โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไวด์ เฟธ กรุ๊ป เขย่าตลาดขนม! คว้า “iZ” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ “Rise Buddy” ขนมข้าวอบกรอบจากข้าวไทย100% ชูจุดแข็ง “อบ ไม่ทอด” เจาะคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้า 150 ล้านบาท

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ไวด์ เฟธ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขนมข้าวอบกรอบจากข้าวไทย100% เดินหน้ารุกตลาดสแน็คไทยเต็มรูปแบบ ดึงศิลปิน T-Pop วง iZ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ แบรนด์ “ไรซ์ บัดดี้ (Rise Buddy)” หวังเจาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials รับเทรนด์ Healthy Snack ที่กำลังเติบโต ชูจุดขาย “อบ ไม่ทอด” ตั้งเป้าส่วนแบ่งยอดขายในตลาดขนมจากข้าว 150 ล้านบาท ภายในปี 2569 พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศและส่งออกขนมอบกรอบจากข้าวไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก

นายโอลิเวอร์ เย้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวด์ เฟธ ฟู้ด จำกัด กล่าวว่า ไวด์ เฟธ กรุ๊ป (Wide Faith Group) คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตขนมข้าวอบกรอบจากข้าวไทย 100% ก่อตั้งในปี 2002 โดยทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมขนมจากข้าวกว่า 30 ปี ดำเนินธุรกิจทั้งในรูปแบบการรับจ้างผลิต (ODM) ให้กับพันธมิตรแบรนด์ต่าง ๆ ทั่วโลก พร้อมพัฒนารสชาติให้เลือกมากกว่า 70 สูตร และการพัฒนาแบรนด์ของบริษัท ได้แก่ Master Rice, Rise Buddy, Ravin, Bio-Earth และ Kiddie Kare ภายใต้แนวคิด Better for You มุ่งสร้างทางเลือกขนมที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ โดยผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการ "อบ ไม่ทอด" ไม่มีไขมันทรานส์ ไขมันต่ำกว่า 10% ไม่ใส่ผงชูรส ไม่มีกลูเตน และได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล

สำหรับการทำตลาดในประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งเน้นแบรนด์ “ไรซ์ บัดดี้ (Rise Buddy)” เป็นแบรนด์แรก ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดต่างประเทศ ปีนี้มีแผนรุกตลาดในไทยเต็มรูปแบบด้วยการดึง วง iZ (ไอซี) กลุ่มนักร้อง T-Pop จากค่าย OneMusic เป็นพรีเซ็นเตอร์ ประกอบด้วยสมาชิก 8 คน ได้แก่ นอร์ท ทีม ตูน มาร์ค โฟโต้ คาณ เก้า และพาย ซึ่งเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ มีพลัง ความสดใส รวมทั้งมีภาพลักษณ์ที่กระฉับกระเฉงและการวางตำแหน่งของวง IZ สอดคล้องกับแบรนด์ Rise Buddy อย่างลงตัว ซึ่งการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานผู้บริโภค โดยมุ่งเข้าถึงกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่ให้ความสำคัญกับขนมที่อร่อย ทานสนุก และเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของผลิตภัณฑ์ “ไรซ์ บัดดี้ (Rise Buddy)” จำนวน 2 ตอน เพื่อสื่อสารจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ไรซ์ไบท์ (Rice Bites) ภายใต้แนวคิด “คู่กัด คู่กัน” และไรซ์ ชิปปี้ส์ (Rice Chippies) ภายใต้แนวคิด “คู่ชิป คู่กัน” โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวสนุกสนานของสมาชิกทั้ง 8 หนุ่มจากวง iZ ที่ต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้และปีศาจในสถานการณ์สุดป่วน ก่อนที่ขนมข้าวอบกรอบจากข้าวไทย 100% อย่าง Rise Buddy จะเข้ามาเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ เปลี่ยนตัวป่วนให้กลายเป็นเพื่อน พร้อมตอกย้ำแนวคิดของแบรนด์ในฐานะ “Rise Buddy เพื่อนซี้…ทุกเวลา” ที่สามารถสร้างช่วงเวลาความสนุกและความสุขร่วมกันได้ในทุกสถานการณ์

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ กลุ่ม ไรซ์ไบท์ (Rice Bites) ข้าวอบกรอบขนาดพอดีคำ มีให้เลือก 6 รสชาติ ได้แก่ คัทสึโอะรมควัน (Smoked Katsuo flavor) รสสาหร่าย (Seaweed flavor) รสบาร์บีคิวว์ (Barbeque flavor) รสพาร์เมซานแอนด์เฮิร์บ (Parmesan & Herbs Flavor) รสซาวร์ครีมและหัวหอม (Sour Cream & Onion flavor) และ กลิ่นไลม์แอนด์ชิลลี่ (Lime & Chili) โดยวางจำหน่ายในขนาด 60 กรัม ราคา 29 บาท

ขณะที่อีกหนึ่งไฮไลต์ของแบรนด์ คือ ไรซ์ ชิปปี้ส์ (Rice Chippies) ซึ่งเป็นนวัตกรรมขนมข้าวอบกรอบแผ่นบางรายแรกของตลาด ซึ่งพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีการผลิตเฉพาะ เพื่อให้ได้แผ่นข้าวที่มีความบางและโค้งงอคล้ายมันฝรั่งทอด ทั้งที่โดยธรรมชาติของขนมข้าวอบกรอบการขึ้นรูปให้มีลักษณะดังกล่าวทำได้ยาก จึงนับเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของการพัฒนาขนมขบเคี้ยวจากข้าวไทย มีให้เลือก 4 รสชาติ ได้แก่ บีบีคิว (BBQ) ซาวร์ครีมแอนด์ออเนี่ยน (Sour Cream & Onion) ซีซอลท์ (Sea Salt) และชีส (Cheese) โดยวางจำหน่ายในขนาด 50 กรัม ราคา 29 บาท

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายช่องทางการจัดจำหน่าย Rise Buddy ในประเทศไทยอย่างครอบคลุม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ ผ่านทั้งร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven ซึ่งถือเป็นช่องทางหลักในการสร้างการรับรู้แบรนด์ ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ได้แก่ Tops, Foodland, Gourmet Market, MaxValu, Golden Place และ Lemon Farm รวมถึงร้านค้าปลีกอย่าง CJ Express และ Super Turtle ควบคู่กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และ Facebook ตลอดจนการจำหน่ายผ่านตัวแทนและการขายในรูปแบบองค์กร เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในทุกช่องทางอย่างมีประสิทธิภาพ

นายโอลิเวอร์ เย้ ระบุว่า แนวโน้มการบริโภคขนมขบเคี้ยวทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไป ผู้บริโภคหันมาใช้ขนมแทนมื้ออาหารตามไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และเปลี่ยนจากขนมทอดไปสู่ขนมอบที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ไขมันต่ำ ปราศจากกลูเตน และทำจากพืช เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ “อร่อยแต่ไม่รู้สึกผิด” ทำให้ขนมข้าวอบ ขนมโฮลเกรน และขนมโปรตีนเติบโตเร็วที่สุด

อ้างอิงข้อมูลจากรายงานตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยปี2025 จาก StrategyHelix (Strategyh) ระบุว่าตลาดขนมขบเคี้ยวมีมูลค่า 2.2–2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (78,000–88,000 ล้านบาท) เติบโตปีละ 6–7% ส่วนใหญ่เป็นขนมทอด/ขนมเพื่อความเพลิดเพลิน 70–75% ขนมถั่วและฟังก์ชันนอล 18–22% และขนมจากข้าว 5–7% โดยขนมเพื่อสุขภาพเริ่มเติบโตตามเทรนด์รักสุขภาพและวัตถุดิบธรรมชาติ

ระดับโลก คาดว่าตลาดขนมขบเคี้ยวในปี 2026 จะมีมูลค่า 287 พันล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตปีละ 6.11% โดย สหรัฐอเมริกา เป็นตลาดใหญ่ที่สุด 55 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเฉลี่ยขนมต่อคน 5.3 กก./ปี

สำหรับ ขนมจากข้าว มูลค่าตลาดคาดการณ์ 5.75 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2026 เติบโตปีละ 4.94% และจะถึง 6.99 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2030 โดย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอง 35% ของตลาดโลก เติบโตปีละ 5.37% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

ปัจจุบัน ไวด์ เฟธ กรุ๊ป มีสัดส่วนรายได้จากตลาดส่งออกประมาณ 90% และตลาดในประเทศ 10% โดย ผลิตภัณฑ์ของบริษัทวางจำหน่ายครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งส่งออกไปทั้งหมด 15 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ซาอุดีอาระเบีย, รัสเซีย, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, ไต้หวัน, สิงคโปร์, อุรุกวัย, บราซิล, ฟิลิปปินส์, เบลเยียม, จีน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

โดยปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในออสเตรเลียที่ 36% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในนิวซีแลนด์ที่ 45% หรือราว 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน บริษัทมีมูลค่าการส่งออกขนมจากข้าวไปยังตลาดโลกประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยมีกำลังการผลิตจากโรงงานในชลบุรีประมาณ 13,500 ตันต่อปี

สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปี 2569 บริษัท ไวด์ เฟธ กรุ๊ป ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ประมาณ 150 ล้านบาท จากการรุกตลาดด้วยการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์วง iZ เพื่อสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ Rise Buddy ในวงกว้าง และขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มใหม่ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายและจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดปี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายตลาดส่งออก ขนมอบกรอบจากข้าวไทย ไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้แนวทาง ความยั่งยืน ทั้งการสนับสนุนวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย การใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยโรงงานของบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น BRC (Grade AA), ISO 9001 และ Halal ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและความปลอดภัยของการผลิต และเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในไทยและต่างประเทศ นาย โอลิเวอร์ เย้ กล่าวทิ้งท้าย

สามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม และแคมเปญต่าง ๆ ของแบรนด์ Rise Buddy ได้ผ่านช่องทางออนไลน์หลักดังนี้

ช่องทางโซเชียลมีเดีย

• Facebook : https://www.facebook.com/risebuddythailand

• Instagram : https://www.instagram.com/risebuddy_th

• TikTok : https://www.tiktok.com/@risebuddythailand

ช่องทางสั่งซื้อออนไลน์

• Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/rise-buddy/

• Shopee : https://shopee.co.th/rise_buddy/

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...