โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สอวช.ชู Plant-Rich Food System โอกาสเศรษฐกิจใหม่ อาหารไทยสู่ตลาดโลก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สภาหอการค้าไทย และ SME Thailand จัดการสัมมนาและ Focus Group Discussion หัวข้อ “Plant-Rich Food System จากเทรนด์สู่โอกาส สร้างแต้มต่อธุรกิจอาหารด้วยวัตถุดิบจากพืช” ณ โรงแรมกราฟ รัชดา กรุงเทพฯ เพื่อขับเคลื่อนระบบอาหารแห่งอนาคตของไทยให้สอดรับกระแสโลกด้านสุขภาพและความยั่งยืน เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

ดร.นตพร จันทร์วราสุทธิ์ นักยุทธศาสตร์ 3 สอวช. กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย เริ่มให้ความสำคัญกับ “สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน” มากขึ้น ดังนั้น “อาหารที่อุดมด้วยพืช” หรือ “Plant-Rich Diet” จึงไม่ใช่เพียงกระแส แต่กำลังกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยเวทีในครั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ และเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับตลาดอาหารจากพืชของไทยอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ อาหารจากพืชมีหลากหลายรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพ ความยั่งยืนและความอร่อยได้ ตั้งแต่อาหารที่ใช้วัตถุดิบแบบเต็มส่วนแบบ (Whole Food Plant-Based) เช่น พืชผัก เห็ด ถั่ว ธัญพืช หรือ ผำ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปเพียงเล็กน้อย เช่น เต้าหู้ เทมเป้อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น กลไกสนับสนุนเชิงระบบ การพัฒนาตลาด รวมถึงความท้าทายด้านรสชาติ ราคา และความเข้าใจด้านโภชนาการของผู้บริโภค

ดร.นตพร กล่าวว่า ในเชิงนโยบาย สอวช. เชื่อมโยงการขับเคลื่อนดังกล่าวเข้ากับกรอบการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ พ.ศ. 2569–2578 ซึ่งตั้งเป้ายกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยมี “อาหารอนาคต” และ “โปรตีนทางเลือก” เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ พร้อมวาง 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง การสร้างเครือข่ายวิจัยและพัฒนา (R&D Consortium) และการพัฒนามาตรฐานและกฎระเบียบ เพื่อเร่งการนำสินค้าออกสู่ตลาด

ด้าน นางสาวสิรินยา ลิม ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ สอวช. เปิดเผยว่า ตลาดอาหารอนาคตไทย มีมูลค่ากว่า 344,000 ล้านบาทในปี 2568 โดยเฉพาะกลุ่มโปรตีนทางเลือกมีมูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกที่กว่า 57% ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความยั่งยืน

นางสาวสิรินยา ยังได้กล่าวถึงการสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ ผ่านการผลิตโปรตีนให้มีความหลากหลาย โดยเพิ่มสัดส่วนการบริโภคโปรตีนจากพืชเป็น 30% ภายในปี 2050 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) พร้อมเดินหน้าโครงการ “Accelerating Thailand’s Protein Transition: Advancing Plant-Rich Diets for a Sustainable Future” และแคมเปญ “Plant 30% Leaders Club” เพื่อกระตุ้นการบริโภคและสร้างตลาดใหม่ในภาคบริการอาหารและค้าปลีก

ขณะที่ ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า ไทยมี “แต้มต่อเชิงโครงสร้าง” ที่หาได้ยาก จากความหลากหลายของวัตถุดิบ และความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ไม่ว่าจะเป็นอาหารฟังก์ชัน โปรตีนทางเลือก หรือโภชนาการทางการแพทย์ เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ คือ การก้าวสู่ “Plant-Rich Food System” ที่ไม่ใช่เพียงเทรนด์ แต่คือ การปรับโครงสร้างทั้งระบบ จากการพึ่งพาโปรตีนจากสัตว์ ไปสู่ระบบอาหารที่สมดุล ยั่งยืน และสร้างมูลค่าเพิ่ม สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวม เลือกบริโภคอาหารจากพืชมากขึ้น และมองหาสินค้าที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล พร้อมความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน

สำหรับผู้ประกอบการ นี่คือ “จังหวะสำคัญ” ในการยกระดับสินค้าเกษตรสู่ “อาหารแห่งอนาคต” การสร้างมูลค่าเพิ่มไม่อาจเกิดขึ้นได้หากขาดการลงทุนในงานวิจัย นวัตกรรม และ การสื่อสารที่ถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการปรับกลยุทธ์ด้านบรรจุภัณฑ์ ช่องทางการตลาด และรูปแบบธุรกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค

นายมารุต ใจหลัก เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า แนวคิด “Plant Rich Food System” ถูกยกเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรับมือความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก และวิกฤตต้นทุนอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากปัจจัยพลังงานและราคาปุ๋ยนำเข้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมอาหารและร้านอาหารไทย

ทั้งนี้ จุดแข็งของประเทศไทยอยู่ที่ความหลากหลายของวัตถุดิบท้องถิ่น ทั้งสมุนไพร ข้าวสายพันธุ์พื้นเมือง และเห็ด ซึ่งสามารถต่อยอดสู่เมนู Plant-Rich ได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยมีเมืองนวัตกรรมหาร ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และภาคธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทดสอบรับรอง ไปจนถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับวัตถุดิบไทยสู่มาตรฐานสากล สร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน เชื่อมโยงตั้งแต่ฟาร์ม ผู้ผลิต ไปจนถึงผู้บริโภค และเปลี่ยนวิกฤตต้นทุนให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว

จากนั้น มีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “3 Success cases ถอดบทเรียนความสำเร็จ การทำธุรกิจอาหารจากพืชให้มีกำไรและยั่งยืน” โดยการถอดประสบการณ์จริงจาก 3 ผู้ประกอบการ ได้แก่ นายอาริยะ คำภิโล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Jones’ Salad นางสาวธภัทร พงศ์พฤกษา ผู้ก่อตั้ง วีแกนมหานคร และ ผศ. ดร.วิษุวัต สงนวล ผู้ก่อตั้ง Flo Wolffia ที่พาธุรกิจฝ่าช่วงเปลี่ยนผ่านและความท้าทายจนสร้างแบรนด์ได้อย่างแข็งแรงในตลาดอาหารยุคใหม่

โดยผู้ร่วมเสวนาได้แบ่งปันประสบการณ์การทำธุรกิจ ตั้งแต่แนวคิดในการริเริ่มธุรกิจ ปัญหาและอุปสรรคที่ต้องเผชิญในการประกอบธุรกิจ การพัฒนาสินค้า รวมถึงแนวทางการทำการตลาดเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าด้วย

ผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ Plant-Rich Diet สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://plantrichdiet.nxpo.or.th/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...