JMART ชู “สุกี้ตี๋น้อย” ยอดขาย 1.3 หมื่นล. ลุยเปิดใหม่ 60 สาขา
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 16.36 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 09.36 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - JMART ชู สุกี้ตี๋น้อย ยอดขายปี 2569 โตแกร่ง 13,000 ล้านบาท และกำไรกลับมาแตะ 1,000 ล้านบาท ลุยขยายสาขาใหม่อีกกว่า 60 สาขา พร้อมเปิดเกมใหม่บุฟเฟต์ “ตี๋น้อย PLUS+” ราคา 299 บาท ดึงผู้บริโภคเข้าร้าน มุ่งคุมต้นทุน ยันไม่ปรับราคาขึ้น แย้มเล็งพิจารณาเข้าตลาดหุ้น คาดชัดเจนในรายละเอียดปลายปีนี้-ปี 2570
นายกิติพัฒน์ ชลวุฒิ กรรมการบริหาร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด มหาชน หรือ JMART ร่วมกับ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจของสุกี้ตี๋น้อย (Suki Teenoi) ในปี 2569 ว่า บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายปีนี้เติบโต 42% แตะ 13,000 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 9,147 ล้านบาท และคาดกำไรสุทธิ จะกลับมาเติบโตในระดับ 1,000 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 864 ล้านบาท โดยมีแผนขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการควบคุมต้นทุน ผ่านการล็อกราคาวัตถุดิบ เพิ่มมาร์จิ้น ผ่านการเปิดแบรนด์ใหม่ “ตี๋น้อย PLUS+” ที่ราคา 299 บาท (ไม่รวมน้ำรีฟีลและ Vat 7%) ซึ่งจะเข้ามาช่วยเพิ่มทิกเก็ตไซด์ (Ticket Size) หรือยอดซื้อเฉลี่ยต่อบิล
อย่างไรก็ตามด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริษัทก็มีการตั้งเป้าหมายมาร์เก็ตแชร์ จะขยับขึ้นเป็นอันดับ 1 ในอนาคต จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 2 และยังมีแผนเตรียมพิจารณานำ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (สุกี้ตี๋น้อย) เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกด้วย จากความสามารถในการทำกำไรที่เติบโตต่อเนื่องตลอดหลายปี คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในรายละเอียดดังกล่าวได้ในช่วงปลายปีนี้ หรือภายในปี 2570
สำหรับกลุ่มเจมาร์ทยังคงสนับสนุนการเติบโตของสุกี้ตี๋น้อยในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมศักยภาพให้กับสุกี้ตี๋น้อย รวมถึงการสร้าง Synergy ร่วมกับธุรกิจในเครือ เช่น JAS ASSET, JAYMART MOBILE และ J VENTURES เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ด้านนางสาวนัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร “สุกี้ตี๋น้อย” (Suki Teenoi) กล่าวว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อราคาพลังงานอย่างชัดเจน แต่บริษัทยังคงความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบไว้ได้ ราว 6-12 เดือน
ส่วนวัตถุดิบ อย่าง เนื้อหมู ไม่สามารถตรึงราคาเอาไว้ได้ เนื่องจากเป็นไปตามราคาตลาด แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยัน ไม่มีแผนปรับเพิ่มราคาขายขึ้น และไม่มีในความคิดที่จะขึ้นราคา
“ต้นทุนวัตถุดิบ คิดเป็นกว่า 50% ของต้นทุนทั้งหมด บริษัทบริหารจัดการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และมีการล็อกราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ได้ในระดับราคาที่ดี อีกทั้งในปี 2569 ราคาหมูยังปรับตัวลดลง จากปีก่อนอยู่มากนอกจากนี้ในปี 2569 มีแผนก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนขนส่งได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย”
*ปั้นยอดขายปี 2568 โตแกร่ง
แผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 42% หรือแตะระดับ 13,000 ล้านบาท พร้อมเร่งขยายสาขากว่า 60 แห่งทั่วประเทศ ผ่านแบรนด์ Suki Teenoi และ Teenoi PLUS+ , Teenoi BBQ, Teenoi Gold และแบรนด์ใหม่ๆ จากปัจจุบันมีสาขาครอบคลุม 35 จังหวัด และมีแผนขยายเพิ่มเติมอีก 22 จังหวัด หรือคาดสิ้นปี 2569 บริษัทจะมีสาขารวมทั้งสิ้น 133 สาขา ครอบคลุม 57 จังหวัด เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
สุกี้ตี๋น้อย” เปิดเกมใหม่บุฟเฟต์ “ตี๋น้อย PLUS+”
บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ “ขยายสาขา – แตกแบรนด์ – เพิ่มความคุ้มค่า” ควบคู่กับการรักษาจุดแข็งด้านราคาที่เข้าถึงง่าย โดยในส่วนของ Product Strategy ภายใต้โมเดล “ตี๋น้อย PLUS+” ราคา 299 บาท ได้เพิ่มความหลากหลายของเมนูและยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค ผ่านหม้อน้ำซุป 3 ช่อง พร้อมตัวเลือกซุปหลากหลาย อาทิ หม่าล่าเข้มข้น และหม่าล่านม ที่ได้ “เชฟโฮ” (Mr. Kwok Hing Ho) เจ้าของ HO KITCHEN SEAFOOD เข้ามาร่วมพัฒนาเมนูน้ำซุปให้มีเอกลักษณ์และรสชาติที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทได้ยกระดับไลน์อาหารด้วยเมนู Sushi ภายใต้การดูแลของ “เชฟน้อย” ในรูปแบบ Omakase เพื่อสร้างประสบการณ์และคุณภาพวัตถุดิบระดับพรีเมียม เสริมด้วยน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ รวมถึงเมนูใหม่อย่าง Soft Serve และอาหารทานเล่น เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้บริโภค
ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้เติบโตจากงวดเดียวกันปีก่อน 34% และมีการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) อยู่ที่ 3.5% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตทั้งจากสาขาใหม่และสาขาเดิมไปพร้อมกัน อีกทั้ง ความสำเร็จของ “ระบบสมาชิก” ผ่านการพัฒนาระบบ “TN FAMILY” ของสุกี้ตี๋น้อยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด มีสมาชิกในปัจจุบันประมาณ 3,100,000 ราย และมียอดที่เข้าใช้บริการเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 40,000 รายต่อวัน