส้นค่าเฉลี่ยนี้ หากจุดข้อมูลมีการเรียงตัวเรียงกันเป็นเส้นหมายความว่ามีแนวโน้มที่การรายงานคะแนนของพรรคการเมืองนั้นจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันกับการรายงานคะแนนของพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งหมด หากคะแนนของพรรคการเมืองใดหรือเขตการเลือกตั้งใดแตกต่างและอยู่ห่างจากเส้นค่าเฉลี่ยมาก ก็แสดงว่า คะแนนของพรรคการเมืองนั้นในเขตเลือกตั้งนั้นๆ มีความผิดปกติแตกต่างไปจากพรรคการเมืองอื่น

แต่ถ้าจุดข้อมูลของพรรคการเมืองหนึ่งๆ แตกต่างจากเส้นค่าเฉลี่ย แต่เรียงตัวกันเป็นเส้นตรงของตัวเอง ที่ห่างจากเส้นค่าเฉลี่ยในระดับใกล้เคียงกัน ก็อาจจะหมายความว่า การรายงานคะแนนของพรรคการเมืองนั้นถูกจัดทำโดยแตกต่างไปจากพรรคอื่นอย่างเป็นระบบเมื่อนำข้อมูลคะแนนของทุกพรรคการเมือง จากระบบการรายงานคะแนนบนเว็บไซต์ ECT Report มาวางเป็นกราฟที่มี “เส้นค่าเฉลี่ย” พบว่า คะแนนของพรรคการเมืองต่างๆ เกาะกลุ่มกันบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย สะท้อนว่าการรายงานคะแนนทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตของแต่ละพรรคการเมืองต่างๆ เป็นไปตามสัดส่วนแบบเดียวกัน ยกเว้นคะแนนของพรรคประชาชน

จากกราฟที่ปรากฏ เป็นกราฟแสดงความแตกต่างของคะแนน 94% กับคะแนน 100% โดยคำนวนด้วย OLS Regression คะแนนของแต่ละพรรคการเมืองจะปรากฏเป็นจุดสีต่างๆ เช่น พรรคภูมิใจไทยเป็นจุดสีน้ำเงิน พรรคเพื่อไทยเป็นจุดสีแดง พรรคประชาธิปัตย์เป็นจุดสีฟ้า และพรรคประชาชนเป็นจุดสีส้ม สังเกตได้ว่าในขณะที่ข้อมูลของพรรคการเมืองอื่นมีแนวโน้มเกาะกลุ่มไปตาม 'เส้นค่าเฉลี่ย' (ซึ่งคาดว่าเป็นกลไกการตั้งค่าปกติของระบบ ECT Report) ส่วนจุดที่แสดงการรายงานคะแนนของพรรคประชาชนกระจายตัวอยู่ต่ำกว่าเส้นดังกล่าว เป็นความผันผวนที่เกิดขึ้นเป็นระบบในหลายเขตเลือกตั้ง เป็นผลมาจากการที่คะแนน 94% ของพรรคประชาชนถูกรายงานต่ำกว่าค่ากลางเมื่อเทียบกับพรรคอื่น

อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่ปรากฏบนกราฟพบว่า จุดสีส้มส่วนใหญ่จะกระจายตัวเป็นกลุ่มก้อนขนานอยู่ใต้เส้นสูตรกลาง แต่ยังมีจุดข้อมูลบางส่วนเกาะกลุ่มอยู่บนเส้นสูตรกลางร่วมกับพรรคการเมืองอื่นเช่นกัน หมายความว่ามีหลายเขตเลือกตั้งที่คะแนนของพรรคประชาชนก็ถูกรายงานในอัตราส่วนที่ปกติใกล้เคียงกับคะแนนของพรรคการเมืองอื่นๆ

คะแนนของพรรคประชาชนในหลายเขตเลือกตั้งยังคงรายงานคะแนนตามมาตรฐานปกติ ในขณะที่บางเขตเลือกตั้งกลับรายงานคะแนนในช่วงแรกน้อยอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีอย่างน้อย 119 เขตเลือกตั้งที่เมื่อเวลา 15.51 ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 มีสัดส่วนการรายงานคะแนนน้อยกว่า 90% ในขณะที่คะแนนของพรรคการเมืองใหญ่อื่นๆ ถูกรายงานมากกว่า 91% แล้ว แต่คะแนนของพรรคประชาชนยังถูกรายงานไม่ถึง 88% เช่น แพร่ เขต 2 ที่คะแนนของพรรคประชาชนถูกรายงานเพียง 62.2% ในขณะที่สัดส่วนของพรรคอื่นมีคะแนนแล้วราว 91.3%

และเมื่อนำความแตกต่างของคะแนน 94% กับคะแนน 100% แยกรายภูมิภาคและวางเป็นกราฟ พบผลที่ได้ดังนี้

ในขณะที่พรรคการเมืองอื่นมีรูปแบบการรายงานผลที่สอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ยซึ่งเป็นการรายงานคะแนนราวๆ 92% ของจำนวนคะแนนทั้งหมด แต่ข้อมูลคะแนนของพรรคประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้กลับแยกตัวออกมา และวางตัวเป็นแนวเส้นที่ 2 อย่างชัดเจน คือเส้นเกาะกลุ่มไปในทิศทางเดียวกับพรรคการเมืองอื่น และเส้นที่อยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยอย่างเป็นระเบียบ ส่งผลให้สัดส่วนคะแนนที่ถูกนำเสนอผ่านระบบ ECT Report ของพรรคประชาชนในกลุ่มข้อมูลเส้นที่สองนี้ ต่ำกว่ามาตรฐานการรายงานผลปกติอยู่ที่ประมาณ 4-5% เมื่อเทียบกับพรรคการเมืองอื่นในเขตพื้นที่เดียวกันอย่างไรก็ดี ภาพในลักษณะนี้กลับปรากฎให้เห็นน้อยมากในพื้นที่ภาคกลาง กล่าวคือ ใน 22 จังหวัดภาคกลางคะแนนของพรรคประชาชนจากเขตเลือกตั้งส่วนใหญ่ถูกรายงานค่อนข้างปกติ ไม่มีอัตราส่วนที่แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นอย่างชัดเจน และในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของพรรคประชาชน การรายงานก็ค่อนข้างปกติและไม่ออกห่างจากเส้นค่าเฉลี่ย

ร่องรอยที่ถูกทิ้งไว้ผ่านปรากฏการณ์เหล่านี้ (Digital Trace) กำลังเปิดประตูไปสู่การตั้งคำถามถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นระหว่างระยะเวลา 10 วัน ที่คะแนนอย่างน้อย 3,280,362 คะแนน ถูกเก็บไว้และไม่ถูกรายงาน โดยกกต. ไม่เคยอธิบายว่า การคัดเลือกคะแนนบางส่วนเพื่อรายงานไปก่อน และคะแนนอีกส่วนหนึ่งเพื่อรายงานทีหลังนั้นมีหลักเกณฑ์อย่างไร เป็นการเลือกปฏิบัติสำหรับบางพรรคการเมืองหรือไม่ และในระหว่างที่คะแนนยังถูกเก็บไว้ใน “ห้องแห่งความลับ” นั้น มีใครเข้าไปแก้ไขจัดการคะแนนเหล่านี้ด้วยหลักเกณฑ์เช่นไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...