โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เทรนด์‘กระบะพลังงานใหม่’มาแรง

ไทยโพสต์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามีกระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับกับการมุ่งไปสู่ Net Zero Emissions หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งข้อมูลจาก วิจัยกรุงศรี จะเห็นว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ปี 2569-2571 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์นั่ง BEV คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 125,000 คันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 3.8%

ขณะเดียวกัน ภาวะสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานของโลก ได้ส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานทั่วโลกโดยเฉพาะราคาน้ำมัน พุ่งขึ้นหลายเท่านั้น

จึงกลายเป็นตัวเร่งให้การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งสร้างจุดเปลี่ยนในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก เมื่อคนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เพียงแค่เดือนเดียวหลังสงคราม ยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากจากผลกระทบราคาน้ำมัน โดยจะเห็นได้จากงาน Motor Show 2026 เมื่อต้น 23 มี.ค.-5 เม.ย.69 มียอดจองรถยนต์ถึงทะลุ 1.3 แสนคัน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV กว่าครึ่ง และผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิต EV จากจีน เนื่องจากจีนมีการพัฒนาแบตเตอรี่และห่วงโซ่การผลิต EV อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบรนด์ที่ครองความนิยมในไทย ได้แก่ BYD, MG, AION, Geely, Neta, ORA (GWM), XPENG, Deepal

ดังนั้นจึงมองว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดูได้จากตลาดรถกระบะในประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ “กระบะพลังงานไฟฟ้า” เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับ “ต้นทุนการใช้งานระยะยาว” มากกว่าราคาซื้อเริ่มต้น ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังคงมีความผันผวน

GEELY RIDDARA ในฐานะผู้เล่นในตลาดรถกระบะพลังงานไฟฟ้า มองว่า แนวโน้มดังกล่าวไม่ใช่เพียงกระแสระยะสั้น แต่เป็น “การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง” ของตลาดรถกระบะไทย จากเดิมที่ยึดติดกับเครื่องยนต์สันดาป สู่การเปิดรับเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานได้จริงมากขึ้น

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดรถกระบะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยผู้ใช้งานส่วนใหญ่มองรถกระบะเป็น “เครื่องมือทำมาหากิน” ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ประกอบการ SME เกษตรกร ไปจนถึงภาคก่อสร้างและโลจิสติกส์ ทำให้ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้รถไม่ได้อยู่ที่ภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่เน้นไปที่ “ความคุ้มค่า ความทนทาน และต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน”

นอกจากนี้ยังมองว่ากระบะพลังงานใหม่เริ่มเข้ามาตอบโจทย์ได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ต้นทุนพลังงานที่ควบคุมได้ ลดความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน, ค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า จากโครงสร้างระบบขับเคลื่อนที่เรียบง่าย และ ฟังก์ชันการใช้งานที่ต่อยอดได้ เช่น การจ่ายไฟภายนอก รองรับงานภาคสนามหรือธุรกิจเคลื่อนที่ ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้รถกระบะพลังงานใหม่ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียง “รถทางเลือก” อีกต่อไป แต่เริ่มถูกพิจารณาในฐานะ “เครื่องมือทำงานรูปแบบใหม่” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว ซึ่งในงาน Motor Show 2026 ที่ผ่านมา GEELY RIDDARA ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถทำยอดจองรวมได้กว่า 2,569 คัน สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของรถกระบะพลังงานใหม่ในตลาดประเทศไทยที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น

ดังนั้นการเติบโตของตลาดรถ EV ยังคงมีปัจจัยท้าทายที่ต้องอาศัยเวลา ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นในระยะยาวของผู้ใช้งาน โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ รวมถึงการพิสูจน์สมรรถนะในงานหนัก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของตลาดกระบะไทย ในด้านราคา การตั้งระดับราคาที่สามารถแข่งขันกับรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลได้โดยตรง ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ช่วยเร่งการตัดสินใจของผู้บริโภค และทำให้กระบะพลังงานใหม่ถูกนำมาเปรียบเทียบใน “ระดับเดียวกัน” มากขึ้น

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า ตลาดรถกระบะพลังงานใหม่ในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต แต่มีปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค

ขณะที่ SCB EIC คาดการณ์ว่า จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าสะสมบนท้องถนนไทยในปี 2026 จะเพิ่มขึ้นสู่ 4.3 แสนคัน และสามารถครองส่วนแบ่งได้มากถึง 1 ใน 4 ของยอดขายรถยนต์ในประเทศทั้งหมด แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กันคือ ความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานในประเทศสำหรับรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่เร่งพัฒนาประกอบด้วย 3 ด้านสำคัญ 1.อุปทานชิ้นส่วนและอะไหล่ยนต์ EV ที่ต้องพึ่งการนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ และอะไหล่ของรถ EV ในเกือบทุกหมวด 2.โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ มีการขยายตัวไม่ทันกับจำนวนรถ EV ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าผู้ใช้รถ EV ส่วนใหญ่จะพึ่งพาการชาร์จจากที่อยู่อาศัยเป็นหลัก และ 3.ประกันภัยรถยนต์ EV ถือว่าอยู่ในระดับสูง และมีตัวเลือกบริษัทประกันภัยค่อนข้างจำกัด.

บุญช่วย ค้ายาดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...