ไวด์ เฟธ กรุ๊ป เขย่าตลาดขนม! คว้า “iZ” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ “Rise Buddy” ขนมข้าวอบกรอบจากข้าวไทย100% ชูจุดแข็ง “อบ ไม่ทอด” เจาะคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้า 150 ล้านบาท
ไวด์ เฟธ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขนมข้าวอบกรอบจากข้าวไทย100% เดินหน้ารุกตลาดสแน็คไทยเต็มรูปแบบ ดึงศิลปิน T-Pop วง iZ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ แบรนด์ “ไรซ์ บัดดี้ (Rise Buddy)” หวังเจาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials รับเทรนด์ Healthy Snack ที่กำลังเติบโต ชูจุดขาย “อบ ไม่ทอด” ตั้งเป้าส่วนแบ่งยอดขายในตลาดขนมจากข้าว 150 ล้านบาท ภายในปี 2569 พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศและส่งออกขนมอบกรอบจากข้าวไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
นายโอลิเวอร์ เย้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวด์ เฟธ ฟู้ด จำกัด กล่าวว่า ไวด์ เฟธ กรุ๊ป (Wide Faith Group) คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตขนมข้าวอบกรอบจากข้าวไทย 100% ก่อตั้งในปี 2002 โดยทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมขนมจากข้าวกว่า 30 ปี ดำเนินธุรกิจทั้งในรูปแบบการรับจ้างผลิต (ODM) ให้กับพันธมิตรแบรนด์ต่าง ๆ ทั่วโลก พร้อมพัฒนารสชาติให้เลือกมากกว่า 70 สูตร และการพัฒนาแบรนด์ของบริษัท ได้แก่ Master Rice, Rise Buddy, Ravin, Bio-Earth และ Kiddie Kare ภายใต้แนวคิด Better for You มุ่งสร้างทางเลือกขนมที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ โดยผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการ "อบ ไม่ทอด" ไม่มีไขมันทรานส์ ไขมันต่ำกว่า 10% ไม่ใส่ผงชูรส ไม่มีกลูเตน และได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล
สำหรับการทำตลาดในประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งเน้นแบรนด์ “ไรซ์ บัดดี้ (Rise Buddy)” เป็นแบรนด์แรก ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดต่างประเทศ ปีนี้มีแผนรุกตลาดในไทยเต็มรูปแบบด้วยการดึง วง iZ (ไอซี) กลุ่มนักร้อง T-Pop จากค่าย OneMusic เป็นพรีเซ็นเตอร์ ประกอบด้วยสมาชิก 8 คน ได้แก่ นอร์ท ทีม ตูน มาร์ค โฟโต้ คาณ เก้า และพาย ซึ่งเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ มีพลัง ความสดใส รวมทั้งมีภาพลักษณ์ที่กระฉับกระเฉงและการวางตำแหน่งของวง IZ สอดคล้องกับแบรนด์ Rise Buddy อย่างลงตัว ซึ่งการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานผู้บริโภค โดยมุ่งเข้าถึงกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่ให้ความสำคัญกับขนมที่อร่อย ทานสนุก และเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของผลิตภัณฑ์ “ไรซ์ บัดดี้ (Rise Buddy)” จำนวน 2 ตอน เพื่อสื่อสารจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ไรซ์ไบท์ (Rice Bites) ภายใต้แนวคิด “คู่กัด คู่กัน” และไรซ์ ชิปปี้ส์ (Rice Chippies) ภายใต้แนวคิด “คู่ชิป คู่กัน” โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวสนุกสนานของสมาชิกทั้ง 8 หนุ่มจากวง iZ ที่ต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้และปีศาจในสถานการณ์สุดป่วน ก่อนที่ขนมข้าวอบกรอบจากข้าวไทย 100% อย่าง Rise Buddy จะเข้ามาเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ เปลี่ยนตัวป่วนให้กลายเป็นเพื่อน พร้อมตอกย้ำแนวคิดของแบรนด์ในฐานะ “Rise Buddy เพื่อนซี้…ทุกเวลา” ที่สามารถสร้างช่วงเวลาความสนุกและความสุขร่วมกันได้ในทุกสถานการณ์
ในส่วนของผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ กลุ่ม ไรซ์ไบท์ (Rice Bites) ข้าวอบกรอบขนาดพอดีคำ มีให้เลือก 6 รสชาติ ได้แก่ คัทสึโอะรมควัน (Smoked Katsuo flavor) รสสาหร่าย (Seaweed flavor) รสบาร์บีคิวว์ (Barbeque flavor) รสพาร์เมซานแอนด์เฮิร์บ (Parmesan & Herbs Flavor) รสซาวร์ครีมและหัวหอม (Sour Cream & Onion flavor) และ กลิ่นไลม์แอนด์ชิลลี่ (Lime & Chili) โดยวางจำหน่ายในขนาด 60 กรัม ราคา 29 บาท
ขณะที่อีกหนึ่งไฮไลต์ของแบรนด์ คือ ไรซ์ ชิปปี้ส์ (Rice Chippies) ซึ่งเป็นนวัตกรรมขนมข้าวอบกรอบแผ่นบางรายแรกของตลาด ซึ่งพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีการผลิตเฉพาะ เพื่อให้ได้แผ่นข้าวที่มีความบางและโค้งงอคล้ายมันฝรั่งทอด ทั้งที่โดยธรรมชาติของขนมข้าวอบกรอบการขึ้นรูปให้มีลักษณะดังกล่าวทำได้ยาก จึงนับเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของการพัฒนาขนมขบเคี้ยวจากข้าวไทย มีให้เลือก 4 รสชาติ ได้แก่ บีบีคิว (BBQ) ซาวร์ครีมแอนด์ออเนี่ยน (Sour Cream & Onion) ซีซอลท์ (Sea Salt) และชีส (Cheese) โดยวางจำหน่ายในขนาด 50 กรัม ราคา 29 บาท
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายช่องทางการจัดจำหน่าย Rise Buddy ในประเทศไทยอย่างครอบคลุม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ ผ่านทั้งร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven ซึ่งถือเป็นช่องทางหลักในการสร้างการรับรู้แบรนด์ ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ได้แก่ Tops, Foodland, Gourmet Market, MaxValu, Golden Place และ Lemon Farm รวมถึงร้านค้าปลีกอย่าง CJ Express และ Super Turtle ควบคู่กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และ Facebook ตลอดจนการจำหน่ายผ่านตัวแทนและการขายในรูปแบบองค์กร เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในทุกช่องทางอย่างมีประสิทธิภาพ
นายโอลิเวอร์ เย้ ระบุว่า แนวโน้มการบริโภคขนมขบเคี้ยวทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไป ผู้บริโภคหันมาใช้ขนมแทนมื้ออาหารตามไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และเปลี่ยนจากขนมทอดไปสู่ขนมอบที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ไขมันต่ำ ปราศจากกลูเตน และทำจากพืช เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ “อร่อยแต่ไม่รู้สึกผิด” ทำให้ขนมข้าวอบ ขนมโฮลเกรน และขนมโปรตีนเติบโตเร็วที่สุด
อ้างอิงข้อมูลจากรายงานตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยปี2025 จาก StrategyHelix (Strategyh) ระบุว่าตลาดขนมขบเคี้ยวมีมูลค่า 2.2–2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (78,000–88,000 ล้านบาท) เติบโตปีละ 6–7% ส่วนใหญ่เป็นขนมทอด/ขนมเพื่อความเพลิดเพลิน 70–75% ขนมถั่วและฟังก์ชันนอล 18–22% และขนมจากข้าว 5–7% โดยขนมเพื่อสุขภาพเริ่มเติบโตตามเทรนด์รักสุขภาพและวัตถุดิบธรรมชาติ
ระดับโลก คาดว่าตลาดขนมขบเคี้ยวในปี 2026 จะมีมูลค่า 287 พันล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตปีละ 6.11% โดย สหรัฐอเมริกา เป็นตลาดใหญ่ที่สุด 55 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเฉลี่ยขนมต่อคน 5.3 กก./ปี
สำหรับ ขนมจากข้าว มูลค่าตลาดคาดการณ์ 5.75 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2026 เติบโตปีละ 4.94% และจะถึง 6.99 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2030 โดย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอง 35% ของตลาดโลก เติบโตปีละ 5.37% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก
ปัจจุบัน ไวด์ เฟธ กรุ๊ป มีสัดส่วนรายได้จากตลาดส่งออกประมาณ 90% และตลาดในประเทศ 10% โดย ผลิตภัณฑ์ของบริษัทวางจำหน่ายครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งส่งออกไปทั้งหมด 15 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ซาอุดีอาระเบีย, รัสเซีย, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, ไต้หวัน, สิงคโปร์, อุรุกวัย, บราซิล, ฟิลิปปินส์, เบลเยียม, จีน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
โดยปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในออสเตรเลียที่ 36% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในนิวซีแลนด์ที่ 45% หรือราว 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกัน บริษัทมีมูลค่าการส่งออกขนมจากข้าวไปยังตลาดโลกประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยมีกำลังการผลิตจากโรงงานในชลบุรีประมาณ 13,500 ตันต่อปี
สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปี 2569 บริษัท ไวด์ เฟธ กรุ๊ป ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ประมาณ 150 ล้านบาท จากการรุกตลาดด้วยการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์วง iZ เพื่อสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ Rise Buddy ในวงกว้าง และขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มใหม่ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายและจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดปี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายตลาดส่งออก ขนมอบกรอบจากข้าวไทย ไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้แนวทาง ความยั่งยืน ทั้งการสนับสนุนวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย การใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยโรงงานของบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น BRC (Grade AA), ISO 9001 และ Halal ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและความปลอดภัยของการผลิต และเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในไทยและต่างประเทศ นาย โอลิเวอร์ เย้ กล่าวทิ้งท้าย
สามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม และแคมเปญต่าง ๆ ของแบรนด์ Rise Buddy ได้ผ่านช่องทางออนไลน์หลักดังนี้
ช่องทางโซเชียลมีเดีย
• Facebook : https://www.facebook.com/risebuddythailand
• Instagram : https://www.instagram.com/risebuddy_th
• TikTok : https://www.tiktok.com/@risebuddythailand
ช่องทางสั่งซื้อออนไลน์
• Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/rise-buddy/
• Shopee : https://shopee.co.th/rise_buddy/
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO