โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

STAY HARD เดวิด ก็อกกินส์ ‘ฅนเหล็ก’ ผู้สังหาร ‘ความอ่อนแอ’ ในตัวเองด้วยวินัย

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
STAY HARD เดวิด ก็อกกินส์ ‘ฅนเหล็ก’ ผู้สังหาร ‘ความอ่อนแอ’ ในตัวเองด้วยวินัย

ช่วงนี้กระแส ‘Hyrox’ กำลังพุ่งถึงขีดสุดในบ้านเราจากการแข่งขัน ‘HYROX Bangkok 2026’ ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากคนมากมาย

ภาพของนักกีฬาที่ไม่ได้มีแค่เหล่าคนดัง แต่เป็นใครก็ได้ที่ลงไปแข่งขันเพื่อแสดงความแข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจของตัวเอง โดยที่นอกจากจะแข่งกับคนอื่นเป็นของแถมแล้ว หัวใจสำคัญคือการแข่งขันกับตัวเองว่าตอนนี้ความแข็งแกร่งอยู่ในจุดไหน

และไม่ว่าผลการแข่งขันมันจะออกมาเป็นอย่างไร ทุกคนคือผู้ชนะในแบบของตัวเอง เพราะมันคือรางวัลของ ‘ผู้มีวินัย’ ที่พยายามฝึกฝนตนเองอย่างหนักหน่วงตลอดระยะเวลาแรมเดือนแรมปี

คำว่าผู้มีวินัยนี่เองที่ทำให้ชวนคิดถึงชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นชายผู้แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งของโลก และกลายเป็นแรงบันดาลใจของผู้คนอีกมากมาย

ทั้งๆ ที่จุดเริ่มต้นชีวิตของเขาติดลบยิ่งกว่าลบไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของร่างกายหรือจิตใจ

เดวิด ก็อกกินส์ เปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้อย่างไร?

ภาพ เดวิด ก็อกกินส์ นักวิ่งอัลตรามาราธอน อดีตหน่วยซีล ผู้สร้างแรงบันดาลใจด้วยวินัยเหล็กกล้า 1

เรื่องราวของก็อกกินส์ ถือเป็นหนึ่งในตำราวิชาแรงบันดาลใจของโลกมาหลายปี

อดีตหน่วย SEAL นักวิ่งอัลตรามาราธอน และผู้ครองสถิติความอึดความถึกความแกร่งอีกมากมายหลายอย่าง หนึ่งในคนที่มีระเบียบวินัยสูงที่สุดในโลก และเข้าใจคำว่า ‘แกร่ง’ อย่างถ่องแท้ที่สุด

แต่ก่อนจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครมากมาย จุดเริ่มต้นของเขาคือการเป็นเด็กที่มีปัญหาครอบครัวอย่างรุนแรงมาก่อน

ครอบครัวของก็อกกินส์อาศัยอยู่ในย่านบัฟฟาโล ในนิวยอร์ก ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายเพราะหัวหน้าครอบครัวอย่างพ่อเป็นพวกขี้เหล้าที่เมื่อเมาแล้วก็ใช้กำลังทำร้ายร่างกายและจิตใจของคนในบ้านเสมอ ซึ่งรวมถึงตัวของเขาเองด้วย

ก็อกกินส์เติบโตมากับความหวาดกลัวแบบนี้อยู่ยาวนาน ลำพังนอกจากจะไม่กล้าที่จะมีปากมีเสียงกับพ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว เขายังกลัวไปถึงสุดขั้วหัวใจด้วยว่าหากเขายืนหยัดขึ้นมาแล้วมันอาจจะนำไปสู่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

จนถึงจุดนึงที่เขารับไม่ไหวอีกแล้ว เมื่อได้เห็นพ่อตีแม่จนสลบ

“ผมกลัวคนคนนี้สุดชีวิตเพราะเขาตีผมมาตั้งแต่จำความได้ แต่ครั้งนี้ผมตัดสินใจจะลงไปช่วยแม่ ผมกระโดดขี่หลังเขา ก่อนที่พ่อจะตีผมตั้งแต่คอลงไปถึงข้อเท้า” ก็อกกินส์เปิดเผยความทรงจำเลวร้ายในวัยเด็ก ซึ่งครั้งนั้นเขาปกป้องแม่เอาไว้ได้สำเร็จ แต่บาดแผลที่ได้รับนั้นรุนแรงอย่างมากจนแม่ที่ฟื้นมาเห็นก็กลัว

ภาพของแม่ที่เสียขวัญกลายเป็น ‘รอยสัก’ ที่ถูกสักไว้ในสมองของเขา

หลังจากนั้นถึงแม่จะพาเขาและพี่น้องย้ายไปอยู่ในบราซิลแต่เรื่องราวเลวร้ายก็ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องกับเขา ตั้งแต่การโดนข่มขู่ การต้องเห็นภาพเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ โดนรถทับ ไปจนถึงคู่หมั้นคนรักใหม่ของแม่ถูกฆาตกรรม

สิ่งเหล่านี้ป่นหัวใจเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ก็อกกินส์อยู่ในสภาวะจิตใจที่เลวร้ายที่สุด และมันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายมากหากก็อกกินส์จะกลายเป็นผลผลิตความล้มเหลวของสังคมและโลกใบนี้

แต่แทนที่จะยอมกลายเป็นคนขี้แพ้ เขาตัดสินใจได้ในวันนึงที่จะลุกขึ้นเพื่อต่อสู้อีกครั้ง

คราวนี้ไม่ใช่การต่อสู้กับพ่อหรือใคร แต่เป็นการต่อสู้กับหัวใจตัวเองล้วนๆ เลิกที่จะโทษคนอื่นและยืนหยัดรับผิดชอบทุกอย่างในการกระทำของตัวเขาเองให้ได้

ก็อกกินส์ยืนอยู่หน้ากระจกในบ้าน มองดูภาพของตัวเขาที่แม้แต่ตัวเองยังเกลียดชังไม่อยากมองเลย แต่นี่แหละคือคนเดียวที่จะช่วยเขาได้ให้มีชีวิตที่ดีต่อไปในวันข้างหน้า ไม่ใช่คนอื่น มีเพียงแกเท่านั้นแหละก็อกกินส์เอ๋ย

ภาพ เดวิด ก็อกกินส์ นักวิ่งอัลตรามาราธอน อดีตหน่วยซีล ผู้สร้างแรงบันดาลใจด้วยวินัยเหล็กกล้า 2

สิ่งนี้คือกระจกแห่งความรับผิดชอบ (Accountability Mirror) ที่เป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา ที่เขาจะมายืนอยู่หน้ากระจกมองตัวเองทุกวันและบอกกับตัวเองถึงสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตนั้นเกิดขึ้นเพราะเขาเองไม่ใช่คนอื่น

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจากเด็กอ้วนเผละคนหนึ่ง ก็อกกินส์ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่

เขาเริ่มลดน้ำหนักอย่างบ้าคลั่งโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากสารคดีหน่วย SEAL ซึ่งการจะสมัครเข้ารับคัดเลือกให้ติดหน่วยที่แกร่งและโหดที่สุดนั้นต้องผ่านการทดสอบและเกณฑ์หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือเรื่องของยน้ำหนักที่จะต้องไม่เกินกว่ากำหนด

ก็อกกินส์ทำในสิ่งที่เหลือเชื่อได้ด้วยการลดน้ำหนักถึง 106 ปอนด์ หรือ 48 กิโลกรัมได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือน นอกจากนี้ยังฝึกโหดทั้งการวิ่ง การว่ายน้ำ การยกน้ำหนัก ซึ่งเป็นด่านในการทดสอบความเป็นยอดมนุษย์ของเหล่านาวิกโยธินหน่วยนี้

ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาผ่านการทดสอบได้ในครั้งแรก รวมถึงในครั้งที่ 2 ด้วย

สำหรับบางคนความล้มเหลวอาจจะทำให้ท้อ หรือยอมรับในขีดความสามารถของตัวเอง แต่ก็อกกินส์ปฏิเสธที่จะยอมแพ้ เขาสู้ต่ออีกครั้งและสามารถผ่านการคัดเลือกสู่หน่วย Navy SEAL ของกองทัพสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ

มันเป็นวันแห่งชัยชนะที่หอมหวาน

แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ทำให้เขามองหาเส้นชัยต่อไปของชีวิต

ภาพ เดวิด ก็อกกินส์ นักวิ่งอัลตรามาราธอน อดีตหน่วยซีล ผู้สร้างแรงบันดาลใจด้วยวินัยเหล็กกล้า 3

ก็อกกินส์เดินหน้าสู่ความเป็นยอดมนุษย์ในเวลาต่อมาครับ เขาผ่าน ‘สมรภูมิ’ ที่ว่าโหดที่สุดของเหล่าคนเหล็กมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแข่งระดับอัลตรามาราธอนถึง 60 รายการ รวมถึง 1 ใน 5 สุดยอดรายการที่โหดที่สุดในระดับ Elite ของคนเหล็กอย่าง Badwater 135

เขายังสร้างสถิติโลกด้วยการการดึงข้อ 4,030 ครั้งในระยะเวลา 17 ชั่วโมง เมื่อปี 2013

และในสายทหารเขาเป็นคนแรกและคนเดียวที่ผ่านการทดสอบของหน่วยสุดโหดทั้ง 3 ครบถ้วนทั้ง Navy Seal, Army Ranger และ Air Force Tactical Air Controller

แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่ก็อกกินส์ได้ทำ อาจจะเป็นการที่เขาได้นำเรื่องราว ประสบการณ์ และบทเรียนที่ใช้ชีวิตและหัวใจไปแลกมาเอามาถ่ายทอดให้กับคนทั่วโลก

เขากลายเป็นหนึ่งใน Speakers นักพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกที่เคยมีมา เขียนตำราชีวิตมากมายให้คนได้เรียนรู้ และถอดบทเรียนเอามาให้หลายคนได้ใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น

กฎ 40 เปอร์เซ็นต์ (40% Rule) ที่บอกว่าไม่ว่าสมองจะบอกว่าเราทำอะไรได้สำเร็จแล้ว แต่ความจริงเราเพิ่งจะทำได้เพียงแค่ 40 เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่เราสามารถทำได้เท่านั้น ซึ่งเขาใช้สิ่งนี้ในการย้ำเตือนตัวเองในช่วงของการฝึกฝนหนักเหมือนตกนรก (Hell week) ในช่วงซ้อมไปแข่งอัลตรามาราธอน

กฎโถคุกกี้ (Cookie Jar) ทุกเรื่องราวหนักหน่วงในชีวิตที่ผ่านมา ให้ถือว่าเป็นเหมือนการเก็บมันไว้ในโถคุกกี้ในใจของเรา เวลาที่เจอกับความท้าทายใหม่ที่มันดูยากจนเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ก็ให้กลับไปหาโถคุกกี้นี้เพื่อเตือนใจว่าเฮ้ย เราผ่านมาได้มาแล้วทั้งนั้นแหละ

กฎหัวใจด้านชา (Callousing the Mind) เวลาที่เราทำงานหนักมา มือของเราก็จะด้านชาขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ก็อกกินส์เชื่อว่าหัวใจของเราก็เช่นกัน ถ้าไม่เคยผ่านอะไรหนักหนามาเลยมันก็นุ่มนิ่ม แต่ถ้าเราผ่านอะไรยากๆ หนักๆ มา หัวใจเราจะแกร่งขึ้นเองตามธรรมชาติ

ภาพ เดวิด ก็อกกินส์ นักวิ่งอัลตรามาราธอน อดีตหน่วยซีล ผู้สร้างแรงบันดาลใจด้วยวินัยเหล็กกล้า 4

สิ่งเหล่านี้เป็นแค่บทเรียนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นที่ก็อกกินส์ค้นพบและสรุปให้กับตัวเองและแบ่งปันให้กับคนทั้งโลกได้คิดตามไปด้วย ซึ่งสามารถลองค้นหาหนังสือของเขา หรือลองค้นหาวิดีโอสัมภาษณ์ หรือการพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจได้ทั่วไป

สิ่งที่ยากแต่สำคัญที่สุดคือ เมื่อคุณได้อ่านแล้ว เมื่อคุณได้ฟังแล้ว คุณจะรู้สึกอยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นกว่าคนที่คุณเห็นอยู่ตรงหน้ากระจกบ้างไหม

ถ้าคุณลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ก็ถือว่าสิ่งที่ก็อกกินส์ได้ทำหน้าที่ของเขาสำเร็จแล้ว

เหมือนที่เขาลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองหน้ากระจกในวันนั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...