“มาเลเซีย” เดินหน้าปฏิรูปอุดหนุนน้ำมัน หลังต้นทุนอุดหนุนเชื้อเพลิงพุ่ง 10 เท่า
"มาเลเซีย" เตรียมลดโควตาน้ำมันอุดหนุนและปรับระบบช่วยเหลือแบบเจาะจง หลังต้นทุนอุดหนุนเชื้อเพลิงพุ่งกว่า 10 เท่า จากผลกระทบสงครามอิหร่าน
วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.29 น. สำนักข่าวสบลูมเบิร์กรายงานว่ารัฐบาลมาเลเซียยืนยันเดินหน้าปฏิรูประบบอุดหนุนเชื้อเพลิง แม้อาจมีการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้นภายในปีนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตราคาพลังงานโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน
เลียว ชิน ตง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของมาเลเซีย กล่าวว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาปรับลดโควตาน้ำมันอุดหนุนสำหรับประชาชนลงเล็กน้อย เพื่อควบคุมความต้องการใช้น้ำมัน ขณะเดียวกันยังต้องดูแลประชาชนรายได้น้อยให้ได้รับการคุ้มครองจากวิกฤตพลังงานโลก
เขาระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาปรับระบบการใช้น้ำมันดีเซลในรัฐซาบาห์และซาราวักบนเกาะบอร์เนียว ให้ใช้กลไกจัดสรรน้ำมันอุดหนุนในลักษณะเดียวกันด้วย
รัฐบาลมาเลเซียกำลังเตรียมใช้นโยบายอุดหนุนแบบเจาะจงเป้าหมายมากขึ้น หลังต้นทุนพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูงจากสงครามอิหร่าน โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังทบทวนการปรับโครงสร้างเงินอุดหนุนน้ำมันสำหรับประชาชนรายได้สูง
แม้เลียวจะไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปีนี้ แต่เขาระบุว่า ยังไม่เห็นว่าปัจจัยทางการเมืองจะเข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจด้านนโยบายดังกล่าว
รายงานระบุว่า มาเลเซียกำลังเผชิญภาระค่าใช้จ่ายอุดหนุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าในเดือนเมษายน รัฐบาลต้องใช้งบประมาณอุดหนุนน้ำมันราว 7,000 ล้านริงกิต หรือประมาณ 1,800 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 10 เท่าจากช่วงก่อนเกิดสงคราม
อย่างไรก็ตาม เลียวระบุว่า สิ่งที่รัฐบาลกังวลมากกว่าปัญหาด้านการคลังคือ “การรักษาเสถียรภาพของอุปทานพลังงานให้ได้นานที่สุด”
ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน รัฐบาลมาเลเซียได้ลดโควตาน้ำมันอุดหนุนสำหรับเชื้อเพลิงยอดนิยมของประเทศ จาก 300 ลิตร เหลือ 200 ลิตรต่อคน ขณะที่ราคาน้ำมันอุดหนุนยังคงตรึงไว้ที่ 1.99 ริงกิตต่อลิตร นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่วนราคาดีเซลในรัฐซาบาห์และซาราวักถูกกำหนดเพดานไว้ที่ 2.15 ริงกิตต่อลิตร
อ้างอิง : bloomberg.com